บทความเกี่ยวกับ “การทำงาน”

ทำงานแล้วความคิดตีบตัน ลองปล่อยใจฝันตามคำแนะนำของนักวิจัยดู

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ daydreaming

ความสามารถในการจดจ่อ การมีสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นตัวผลักดันสำคัญสู่ความเป็นเลิศ เทคนิคต่างๆ ที่เราใช้กัน เช่น การทำรายการสิ่งที่ต้องทำ การทำตารางการทำงาน การแจ้งเตือนจากปฏิทิน ล้วนช่วยให้เราทำงานลุล่วง เหล่านี้เป็นสิ่งที่คงไม่มีใครค้านแน่นอน แถมยังมีหลักฐานว่า การทำสมาธิแค่วันละ 10 นาที ช่วยเพิ่มประสิทธิผลของความเป็นผู้นำ โดยช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอารมณ์และเข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วได้ดีขึ้น

เอาล่ะ แม้ความสามารถในการมีสมาธิจดจ่อจะเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ก็มีข้อน่ากังวล เพราะการจดจ่อมากเกินไป ทำให้วงจรในสมองของคุณอ่อนล้า และทำให้คุณหมดพลังและเสียการควบคุมตนเอง นอกจากนั้นยังทำให้คุณวู่วาม และให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกับผู้อื่นน้อยลง แล้วตกลงจะให้ทำอย่างไร จดจ่อ หรือ ไม่จดจ่อ?

งานวิจัยแนะว่า ทั้งการจดจ่อ และ ไม่จดจ่อ ล้วนมีความสำคัญยิ่ง สมองทำงานได้ที่ที่สุดเมื่อมีการสลับกันระหว่างการ จดจ่อ และ ไม่จดจ่อ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่น มีความคิดสร้างสรรค์ และตัดสินใจได้ดีขึ้น

อ่านต่อ

6 เคล็ดลับทำงานให้มีสุข

Chorthip

คุณกำลังเบื่อ…เซ็ง…ทำงานซังกะตายไปวันๆ แบบไม่มีความสุขอยู่หรือเปล่า? ถ้าคำตอบคือ ใช่…ลองมาติดตาม 6 เคล็ดลับที่จะเปลี่ยนการทำงานของคุณให้มีความสุขจากเจ้าของรางวัล The Giver Award สาขาความสุขจากการทำงาน พญ.ช่อทิพย์ นาถสุภา พัฒนะศรี กันดีกว่า

“เช้าวันมหิดล ไปดูคนไข้ด้วยความรู้สึกขอบคุณสถาบัน ขอบคุณครูอาจารย์ ขอบคุณทุกความช่วยเหลือเกื้อกูลของผู้คนมากมายที่ทำให้ได้เรียนรู้และยืนอยู่ที่นี่ในวันนี้….บ่ายช่วยกันเก็บข้าวของที่ไม่ได้ใช้ในบ้านมาบริจาคที่ปันกัน พ่อกับแม่ก็ช่วยกันเก็บข้าวของมาใส่ถุงบริจาคให้ด้วย ขอบคุณแคมเปญวันมหิดลที่ทำให้เราได้กลับมาคิดว่าในวันนี้เราได้ทำอะไรดี ๆ ให้ตัวเองและคนรอบตัวบ้าง และมีกำลังใจที่จะทำอะไรเล็ก ๆ ด้วยความตั้งใจต่อไปในทุก ๆ วัน  #วันมหิดล #MahidolDayofService #MUEG1 #MURA25”

อ่านต่อ

เพิ่มสุขด้วย ‘สัตว์เลี้ยง’

95405-13627913-650-b4ce016c5f-1484636360

อยากเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลองรับ ‘สัตว์เลี้ยง’ ไปเลี้ยงสักตัวไหม?

เชื่อไหมว่าการเลี้ยงสัตว์ส่งผลดีให้กับเราในหลายๆ ด้านอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เกี่ยวกับเรื่องนี้ Gary A. Christenson ผู้นำด้านการแพทย์ที่ศูนย์สุขภาพ Boynton มหาวิทยาลัยมินนิโซตา ได้เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับมนุษย์ว่า เป็นลักษณะของความรักที่มอบให้กันอย่างปราศจากเงื่อนไข ซึ่งความรักแบบนี้เองที่ส่งผลทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสุขภาวะของมนุษย์เกือบทุกด้าน

และที่ดีมากไปกว่านั้นก็คือ การเลี้ยงสัตว์ยังส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นอีกด้วย เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

อ่านต่อ

ปลดล็อคด้วย ‘หัวใจตื่นรู้’

15895044_384027031931500_713489217595281374_n

ถ้าพูดถึง การ์ตูน หลายคนอาจนึกถึงแต่สื่อบันเทิงที่เต็มไปด้วยความตลกโปกฮา ไร้สาระ แต่ใครจะเชื่อว่าสาวน้อยหน้าหวานๆ อย่าง จิ๊บ – มณฑิรา จันทรสุวรรณ นักวาดภาพการ์ตูนเจ้าของเพจ การ์ตูนปลดล็อค by Monte-J จะสามารถนำการวาดการ์ตูน มาผนวกเชื่อมโยงกับหลักข้อคิดการดำเนินชีวิต ถ่ายทอดออกมาสร้างแรงบันดาลใจให้คนอ่านได้ค้นพบความสุขที่แท้จากภายใน และล่าสุดงานของเธอยังก้าวไปไกล ด้วยการนำหลักธรรมความจริงในพระพุทธศาสนา มาถ่ายทอดให้คนอ่านเข้าใจได้ง่ายผ่านสื่อการ์ตูนของเธออีกด้วย

“การ์ตูนในความหมายของจิ๊บ มันก็เป็นเหมือนยานพาหนะหนึ่งที่จะพาเอาความรู้สึกของคนวาดส่งไปยังผู้อ่าน แล้วเราก็รู้ว่าสิ่งที่เรากำลังจะถ่ายทอด มันอาจจะสร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนคนอื่น มันอาจจะช่วยเหลือชีวิตเขาได้จริงๆ” จิ๊บเกริ่นนำถึงผลงานการ์ตูนของเธอ

ใครที่เป็นแฟนเพจการ์ตูนปลดล็อคของจิ๊บ คงรู้ว่าเธอจบการศึกษาจากคณะสัตวแพทย์ ชีวิตวนเวียนอยู่ในแวดวงการเป็นเซลล์ขายยาสำหรับสัตว์นานถึง 4 ปี ก่อนที่เธอจะค้นพบตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่ความสุข

“ตอนที่สอบเข้าสัตวแพทย์ เราวัดความชอบของตัวเองจากวิชาที่ถนัด เรียนสายวิทย์คณิตแล้วเก่งชีวะนี่ไปเรียนทางหมอได้นะ เราก็ไปเรียน แต่ตอนเรียนก็รู้สึกว่าคนอื่นเขาเรียนด้วยความสุข แต่เราเรียนด้วยความทุกข์ คือมันไม่รู้สึกว่าเราเรียนไปเพื่ออะไร มันไม่เติมเต็มข้างในของเรา”

หลังเรียนจบ จิ๊บยิ่งพบว่าชีวิตการทำงานที่หน้าที่การงานดี ค่าตอบแทนสูง กลับทำให้เธอห่างไกลความสุขมากขึ้นไปอีก

อ่านต่อ

อดีตพ่อค้ายาเสพติด เปลี่ยนชีวิตตนเอง มุ่งเรียนในสิ่งที่ตนรักจนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ

5745deec1600006400f94734

David Norman เด็กข้างถนนที่ใช้ชีวิตเข้า ๆ ออก ๆ คุก เพราะการค้ายา การใช้สารเสพติดและคดีฆาตกรรม แม้ไม่เคยไปโรงเรียน ระหว่างอยู่ในคุกเขาหันมาสนใจการอ่านและเปลี่ยนชีวิตไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเขาเห็นคุณค่าของตนเอง

#คุกเปลี่ยนชีวิต : ผมไม่ได้ถูกจับ ผมได้รับการช่วยเหลือต่างหาก

David เป็นเด็กขี้อาย เริ่มดื่มเหล้าเมื่ออายุราว 10 ปี และใช้ยาเสพติดเมื่ออายุ 14 ต่อมาก็เริ่มค้ายาตามเพื่อน ท้ายสุดเขาถูกจำคุกเพราะการทะเลาะเบาะแว้งและเขาแทงชายคนหนึ่งเสียชีวิต ระหว่างที่จำคุกเขามักคุยกับเพื่อนนักโทษห้องติดกันในยามดึก David บอกว่า พวกเขาเหล่านั้นไปโรงเรียนแต่ผมไม่ได้ไป คนที่อยู่ห้องทางขวาชอบเช็คสเปียร์ และผมก็จะคุยกับเขาเกี่ยวกับสิ่งที่ผมอ่าน รวมถึงเรื่องปรัชญา

อ่านต่อ

โรงเรียนแปลงผักอินทรีย์ (ตอนที่ 2)

“การพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาต้องมาจากการศึกษาเรียนรู้ แต่เราอย่ามองว่าการศึกษามีแต่ที่โรงเรียนเท่านั้น จริงๆ แล้วเราสามารถที่จะเรียนรู้ได้จากการทำงานและการใช้ชีวิต”
บาทหลวง ผศ.ดร.วุฒิชัย อ่องนาวา

11238972_1592115617725358_7217243597941952045_n

ทุกเช้าวันอังคาร ที่วัดนักบุญอักแนส จ.ราชบุรี เจ๊มะ เจ๊แจ๋ว พี่วีระ จะไปรวมกันที่ห้องทำงานของคุณพ่อวุฒิชัย อ่องนาวา เจ้าอาวาสวัดนักบุญอักแนส ทั้ง 3 คนจะใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงในการประชุม ปรึกษาหารือเรื่องการทำแปลงผักเกษตรอินทรีย์ร่วมกับคุณพ่อวุฒิชัย ก่อนที่ต่างคนจะแยกย้ายกันกลับไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมายตลอดสัปดาห์ แล้วจึงกลับมาพูดคุยปรึกษากันอีกครั้งในสัปดาห์ต่อไป

“ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าที่แต่ละคนจะเปิดใจคุย” คุณพ่อวุฒิชัยเล่าถึงกระบวนการพัฒนาลูกทีม “พยายามบอกเขาว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้นมีคุณค่าต่อสังคม ใช้วิธีให้แต่ละคนสังเกตว่าตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แบ่งปันวิธีแก้ไขด้วยกัน รับฟังกันและกัน ความสุขเกิดขึ้นตั้งแต่ตรงนั้น ด้วยบรรยากาศการพูดคุยที่เคารพความเป็นคน เคารพสิทธิเสรีภาพในกันและกัน ซึ่งระบบวัตถุนิยมจะไม่เป็นแบบนี้ วัตถุนิยมจะลดคุณค่าความเป็นคน ให้เหลือเพียงแค่มีรถกี่คัน มีบัญชีเท่าไร

อ่านต่อ

โรงเรียนแปลงผักอินทรีย์ (ตอนที่ 1)

AN4

พวกเรามาทำงานก็เหมือนมาโรงเรียน ปลูกผักอินทรีย์ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก

ในบ่ายวันที่แดดร้อนเปรี้ยงจนแทบจะละลาย ทีมงานความสุขประเทศไทยนั่งพักหลบแดดสนทนาสบายๆ ใต้อาคารเล็กหลังหนึ่งในบริเวณวัดนักบุญอักเนส จ.ราชบุรี กับ 3 นักเรียนโรงเรียนชีวิต เจ๊มะ เจ๊แจ๋ว และพี่วีระ ทีมงานโครงงานพัฒนาต้นแบบแหล่งผลิตพืชผักปลอดสารเคมี ชุมชนคาทอลิก นักบุญอักแนส สนับสนุนโดย สสส. ซึ่งประโยคข้างต้นคือประโยคที่เจ๊แจ๋ว – เพยาว์ ยนปลัดยศ ผู้ที่เป็นเหมือนผู้จัดการฝ่ายขายของทีมเอ่ยขึ้นมา

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งเจ๊มะ เจ๊แจ๋ว พี่วีระ ก็เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ในชุมชน ชีวิตรับจ้างทั่วไป มีปลูกผักผลไม้บ้าง แต่ก็ใช้สารเคมีเหมือนกับที่พ่อแม่และเพื่อนบ้านใช้กันมาตลอด จนกระทั่งวันที่บาทหลวง ผศ.ดร.วุฒิชัย อ่องนาวา ได้เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสดูแลวัดนักบุญอักแนสแห่งนี้

ด้วยภารกิจหน้าที่การทำงาน ที่คุณพ่อวุฒิชัยต้องออกเยี่ยมเยียนดูแลชาวบ้านคาทอลิกกว่า30 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่ อ.บ้านคา และ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งในทางปฏิบัติรวมถึงชาวบ้านทั่วไปที่นับถือศาสนาอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย ทำให้คุณพ่อได้รู้ถึงปัญหาการใช้สารเคมีในการทำเกษตร ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านทั้งร่างกายและจิตใจ

อ่านต่อ

I See U ความสุขที่ใช้ ‘ใจ’ เห็น

hands-1246119

ถึง….ใครบางคนที่กำลังคร่ำเคร่งกับชีวิต

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่พยายามทะยานมุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จประเภทที่ว่า….
ต้องมีตำแหน่งในองค์กรที่สูงลิบ ได้ค่าตอบแทนงามๆ มีบ้านหลังใหญ่ นั่งรถคันหรู แต่ในบางมุมชีวิตกลับเหนื่อยล้าและเกิดคำถามมากมาย….

เรื่องราวของผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ประกาศว่าชีวิตของตัวเองช่างแสนโชคดีและเปี่ยมสุขล้นคนนี้ อาจจะตอบคำถามลึกๆ ในใจของคุณได้

ก่อนหน้าที่ อรุณชัย นิติสุพรรัตน์ หรือ พี่ชัย จะมาปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม I SEE U เปิดอบรมและนำทีมจิตอาสาปฏิบัติภารกิจเยียวยาจิตใจผู้ป่วยตามโรงพยาบาลนั้น ในอดีตเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างสับสน อาจจะเรียกได้ว่าผิดที่ผิดทางมาตลอด ชีวิตในช่วงวัยเรียนและวัยทำงาน เป็นการต่อสู้ระหว่างความต้องการของครอบครัวและความต้องการของตัวเอง พี่ชัยคนนี้ผ่านการทำงานมาหลากหลายรูปแบบทั้งเป็นนักธุรกิจ เป็นเซลล์แมน หรือแม้กระทั่งเป็นช่างตัดผม

ชีวิตของพี่ชัยมาหักมุมเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด เมื่อคุณพ่อที่รักและผูกพันมากที่สุดอายุมากขึ้นจนถึง 100 กว่าปี สิ่งที่ปรารถนาในวันนั้นของพี่ชัยจึงไม่ใช่เงินทอง การท่องเที่ยว หรือการทำธุรกิจอย่างแต่ก่อน หากแต่เป็นความต้องการที่จะให้คุณพ่อได้ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างมีคุณภาพด้วยธรรมะ และนั่นจึงทำให้พี่ชัยได้เข้าไปรู้จักกับการอบรม ‘ธรรมะกับผู้ป่วย’ โดยพระอาจารย์ครรชิต อกิญจโณ

อ่านต่อ

เทคนิคการฝึกสติตลอดวันทำงานของคุณ

meditate

คุณอาจเคยมีประสบการณ์เช่นนี้

ตอนเช้าคุณมาถึงที่ทำงานพร้อมแผนการอย่างดีว่าจะทำอะไรบ้าง เวลาผ่านไปมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนกำลังเดินทางกลับบ้านแล้ว เวลากว่า 9 – 10 ชั่วโมงที่ผ่านไป คุณทำงานตามที่ตั้งใจไว้ได้ไม่กี่อย่าง หรือจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้ทำอะไรไปบ้างในแต่ละวัน

ถ้าคุณเคยเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก เพราะงานวิจัยชี้ว่า คนทั่วไปใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) คิดถึงเรื่องอื่นมากกว่าสิ่งที่กำลังทำตรงหน้า หรือพูดง่าย ๆ คนส่วนมากทำสิ่งต่าง ๆ ไปตามความเคยชินโดยไม่รู้สึกตัว

ตามแนวคิดของเศรษฐศาสตร์ของการมีสมาธิ (attention economy) จะต้องมีการจัดการกับสิ่งที่อาจเป็นภัยต่อสมาธิของคนทำงาน (เช่น การจัดการ  อีเมลขยะ) โดยแนวคิดนี้ให้ความสำคัญว่าสมาธิเป็นทรัพยากรหรือต้นทุนอย่างหนึ่ง หลายองค์กรเริ่มตระหนักว่าความสามารถในการจดจ่อและมุ่งมั่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสำคัญพอ ๆ กับทักษะเชิงเทคนิคหรือการบริหารจัดการอื่น ๆ ของคนทำงาน และการที่ต้องรับรู้ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การมีความสามารถนี้จึงสำคัญยิ่ง

ข่าวดีคือคุณสามารถฝึกสมองของคุณให้มีความจดจ่อมากขึ้นโดยฝึกสติตลอดวันทำงาน จากประสบการณ์ของ Harvard Business Review กับผู้นำจำนวนมากในกว่า 250 องค์กร นี่คือข้อแนะนำการฝึกสติตลอดวันทำงาน

อ่านต่อ

เส้นทางความสุข : การทำงาน

e3a5ffa1-969e-4c2e-9d46-f5c74e864252

‘ถ้าอยากมีความสุข ให้ไปทำงาน’

ประโยคข้างต้นนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อการประชดประชัน เสียดสี หรือมีนัยยะแฝงตลกร้ายใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นประโยคที่มีความหมายตรงตามนั้นจริงๆ หากใครอยากมีความสุข ขอให้ไปทำงาน เพียงแต่มีข้อแม้นิดเดียวว่า การจะทำงานเพื่อให้มีความสุขได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการฝึกฝนสิ่งที่เรียกว่า ‘สุขภาวะทางปัญญา’ ควบคู่ไปด้วย

เคยมีการคำนวณว่า คนเราใช้เวลากว่า 80% ของชีวิตอยู่ในที่ทำงาน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก ถ้าเราจะใช้เวลาจำนวนมากขนาดนี้ให้หมดเปลืองไปกับความทุกข์ จะดีกว่าไหมถ้าเราจะใช้เวลาในที่ทำงานเพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้ ขัดเกลาตนเองในด้านต่างๆ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เปลี่ยนการทำงานจากความทุกข์ ให้กลายเป็นเส้นทางนำเราเดินทางไปสู่ความสุขที่แท้จริง

การจะมีความสุขในการทำงานได้นั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมองเห็น ‘ความทุกข์’ เสียก่อน สิ่งที่ทำให้เราทุกข์จากการทำงานนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากความกลัว ไม่ว่าจะกลัวแพ้คนอื่น กลัวตกอันดับ กลัวไม่ได้เป้า ฯลฯ ยังมีทุกข์เพราะความอยาก ทุกข์เพราะเปรียบเทียบ ทุกข์เพราะความคาดหวัง ซึ่งหากเราฝึกฝนตนเองให้มีสติ มองเห็นเท่าทันสภาวะเหล่านี้ แล้วรู้จักวางใจของเราให้กลับมาเป็นปกติตั้งมั่น ทำงานของเราไปตามเหตุ ตามปัจจัยที่ควรจะทำ ไม่ใช่ทำเพราะความกลัว ความอยาก หรือความคาดหวัง ก็จะทำให้เราทำงานด้วยความสุขที่มาจากภายใน

อ่านต่อ