การสัมผัสธรรมชาติ
เมื่อพูดถึงธรรมชาติคุณอาจนึกถึงป่า ภูเขา ทะเล สวนสาธารณะ หรือการดูดาว การได้ใช้เวลาให้กับสิ่งเหล่านี้เป็นระยะๆ ย่อมดีต่อใจ แต่หากคุณใช้ชีวิตในเมืองและไม่มีโอกาสแบบนั้น คุณก็ยังสามารถสัมผัสธรรมชาติได้ตลอดเวลา เพราะธรรมชาติอยู่ใกล้กว่าที่คิด
ลองให้เวลากับตัวเองสัก 5 นาที มองต้นไม้ใบหญ้าใกล้ตัว ชมดอกไม้ เงยหน้ามองฟ้า วางโทรศัพท์มือถือแล้วฟังเสียงที่เกิดขึ้นรอบตัว เสียงลม เสียงของความเงียบ หรือเสียงของความคิด ลองเปิดดวงตา เปิดหู เปิดประสาทสัมผัสให้รู้จักผืนดิน ไอแดด หยดน้ำ สิ่งเหล่านี้คือการได้สัมผัสกับธรรมชาติ
เปิดหัวใจใน ‘ห้องเรียนธรรมชาติ’
….วันนี้อยากจะมาชวนคุยเรื่อง ดิน ฟ้า อากาศ…. สมัยก่อนหากวงสนทนาใด เปิดประเด็นว่าด้วยการคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ คงมีความหมายแค่การคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป แต่ในสมัยนี้ที่ดินฟ้าอากาศของเราช่างแปรปรวนนัก ฤดูกาลต่างๆ ทั้ง ร้อน ฝน หนาว สลับสับสน ยังมีภัยแล้ง น้ำท่วม พายุหิมะ แผ่นดินไหว สึนามิ ผลัดกันเข้ามาย่ำยีให้โลกของเรากลายสภาพเหมือนผู้ป่วยหนัก
ธรรมชาติช่วยให้เรามีความเอื้ออาทรมากขึ้น
ลองดูภาพสองภาพนี้นิ่งๆ สักพัก….แต่ละภาพทำให้คุณรู้สึกต่างกันอย่างไรบ้างครับ นักวิจัยพบว่าธรรมชาติช่วยให้เรามีความเอื้ออาทรกันมากขึ้น นักวิจัยจาก University of California Berkeley ให้ผู้ร่วมทดลองดูภาพวิวธรรมชาติที่สวยงามและสังเกตพฤติกรรมระหว่างการเล่มเกมทางเศรษฐศาสตร์สองเกม คือ Dictator Game และ Trust Game ซึ่งวัดความเอื้อเฟื้อและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ตามลำดับ พบว่าผู้ที่ชมภาพธรรมชาติที่ยิ่งสวยเท่าไรก็จะมีความเอื้อเฟื้อและความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้นเท่านั้น ในอีกการทดลองหนึ่งที่ญี่ปุ่น ผู้ร่วมทดลองได้ถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม
เส้นทางความสุข : การสัมผัสธรรมชาติ
การพัฒนาอะไรก็ตามที่ทำให้ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น มักนำไปสู่ความเสื่อม แต่การพัฒนาที่ทำให้ง่ายขึ้น เบาขึ้น ถือเป็นการทำให้ดีขึ้น การดูแลใจของเราก็เช่นกัน วิถีธรรมชาติที่พาให้เราสงบ เบา สบาย ย่อมทำให้เราเกิดสุขภาวะทางปัญญาได้ แม้มนุษย์และธรรมชาติจะพึ่งพาอาศัยกันมาเนิ่นนาน ทว่าวิถีการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันกลับกำลังค่อยๆ แยกมนุษย์ให้ห่างไกลออกจากธรรมชาติไปทุกที จนหลายครั้งทำให้เราหลงลืม วิ่งวนเพื่อค้นหาวิธีเอาชนะ ขัดขืน ฝืนธรรมชาติ จนลืมไปว่านั่นคือหนทางที่พาเราให้ออกห่างจากความสุขที่แท้จริงไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว
เมื่อศิลปะ ทำให้ค้นพบทางออกของชีวิต : คามิน เลิศชัยประเสริฐ
เมื่อศิลปินที่ทำงานศิลปะมาอย่างต่อเนื่อง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั้งใน และต่างประเทศ เป็นผู้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 31 (31th Century Museum Contemporary of Spirit), มูลนิธิที่นา (The Land) ตลอดจน อุโมงค์ศิลปธรรม อย่าง คามิน เลิศชัยประเสริฐ
มาฟังความในใจที่ธรรมชาติอยากจะพูดมานาน
คงจะมีหลายสื่อและอาจจะหลายครั้งแล้วที่มีการนำเสนอเรื่องราวความแปรปรวนของสภาพอากาศโลก สำหรับหนังสั้นชุด The Nature Is Speaking นี่ก็เช่นกัน เพียงแต่รูปแบบนำเสนอออกจะแตกต่างไปจากที่เคยดู ภาพสวยๆ ถูกถ่ายทำอย่างประณีต ประกอบเนื้อเรื่องที่พูดถึง ราวกับว่าเรากำลังฟังธรรมชาติพูดใส่หน้า จะเรียกว่าเป็นการยิงหมัดตรงเข้าหาผู้ชมก็คงไม่ผิดนัก
ความสุขจากการสัมผัสธรรมชาติ
ธรรมชาติ ความรัก ความสุข ธรรมชาติไม่ใช่เพียงต้นไม้ ใบหญ้า ท้องทุ่ง และลำน้ำ แต่หมายรวมถึงธรรมชาติในใจเราด้วย ใจที่มีความรักจะเห็นคุณค่าธรรมชาติภายนอกและมีความสุขอยู่กับสิ่งนั้น เมื่อความรักในธรรมชาติกับความสุขเป็นสิ่งเดียวกัน จะเชื่อมโยงความปรารถนาดีไปยังผู้อื่น


