8 เส้นทางของความสุข

ความสุข “หลากหลายสี”

เรื่องและภาพ : กรณ์อภิสรา เรืองสุวรรณ์

“แม่…กล้วยไม้ต้นนี้ออกดอกแล้วหรอ” เสียงตะโกนของฉันในเช้าวันสุดสัปดาห์ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุดชดเชยเทศกาล

สงกรานต์ คือจุดเริ่มต้นการสนทนาระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ซึ่งก่อให้เกิดแนวคิดความสุขที่แสนเรียบง่ายในแบบที่ฉันเองก็คาดไม่ถึง

.

ในวันที่ท้องฟ้ามีสีราวกับสีน้ำทะเล แตกต่างตรงที่ในทะเลจริงๆ ไม่ได้มีก้อนสำลีสีขาวๆ ลอยปะปนอยู่เหมือนท้องฟ้าที่ฉันกำลังแหงนมองตอนนี้จากสวนเล็กๆ รอบบ้านสองชั้น

.

สวนนี้เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว แซมด้วยไม้ดอกหลายชนิดที่คุณแม่สามีปลูกไว้ ซึ่งต่างพร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งรับแสงแดดจ้า หลังจากพายุฝนเพิ่งผ่านมาแวะเวียนเมื่อ 2 วันที่แล้ว และหนึ่งในดอกไม้เหล่านั้นคือกล้วยไม้สีขาวที่ถูกแขวนเรียงเป็นหน้ากระดานบนราวไม้ไผ่อเนกประสงค์ตรงลานจอดรถ ต้นเหตุที่ทำให้ฉันต้องตะโกนถามคุณแม่ด้วยความตื่นเต้น

.

.

.

หญิงวัยเกษียณท่าทางใจดี ผิวขาว รูปร่างท้วม ค่อยๆ ก้าวย่างเข้ามาใกล้ฉันพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ  ด้วยความที่คุณแม่สามีเป็นคนไม่ค่อยพูด ฉันจึงเอ่ยถามต่อเพื่อให้การสนทนาไม่หยุดชะงัก

.

“สีนี้สวยเนอะ  กลับมาบ้านทีไร เห็นดอกไม้ที่แม่ปลูกแล้ว ทำไมสบายใจดีจัง”

.

“สีขาวนี่แม่ปลูกมานานแล้วนะ เพิ่งออกดอก ต้นอื่นออกดอกไปหมดแล้ว” คำตอบสั้นๆ จากผู้สรรค์สร้างสวนสวยคนนี้ซึ่งกำลังค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินตัวเล็กและมองไปยังกระถางบนพื้นที่มีต้นกระบองเพชรเบียดเสียดกันอยู่หลากหลายสายพันธุ์

.

ภาพตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกถึงความโชคดีของชีวิตบั้นปลายของคุณแม่สามีที่ดูสุขสงบจริงๆ  ทันใดนั้นมีสายลมเย็นๆ พัดมา พาให้ฉันนึกถึงคำถามที่เอ่ยถามคุณแม่ไปเมื่อครู่  บางทีฉันคงต้องค้นหาคำตอบนี้ด้วยตัวเองแล้วละ…

.

“ทำไมสบายใจดีจัง” ฉันไม่ค่อยแน่ใจนักว่าความสบายใจและความสุขเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ แต่หากต้องเสียเวลาพาความคิดออกไปสรรหาความเป็นเหตุเป็นผลใดๆ เพื่อมาตัดสินสิ่งนี้ ฉันขอเลือกที่จะตัดสินเองเลยดีกว่าว่า ถ้าใจสบายก็คลายทุกข์ นั่นก็คงเป็นความสุขแล้ว

.

ความสุขตรงหน้าฉันและแม่สามีที่แสนใจดีมีเมตตาตอนนี้ ฉันขอให้ชื่อว่า “ความสุขสีขาว” (ฉันหมายถึงสมาชิกดอกกล้วยไม้ช่อใหม่) และ “ความสบายใจจากสีเขียว” (ซึ่งผู้อ่านคงพอเดาออกว่า ฉันหมายถึงต้นไม้ไซซ์เล็กที่มีหนามแทนใบ ในชื่อเรียกว่ากระบองเพชร)

.

อาจเป็นไปได้ว่า ฉันกำลังอยู่ในกระบวนการ plant therapy ซึ่งเรื่องนี้ฉันเคยอ่านเจอใน Google เมื่อช่วงต้นปีระหว่างที่ประชากรแทบทั้งโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโรค COVID-19 ที่นอกจากจะจู่โจมแบบที่ใครก็ไม่ทันตั้งตัวแล้ว ยังพร้อมแพร่กระจายความตึงเครียดไปยังทุกมิติของภาคเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย  ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่หนีไม่พ้นหลุมดำแห่งความวิตกกังวลนั้น

.

ขณะที่ฉันกำลังค้นหาวิธีการคลายวิตกกังวลและช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น หนึ่งในคำที่เป็นตัวอักษรสีน้ำเงินขนาดใหญ่บนหน้า Google กลับสามารถดึงสายตาฉันมาจากบรรทัดอื่นๆ ได้  คำที่ว่านั้นอ่านว่า plant therapy (แพลนต์เทอราพี) การเยียวยาร่างกายและจิตใจของมนุษย์ด้วยธรรมชาติ

.

.

.

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้สีฟ้าตัวเล็กข้างๆ คุณแม่สามี มองไปยังกระบองเพชรในกระถางใบหนึ่ง  คุณแม่เคยบอกฉันว่า “พวกกระบองเพชรไม่ต้องดูแลอะไรเยอะก็โตเอาๆ”  สำหรับสมาชิกชาวทะเลทรายนี้ ทุกการเติบโตและหนามอันสวยงามล้วนสร้างความสุขให้เจ้าของสวนที่คอยเฝ้าดูมันไม่น้อยเลย

.

บนพื้นที่ความสุขเล็กๆ ริมรั้วปูนสีขาวที่อยู่ห่างจากประตูบ้านแค่เพียง 2 เมตร

ความคิดก่อเกิดขึ้น ณ ชั่วขณะนั้น  บางทีการที่ฉันรู้สึกสบายใจเวลาอยู่ท่ามกลางต้นไม้ดอกไม้ในบ้านหลังนี้ อาจเป็นเพราะว่าชีวิตการทำงานของฉันมักต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่แสนเร่งรีบและวุ่นวาย พอได้มาเจออะไรนิ่งๆ ไร้ซึ่งสรรพเสียงเรียกร้องใดๆ ความรู้สึกสุขสงบและผ่อนคลายจึงเกิดขึ้น
.

เพียงแค่ก้าวเท้าลงไปที่สวนข้างบ้านก็ได้พานพบแล้ว ความสุขที่ไม่จำต้องหยิบเงินแม้แต่บาทเดียวออกจากกระเป๋าสตางค์

.

บานชื่น ดอกไม้ซึ่งเหมือนแขกที่ไม่ได้ถูกเชิญ เพราะดันไปฝังรากและเติบโตอยู่กลางแปลงคะน้าที่คุณพ่อสามีปลูกไว้เป็นเมนูสุขภาพของคู่รักวัยเกษียณ แต่แม้จะอยู่ผิดที่ผิดทางไปบ้าง มันก็ยังคงออกดอกสวยงามตามธรรมชาติอยู่เสมอ

.

จริงๆ แล้วมันอาจโชคดีด้วยซ้ำที่มาเติบโตตรงนี้ เพราะเวลาเจ้าของแปลงคะน้ารดน้ำใส่ปุ๋ยให้เหล่าสมาชิกสีเขียว เจ้าบานชื่นก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วย  มันยังคงเติบโตและออกดอกสม่ำเสมอเหมือนไม่ได้ใส่ใจว่าที่ตรงนี้จะมีใครต้องการมันหรือไม่

.

“จงเติบโตและเบ่งบานงอกงามในแบบของตัวเองบนทุกพื้นที่” ข้อคิดความสุขสีม่วงของฉันจากกลีบดอกบานชื่นในแปลงคะน้า

.

“บรื้นนนนน…” เสียงเครื่องยนต์จากรถกระบะสีน้ำเงินแล่นผ่านหน้าบ้านไปอย่างช้าๆ  ฉันหันมองตามด้วยความอยากรู้ว่าใครเป็นคนขับ แต่ก็ไม่ทันได้เห็น เพราะที่นั่งคนขับถูกบังด้วยซี่อัลลอยของประตูรั้วสีเงิน

.

ขณะมองตามรถคันนั้นแล่นผ่านตรงสุดขอบประตูรั้ว ฉันเห็นสมาชิกสวนสวยของคุณแม่สามีอีกต้น ซึ่งเหมือนกำลังชะโงกหน้ามาทักทายฉันผ่านช่องประตูรั้วนั่น  ใบหน้ากลมกลึงสีเหลืองอร่ามราวกับยิ้มร่าให้แสงตะวันที่สาดส่องมาจากทิศตะวันออก  ฉันต้องเดินไปทักทายมันสักหน่อยแล้ว ความสุขสีเหลืองของฉัน ดอกทานตะวันริมรั้วนอกบ้าน

.

“ขอแค่เพียงแสงทองจากดวงตะวัน ฉันก็สดชื่นได้ทั้งวันแล้วละ” ฉันแอบเดาเอาเองว่าเจ้าดอกทานตะวันคงกำลังพูดคำนี้กับฉันด้วยภาษาบุปผชาติที่อาจไม่มีมนุษย์คนใดได้ยิน

.

ในจังหวะที่เลื่อนประตูรั้วเพื่อออกไปด้านนอก ฉันก็ต้องแปลกใจว่า สวนสวยที่คุณแม่รังสรรค์ไว้ไม่ได้มีเพียงแค่ในรั้วบ้านเท่านั้น แต่กลับมีสมาชิกอีกจำนวนหนึ่งรวมกลุ่มกันอยู่ตามแนวรั้วหน้าบ้านด้วย ทั้งทานตะวัน ทั้งต้นหงอนไก่ที่กำลังออกดอกสีม่วงอมชมพู ท่ามกลางหมู่คุณนายตื่นสายสีสดใสที่คงจะตื่นกันหมดแล้วจากแดดจ้ายามเช้านี้

.

แอบประหลาดใจซ้ำอีกที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่ามีมันอยู่  ทุกต้นทุกดอกสวยอย่างมีเอกลักษณ์ตามสายพันธุ์ของตัวเอง

.

.

.

ฉันมองดูความสวยงามของดอกคุณนายตื่นสายหลากสี อยู่ๆ ก็เพลินนับจำนวนดอกอย่างไม่มีเหตุผลว่าจะนำตัวเลขที่ได้ไปทำอะไร  ความสุขสงบหลากสีของธรรมชาติเช้านี้ทำให้ฉันหลงลืมเวลาไปเลยว่าชมสวนนานกว่าชั่วโมงแล้ว  สิ่งที่เตือนฉันคงเป็นน้ำใสๆ ที่เริ่มไหลลงมาตามแผ่นหลังด้วยไออุ่นของแดดที่ส่องแสงแผดจ้าขึ้นเรื่อยๆ

.

“เข้าบ้านเถอะลูก แดดแรงแล้ว” ฉันสะดุ้งแล้วขานรับเสียงของคุณแม่สามีที่เรียกให้เข้าบ้าน

ในขณะที่ท่านกำลังถอดรองเท้าแตะออกก่อนเปิดประตูบ้านและก้าวผ่านเข้าไปช้าๆ ฉันอมยิ้มและรู้สึกขอบคุณคุณแม่สามีที่คอยดูแลสมาชิกสวนสวยเหล่านี้ ทำให้ฉันได้เข้าใจและเข้าถึงความสุขในอีกแบบหนึ่ง ความสุขหลากหลายสีจากสิ่งดีๆ ในชีวิตซึ่งอยู่ใกล้ชิดตัวเราในวันหยุดสุดพิเศษนี้

.

แล้วความสุขของผู้อ่านล่ะคะ มีสีอะไรบ้าง?

ความสุขประเทศไทย