งานจิตอาสา
จิตอาสาเป็นใจที่นึกถึงผู้อื่น ต้องการช่วยแบ่งเบาความทุกข์ แบ่งปันความสุข คงจะดี ถ้าคุณได้ทำงานอาสาเพื่อสังคมขนาดใหญ่ เช่น ดับไฟป่า เก็บขยะในทะเล ปลูกหญ้าทะเล แต่ถ้าคุณยังไม่มีเวลาขนาดนั้น ลองทำงานจิตอาสาเล็กๆ ก็ได้ เช่น การแยกขยะเศษอาหารช่วยให้คนงานเก็บขยะทำงานง่ายขึ้น การสละคิว สละที่นั่งให้ผู้ที่มีความจำเป็นมากกว่า
นอกจากได้ชื่นชมกับผลงานที่คุณทำสำเร็จแล้ว ลองสังเกตใจของตัวเอง เมื่อได้ทำเรื่องสิ่งเหล่านี้ ลองดูว่าใจของคุณในตอนนั้นว่าพองหรือแฟ่บอย่างไร
ธนาคารจิตอาสา ปันเวลา แชร์ความสุข
หากเดินเข้าไปที่ธนาคารสักแห่ง เราย่อมต้องการทำธุรกรรมทางการเงินบางอย่าง เช่น ฝาก ถอน โอน จ่าย กู้ ทำบัตรเอทีเอ็ม ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมการตอบโจทย์ทางการเงินทุกๆ อย่างเลยก็ว่าได้ แต่หากอยากทำอะไรดีๆ อยากช่วยเหลือคนอื่น เห็นเหตุการณ์ภัยพิบัติแล้วอยากช่วย เราจะหาข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ไหน
ช่างภาพผู้ปิดทองหลังพระ
ครั้งหนึ่งเมื่อมีคนถามองค์ดาไลลามะว่า อะไรเป็นเรื่องที่ท่านรู้สึกแปลกใจมากที่สุดเกี่ยวกับมนุษยชาติ ท่านตอบว่า มนุษย์เรานี้ ยอมสูญเสียสุขภาพเพื่อให้ได้เงินมา แล้วต้องยอมสูญเสียเงินตรา เพื่อฟื้นฟูรักษาสุขภาพ แล้วก็เฝ้าเป็นกังวลกับอนาคต จนไม่มีความรื่นรมย์กับปัจจุบัน ผลที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือ เขาไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งอยู่กับอนาคต เขาดำเนินชีวิตเสมือนหนึ่งว่าเขาจะไม่มีวันตาย และแล้วเขาก็ตายอย่างไม่เคยมีชีวิตอยู่จริง
ASA Market แหล่งรวมผู้คนหลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว
ASA มาจากคำว่า ‘อาสา’ คำที่รู้จักนิยมกันในปัจจุบัน การเสนอตัวเองเพื่อทำงานให้ผู้อื่น เพื่อช่วยเหลือโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน แต่ทำไมถึงเป็น ASA Market คุณนก พัณนิดา คำสาตร์ ตัวแทนจากชมรมธนูโพชฌงค์จะมาเล่าเรื่องราวงานอาสานี้ให้ฟัง ก่อนการมาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราว ได้มีการร่วมสนทนากับเพื่อนๆ ที่ร่วมกันจัดงาน ASA Market ในเรื่องที่ได้ร่วมกันทำงาน เพื่อร่วมถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับ
เครือข่ายจิตอาสา Volunteerspirit : สร้างสังคมและตนเองให้เติบโตและเป็นสุข
มหันตภัยสึนามิเมื่อปลายปี พ.ศ.2547 นำความวิปโยคใหญ่หลวงมาสู่หลายประเทศในแถบเอเชีย (รวมทั้งประเทศไทย) แต่ ท่ามกลางความสูญเสียเศร้าโศกกันเกินบรรยายนั้น ได้ก่อให้เกิด “อาสาสมัคร” จากหลายชาติหลายภาษาผู้เข้าร่วมเป็นพลังกายใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างไม่เห็นแก่เหนื่อยยาก แล้วต่อมายังได้เชื่อมโยงติดต่อกันเป็นเครือข่ายจิตอาสา (Volunteer Spirit Network) มีกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม : สะพานสายรุ้งแห่งสันติภาพ
“หากสังคมใดมีความเป็นธรรม สังคมนั้นย่อมมีสันติภาพ และเราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ร่วมกันได้” นี่คือหลักการของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.) ซึ่งเชื่อว่า สำนึกแห่งจิตอาสานั้นเป็นสิ่งที่ปลูกฝังได้ หากมาเรียนรู้กระบวนการทำงานของอาสาสมัคร เพราะจะก่อให้เกิดจิตสำนึกของการช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยจิตที่เมตตากรุณา พร้อมกันกับจะได้ตรวจทานตนเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นประโยชน์จริงหรือไม่ ?ทำเพื่อประโยชน์สุขของใคร ? และสิ่งที่ทำนี้ได้ช่วยยกระดับคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ใช่หรือไม่ ? เหล่านี้จะเป็นดังแสงสว่างที่คอยนำทางไปสู่คุณงามความดี เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมนี้อย่างมีความเป็นธรรมและสันติสุข
อาสาข้างเตียง … เราจะก้าวผ่านความทุกข์ยากไปด้วยกัน
“อาสาข้างเตียง” คือ อาสาสมัครผู้อยู่เคียงข้างผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นเพื่อนชวนพูดคุยรับฟัง หรือชวนทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อให้ผู้ป่วยสบายใจ ผ่อนคลายจากความกังวลกลัว ความเงียบเหงา มีชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข และ ก้าวข้ามความทุกข์ยากไปด้วยกัน จริงอยู่ โรงพยาบาลย่อมมีแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์พร้อมอยู่แล้ว แต่เป็นที่ทราบกันอยู่ว่า ทุกท่านล้วนแล้วมีภาระหนักอึ้ง การมีจิตอาสาซึ่งมีเมตตาจิตและผ่านการอบรมมาจนมีความเข้าอกเข้าใจผู้ป่วยเป็นอย่างดี ย่อมเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระแก่โรงพยาบาลได้แน่นอน

