การภาวนา

 

การภาวนาไม่ได้หมายถึงการหลับตาทำสมาธิ หรือการเดินจงกรมเท่านั้น การภาวนาคือการพากายกับใจมาอยู่ด้วยกัน คุณสามารถภาวนาได้เสมอ ทุกที่ ทุกเวลา คุณจะอนุญาตให้ตัวเองมีเวลาจิบกาแฟเงียบๆ สัก 10 นาทีได้ไหม ภาวนากับถ้วยกาแฟ ที่ไหนก็ได้ อาจจะนั่งเงียบๆ ตรงไหนสักแห่งตามลมหายใจไปพร้อมกับรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น รับรู้ความรู้สึกภายใน รับรู้เสียงภายนอก ปราศจากการต่อสู้และเปลี่ยนแปลง เหล่านี้คือการภาวนา
ลองกลับมารับรู้สิ่งที่เป็นอยู่ทั้งในตัวและนอกตัว คุณอาจจะพบว่าคุณกำลังคิดวุ่นวาย กำลังรู้สึกหงุดหงิด ไม่นิ่งเลย เมื่อคุณรับรู้ ยอมรับ และยิ้มได้ คุณกำลังพบความสุขจากการภาวนา

 

บอดี้สแกน (Body Scan)

4 ขั้นตอนง่ายๆ พาใจและกายกลับสู่ปัจจุบัน

  1. หาที่นอนสบายๆ

นอนราบกับพื้นที่ไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป ไม่ต้องใช้หมอนหนุน ทิ้งน้ำหนักตัวลง ผ่อนคลายร่างกาย แยกปลายเท้าออกจากกันเล็กน้อย นอนแบบที่ให้ตัวเองสบาย

 

อ่านต่อ

 

 

เทคนิคการฝึกสติตลอดวันทำงานของคุณ

คุณอาจเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ ตอนเช้าคุณมาถึงที่ทำงานพร้อมแผนการอย่างดีว่าจะทำอะไรบ้าง เวลาผ่านไปมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนกำลังเดินทางกลับบ้านแล้ว เวลากว่า 9 – 10 ชั่วโมงที่ผ่านไป คุณทำงานตามที่ตั้งใจไว้ได้ไม่กี่อย่าง หรือจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้ทำอะไรไปบ้างในแต่ละวัน ถ้าคุณเคยเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก เพราะงานวิจัยชี้ว่า คนทั่วไปใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) คิดถึงเรื่องอื่นมากกว่าสิ่งที่กำลังทำตรงหน้า หรือพูดง่าย ๆ คนส่วนมากทำสิ่งต่าง ๆ ไปตามความเคยชินโดยไม่รู้สึกตัว

เส้นทางความสุข : การภาวนา

มหาวิทยาแห่งซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย สำรวจพบว่าผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนามากกว่า 2 ปี จะมีสุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไปถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ เดินจงกรม เจริญสติ และสวดมนต์ จะช่วยปรับสภาวะความสมดุลของร่างกายและจิตใจ กล้ามเนื้อผ่อนคลาย คลื่นสมองสม่ำเสมอ อัตราการหายใจและชีพจรช้าลง สมองปลอดโปร่ง จิตใจประณีตผ่องใส

ความเข้าใจผิดที่สำคัญสุดเกี่ยวกับความสุข

การพยายามมีความสุขเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่หลายคนไปปรึกษาจิตแพทย์ บางคนบอกว่าลองมาแล้วทุกอย่าง แต่ยังไม่พบกับความสุข หลายคนอ่านหนังสือและบทความมากมายว่าทำอย่างไรจึงจะมีความสุข แต่ก็ยังไม่มีความสุข และบางครั้งการตามหาความสุขก็กลับเป็นผลร้าย ทำให้เป็นทุกข์มากกว่าเดิมเสียอีก นั่นเป็นเพราะเรามีความเชื่อที่ผิด! ความเข้าใจผิดที่สำคัญสุดเกี่ยวกับความสุขคือ ความเชื่อที่ว่า การจะมีความสุขได้นั้นต้องพยายามหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดทุกวิถีทางให้ได้ แต่โดยความจริงแล้ว ความเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่งของการมีความสุข นักวิจัยพบว่ามันทำให้เกิดความสุขได้หลาย ๆ ทาง

ความสุขลูกโป่ง สุขนี้ไม่อยู่ที่ใจ

ว่ากันว่า สุขทุกข์อยู่ที่ใจ หากสุขอยู่ที่ใจจริง ๆ แล้ว การมีความสุขไม่น่าจะยากอะไร อยากสุขเมื่อไรก็ย่อมทำได้ แต่คนส่วนมากทำใจให้เป็นสุขไม่ได้ หรือ มีความสุขไม่เป็น ทั้งชีวิตอาจรู้จักแต่ “ความสุขลูกโป่ง” เท่านั้น เอ๊ะ เป็นอย่างไร มาฟังท่านผู้รู้เรื่องความสุข วิเคราะห์เรื่องนี้กัน สุขสมบัติ : ความสุขขั้นสามัญชน

ฉันมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เมื่อไม่มีทั้งมือและเท้า

  Corinne Hutton เสียทั้งมือและเท้าเมื่อสองปีก่อน เธอไม่คร่ำครวญว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” แต่กลับคิดว่า ดีแล้วที่ไม่เกิดกับคนอื่น และทุกวันนี้เธอยังคงเปี่ยมไปด้วยความสุขและความหวัง และทำสิ่งต่างๆ ที่เธอรัก เช่น ปีนเขา ขับเครื่องบิน และตั้งองค์กรการกุศล เมื่อสองปีที่แล้ว Corinne มีชีวิตการงานและครอบครัวที่ยุ่งเหยิง งานที่ทำมีความเครียดสูง แต่เธอก็ทน ๆ

เปลี่ยนชีวิตได้ด้วย ‘การรู้คุณ’

  ใครเคยอ่านนิทานเรื่อง ‘เสื้อแห่งความสุข‘ ของนักประพันธ์เอกชาวรัสเซีย ลีโอ ตอลสตอย บ้างยกมือขึ้น…. นิทานเรื่องนี้เล่าถึงพระราชาที่สุดแสนจะร่ำรวย แต่ก็พบว่าตัวเองยังไม่มีความสุขเสียที จึงได้เรียกเหล่านักปราชญ์มาปรึกษาหาวิธีที่จะทำให้พระองค์มีชีวิตที่มีแต่ความสุข ประชุมกันอยู่นานก็มีนักปราชญ์คนหนึ่งแนะนำขึ้นมาว่า พระราชาจะต้องออกตามหาผู้ชายที่มีแต่ความสุข แล้วนำเสื้อของเขามาสวมไว้เท่านั้นเอง เรื่องเหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่าย เพราะไม่ว่าจะออกตามหาเท่าไร ก็ไม่พบผู้ชายที่มีแต่ความสุขเลยสักคน ทุกคนล้วนมีความทุกข์ในชีวิตไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง จนกระทั่งทหารของพระราชาได้เดินผ่านกระท่อมซอมซ่อหลังหนึ่ง พลันได้ยินเสียงชายในกระท่อมร้องออกมาอย่างปิติว่า

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save