บทความเกี่ยวกับ “การร่วมแรงเป็นชุมชน”

พี่เลี้ยงทางธรรมหัวใจเกินร้อย

จะด้วยพรหมลิขิตหรือธรรมจัดสรร ที่ทำให้การถูกไล่ออกจากโรงเรียนในวัยเด็กของคุณกะปอม จิรายุ แก้วพะเนาว์ ส่งผลให้เขามีโอกาสได้ทำงานเพื่อสังคม และทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้สืบทอดสู่เยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น

ตอนนั้นคิดว่าตัวเองโชคร้ายที่ช่วง ม.3 โดนไล่ออก…ทำให้มีข้อตกลงระหว่างผู้ปกครองกับทางผอ.โรงเรียน ว่าถ้าอยากเรียนต่อม.4 ที่เดิม ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์บางอย่างเพื่อปรับปรุงตัว จนเป็นจุดเปลี่ยนให้เด็กชายกะปอมได้มาอยู่ที่ยุวพุทธ เตรียมบวชในโครงการสามเณรใจเพชร เพื่อเอาใบประกาศไปยื่นให้ทางโรงเรียน เป็นการการันตีว่ายอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง และจะได้เรียนต่อในโรงเรียนชื่อดังที่เดิมต่อไป

อ่านต่อ

ครอบครัวเข้าใจกัน คือรากฐานของความสุข

ชีวิตที่มีปริญญาถึงสามใบ แต่จัดการกับความรักความรู้สึกไม่ได้ เราจะมีไปทำไม

เสียงสะท้อนจากใจของอดีตวิศวกรหญิงที่ค้นพบเสียงเรียกร้องภายในว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองค้นหามาตลอดชีวิต ครูณา อังคณา มาศรังสรรค์ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ทิ้งทุนเรียนต่อดร.ประเทศญี่ปุ่น หลังจากรู้ว่าตัวเองมีพรแสนวิเศษ ในการเข้าใจความสัมพันธ์ของเด็กๆ ที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ มากกว่างานที่ทำในสายวิชาชีพ

อ่านต่อ

สุขร่วมกันด้วยฉันทามติ

หากมองเรื่องทีมเวิร์คเป็นเรื่องที่สำคัญในการสร้างองค์กร ชุมชน หรือแม้แต่ครอบครัวที่ดีนั้น หลายๆ ครั้งเรามักมองหาวิธีว่าทำอย่างไรให้เกิดทีมเวิร์คที่ยั่งยืนได้ วันนี้ได้มาสัมภาษณ์กลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘สายแข็งบุรี’ มีเทคนิคและเครื่องมือในการสร้างทีมแบบง่ายๆ ที่เรียกว่า Consensus แปลว่า ฉันทามติหรือมติเป็นเอกฉันท์

อ่านต่อ

สื่อสารอย่างสันติ เริ่มจากเข้าใจตัวเอง

 

ในขณะที่คุณเพิ่งกลับบ้านมาเหนื่อยๆ กลับมาเห็นน้องสาวของคุณกำลังนอนดูคลิป ขนมและข้าวของวางกระจัดกระจาย คุณเซ็งสุดๆ เลยพูดไปว่า “แกนี่ วันๆ จะไม่ทำอะไรเลยใช่ม่ะ เอาแต่ติ่งเกาหลี” น้องหันขวับ ตาเขียวปั้ด แล้วพายุน้อยๆ ก็เริ่มขึ้น…

แต่ถ้าคุณได้รู้จักศาสตร์หนึ่งที่ชื่อ ‘การสื่อสารอย่างสันติ’ (Nonviolent Communication : NVC) การสื่อสารของคุณอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ลองย้อนฉากเมื่อกี้ใหม่ดูนะ

อ่านต่อ

ฟังด้วยใจไขชีวิต

‘ชีวิตบางครั้งต้องใช้ความกล้าที่จะพูด แต่ต้องใช้ความกล้ามากกว่าที่จะฟัง’ ธรรมชาติสร้างมนุษย์ให้มีสองหูเพื่อฟังและหนึ่งปากเพื่อพูด เป็นสมดุลที่ถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว นักฟังบอยด์ คุณ กิตติชัย วิชัยดิษฐ วิศวรหนุ่มผู้ผันตัวเองมาเป็นนักฟังเชิงลึก มาเล่าประสบการณ์ที่ได้ออกไปฟังผู้คน ทุกเพศ ทุกวัย หลากหลายอาชีพถึง 10,000 ชั่วโมง จนเข้าถึงแก่นของการ ‘ฟังด้วยใจ’ ในที่สุด

อ่านต่อ

การสื่อสารอย่างสันติ : นำสู่กัลยาณมิตร

ที่ใดมีคนมากกว่า 1 คนขึ้นไปย่อมยากที่จะไม่มีความขัดแย้ง คำถามจึงไม่ใช่จะทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดความขัดแย้งใดๆเลย แต่ปัญหาคือ จะบริหารจัดการกับความขัดแย้งอย่างไรจึงจะสร้างสรรค์สันติและก่อเกิดเป็นกัลยาณมิตร

ความมีเมตตา มีสัมมาทิฐิ ย่อมนำมาซึ่งสติและมีใจที่เป็นกลาง คลายความยึดมั่นถือมั่นและเข้าใจผู้อื่นอย่างกระจ่างแจ้งยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้ความขัดแย้งไม่ใช่ความน่ากลัว แต่หาก ปฎิสัมพันธ์ของคู่กรณีอัดแน่นไปด้วยอคติ และทิฐินั่นก็ย่อมทำให้ความขุ่นเคืองชิงชัง ความรุนแรงขยายยิ่งขึ้นอย่างยากจะเยียวยา

ความขัดแย้งตั้งแต่ระดับ คู่รัก ครอบครัว กระทั่งประเทศชาติ หากไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่ถูกต้องก็ย่อมแผ่ขยายลุกลามบานปลายไปอย่างน่ากลัว

อ่านต่อ

ชุมชนนิเวศน์ : สถานพักผ่อนแห่งจิตวิญญาณ

โลกยุคดิจิตอล… ผู้คนส่วนใหญ่หลงใหลไปกับแสงสีเสียง เทคโนโลยี่ และวัฒนธรรมโซเชียลมีเดีย กระทั่งหลงลืมไปแล้ว่า ภูมิปัญญาชาวบ้าน คืออะไร ? ไม่เข้าใจเรื่องการจัดการทรัพยากรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่น

ในสิ่งที่ดูเหมือนจะรุดไปข้างหน้า ยังมีผู้คนอีกมิใช่น้อย ที่ไร้ความสุข ทั้งเหนื่อยทั้งเครียด ว้าเหว่อ้างว้าง เขาเหล่านั้นเริ่มใฝ่ฝันถึงชีวิตที่เรียบง่ายสงบเย็นดังเป็นมาแต่อดีต และยังคงอยู่แม้ปัจจุบัน ดังเช่นในชุมชนท้องถิ่นอันอบอุ่นไปด้วยความจริงใจไมตรี และนี่เองที่ยังผลให้ผู้คนทั้งต่างแดนและบ้านเรามุ่งสานฝัน สร้าง “วันที่เคยชื่น คืนที่เคยสุข” ให้หวนกลับมาอีกอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ

Deep Listening : ฟังกันอย่างเมตตากรุณา

ปัญหาใหญ่ของมนุษย์ทุกวันนี้ก็คือ ไม่มีใครฟังใครทุกคนล้วนแย่งกันพูด ถึงแม้จะฟังก็ฟังแบบแกนๆผ่านๆ หูซ้ายทะลุหูขวา ไม่มีใครใจเย็นพอที่จะฟังใครอย่างลึกซึ้งเพื่อความเข้าใจอย่างแท้จริง

ทั้งๆที่ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ต่างก็ต้องการระบายความทุกข์ที่อัดอั้นเก็บกด และหวังว่าจะมีใครสักคนที่รับฟังเขาอย่างมีเมตตากรุณา โดยไม่ตำหนิติด่า และไม่ต้องยัดเยียดความคิดใดๆทั้งสิ้น

อ่านต่อ

สุนทรียสนทนา : ชนะร่วมกันอย่างสมานฉันท์

แม้ว่า “การสนทนา” คือชีวิตประจำวันของผู้คนส่วนใหญ่ แต่หลายต่อหลายครั้งมันกลับไม่ได้เป็นไปอย่าง “สุนทรียะ” ซึ่งมักนำมาสู่ความขัดแย้งแตกคอ และแตกแยก หรือแม้แต่เกิดการห่างเหินเย็นชา

รากเหง้าแห่งปัญหาก็คือ “ตัวตน” ที่ห่อหุ้มภายในใจของแต่ละคน เช่น การยึดมั่นถือมั่นในชนชั้น ฐานะ ตำแหน่ง วัยวุฒิ สังกัด หรือแม้แต่ความเชื่อส่วนบุคคล (ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ)

การพูดคุย ถกเถียง เสวนา ประชุม นอกจากจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้แล้ว มักก่อให้เกิดปัญหามากยิ่งขึ้น เหตุเพราะใช้วิธีคิดแบบเดิมๆที่มาจากฐานความคิดแบบเดิมๆ การแก้ปัญหาสารพัดจึงล้มเหลวมาโดยตลอด          
– เดวิด โบห์ม

(David Joseph Bohm ค.ศ.1917 – 1992 นักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ชั้นนำของโลกที่นำปรัชญาทางตะวันออก และศิลปะ มาผนวกกับวิทยาศาสตร์มาให้คำตอบกับโลกอย่างกระจ่างชัด)

อ่านต่อ

ธรรมยาตรา : การดำเนินด้วยธรรม

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542
ธรรม ธรรมะ[ทํา ทํามะ] น. คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม คําสั่งสอนในศาสนาฯ
ยาตร ยาตรา [ยาด, ยาดตฺรา] ก. เดิน, เดินเป็นกระบวน

ธรรมยาตรา (ธรรม + ยาตรา) จึงหมายถึง การดำเนินไปด้วยธรรม (ความถูกต้อง ความดีงาม ความจริง) หรือ การออกไปด้วยธรรม อีกนัยหนึ่งก็คือ การดำเนินออกจากทุกข์ทางกายใจด้วยธรรมะขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า

ธรรมยาตรา หรือ การเดินอย่างเป็นหมู่กลุ่มในระยะทางไกล โดยมีนัยทางศาสนาและสังคม (Social Movement) ซึ่งเริ่มมีการพูดถึงเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2535 เมื่อสมเด็จพระมหาโฆษนันทะ แห่งประเทศกัมพูชาเป็นผู้นำขบวน “การจาริกของความจริง”(pilgrimage of truth) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุน ด้วยเห็นว่ามีจุดหมายเพื่อเรียกขวัญกำลังใจของประชาชนชาวเขมร หลังจากบอบช้ำจากภัยสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน

อ่านต่อ

Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา