8 เส้นทางสู่ความสุข

รอยยิ้มของพ่อ

ผมทำงานจิตอาสาเพื่ออยากให้บ้านเรา ประเทศเรา ให้โลกใบนี้มันน่าอยู่ขึ้น ทำเท่าที่พลเมืองตัวเล็กๆ อย่างเราจะทำได้ ผมเชื่อว่าหากในหลวงท่านรู้ว่ามีคนทำแบบนี้เพื่อท่าน ท่านก็คงจะยิ้มเหมือนกัน อย่างน้อยท่านก็คงดีใจที่มีคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งอยากเดินตามรอยของท่าน อยากทำความดีเพื่อท่าน

เดชา3

การทำงานจิตอาสาในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ยังคงมีลักษณะคล้ายงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ทำกันในยามว่างชั่วครั้งชั่วคราว ดังนั้น หากมีใครสักคนหนึ่งลุกขึ้นมาประกาศว่า งานหลักของเขาคือการทำกิจกรรมจิตอาสา ย่อมต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน และยิ่งถ้าเราได้รู้เหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง เราอาจจะต้องทึ่ง และย้อนหันกลับมาถามตัวเองว่า วันนี้เราเริ่มทำอะไรแบบเขาบ้างหรือยัง?

คุณเดชา ฤทธิ์แดง ผู้นำกิจกรรมกลุ่มอาสารอยยิ้มบ้านดิน คือคนที่เรากำลังพูดถึง….

ทุกวันนี้ผมทำงานจิตอาสาเป็นงานหลัก และทำงานเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ” 

คุณเดชาตอบเราอย่างมั่นใจเมื่อเราตั้งคำถามว่าทุกวันนี้เขาทำอาชีพอะไรอยู่ ก่อนจะค่อยๆ เล่าชีวิตของเขาให้เราฟัง

คุณเดชาเกิดที่จังหวัดสระแก้ว พ่อของคุณเดชาอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดสระแก้วตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นจังหวัดสระแก้วยังเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่บริเวณนั้นได้ถูกบุกรุกเข้าไปแผ้วถาง จนทำให้้กลายเป็นป่าเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการเพาะปลูก ประกอบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เอง ก็ได้ใช้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการ ทำให้ประชาชนตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว

“ตอนนั้นพื้นที่จังหวัดสระแก้วเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สีแดงเลยนะ สภาพปัญหาไม่ต่างจากเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราตอนนี้ มีแต่การรบราฆ่าฟันแย่งที่อยู่ แย่งอาหารกันไม่เว้นแต่ละวัน ตอนที่พ่อผมอพพยพเข้าไป พื้นที่แถวนั้นโดนผู้มีอิทธิพลจับจองกันไปหมดแล้ว พื้นที่สักหยิบมือเดียวเราก็ไม่มี ต้องไปเช่าที่เขาทำมาหากิน ลำบากมาก”

เดชา4

ท่ามกลางความหวาดกลัวผู้มีอิทธิพลและผู้ก่อการร้าย ทำให้แม้จะมีหน่วยเฉพาะกิจทางทหารเข้าไปปราบปรามก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ สาเหตุเพราะกลัวภัยที่จะมาจากผู้ก่อการร้ายมากกว่า แต่เมื่อความเดือดร้อนของราษฎรเพิ่มมากขึ้น จนความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา โดยได้จัดตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาจังหวัดปราจีนบุรี ตามพระราชดำริขึ้นในปี พ.ศ.2521

มีโครงการพระราชดำริประมาณ 7 โครงการเข้าไปที่จังหวัดสระแก้ว ในหลวงท่านเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปเยี่ยมเยือนราษฎร พระราชทานอุปกรณ์และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับโครงการ มีการดำเนินการจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎรทุกคนอย่างเท่าเทียม ครอบครัวผมเองก็ได้รับที่ดินพระราชทานมาเพื่อทำกิน 10 ไร่ อยู่อาศัยอีก 1 ไร่ จังหวัดสระแก้วที่เคยร้อนเป็นไฟ ก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่ร่มเย็น ประชาชนได้อยู่อาศัยกันอย่างสุขสบาย อุดมสมบูรณ์

เดชา5

ความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้เอง ได้บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามให้ค่อยๆ หยั่งรากลึกลงในจิตใจของคุณเดชา และเมื่อวันเวลาเปลี่ยนเด็กชายจากจังหวัดสระแก้วให้กลายเป็นชายหนุ่มนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ก็ถึงเวลาที่เขาได้เริ่มต้นทำอะไรบางอย่างที่เขารอคอยมานาน

“ผมสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย พอเดินเข้ารั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มต้นทำกิจกรรมจิตอาสาเลยทันที ผมเริ่มตั้งแต่ปีหนึ่งเป็นสมาชิกชมรมต่างๆ ปีสองเป็นประธานคณะ ปีสามเป็นนายกองค์การกิจกรรมนักศึกษา และปีสุดท้ายในวันที่ 5 ธันวาคม 2544 ก็ตัดสินใจตั้งกลุ่มอิสระเพื่อทำงานจิตอาสาของตัวเองขึ้นในชื่อ รอยยิ้มของพ่อ เป้าหมายสูงสุดคือต้องการอยากจะตอบแทนในหลวง ด้วยการสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบตัว ซึ่งก็คือประชาชนของท่าน เพราะผมเชื่อว่าประชาชนของท่านจะยิ้ม เมื่อเราเอากิจกรรมดีๆ เข้าไป

กลุ่มรอยย้ิมของพ่อ ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาที่จังหวัดเชียงรายมาอย่างต่อเนื่อง 5 ปีเต็ม ก่อนที่คุณเดชาจะตัดสินกลับไปดำเนินชีวิตเกษตรกรตามรอยของครอบครัวที่จังหวัดสระแก้ว ในช่วงปีแรกๆ คุณเดชาค่อยๆ เปลี่ยนพื้นที่ทำนาของครอบครัวให้เข้าสู่วิถีพึ่งตนเองแบบธรรมชาติ สร้างบ้านดินเป็นที่อยู่อาศัย เรียนรู้วิถีการทำเกษตรแบบผสมผสาน ค่อยๆ ชักชวนครอบครัวให้ละเลิกจากวิถีเกษตรเคมี หันมาทำเกษตรแบบอินทรีย์ จนวันนี้พื้นที่นาของครอบครัวคุณเดชา กลายเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตบ้านดินเชิงเกษตรพึ่งตนเองของจังหวัดสระแก้วไปเรียบร้อยแล้ว

เดชา1

“ตอนแรกๆ คนที่มาเห็นบ้านดินแล้วชอบ เขาอยากให้เราไปทำให้ เราไปทำไม่ไหว เขาก็เลยขอให้ช่วยสอนแทน ทีนี้พอเริ่มสอนก็เริ่มรู้สึกสนุก ก็เลยคิดเปิดเป็นกิจกรรมงานจิตอาสาเสียเลย เริ่มตั้งกลุ่มอิสระเพื่อทำงานจิตอาสาขึ้นมาใหม่ชื่อว่า อาสารอยย้ิมบ้านดิน เปิดรับจิตอาสาไปทำบ้านดินให้กับพื้นที่ต่างๆ ในชุมชน เช่น สร้างห้องสมุด กุฏิ ศาลาประชาคม ฯลฯ แรกๆ ก็มีจิตอาสาไปบ้าง ไม่ไปบ้าง แต่เราก็สู้มาเรื่อยนะ ไม่เคยยอมแพ้ เพราะจิตอาสาเป็นงานที่เรารัก”

ด้วยความรักในงานจิตอาสา ค้นพบว่านี่คือความสุขที่แท้จริงของชีวิต ทำให้อาสารอยย้ิมบ้านดินที่มีคุณเดชาเป็นผู้นำกิจกรรมค่อยๆ ขยายงานออกไปเรื่อยๆ จากกิจกรรมทำบ้านดิน ขยายไปเป็นโครงการใจสะอาดวาดประเทศไทย โครงการอาสาพาไปทำดี โครงการเก็บขยะละตัวกู โครงการฟื้นฟูดินฟื้นฟูใจ กิจกรรมน้องยิ้มได้จากใจพี่ ฯลฯ แต่ทุกกิจกรรมไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไร ยังคงเป็นไปด้วยอุดมการณ์เดิมจากวันแรกที่คุณเดชาตั้งกลุ่มรอยยิ้มของพ่อทุกประการ

“ไม่ว่าจะใช้ชื่อรอยยิ้มบ้านดิน หรือรอยยิ้มของพ่อ กิจกรรมที่ทำทุกวันนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่เราทำเพื่อตอบแทนในหลวง ตอบแทนแผ่นดินเกิด ผมทำงานจิตอาสาเพื่ออยากให้บ้านเรา ประเทศเรา ให้โลกใบนี้มันน่าอยู่ขึ้น ทำเท่าที่พลเมืองตัวเล็กๆ อย่างเราจะทำได้ ผมเชื่อว่าหากในหลวงท่านรู้ว่ามีคนทำแบบนี้เพื่อท่าน ท่านก็คงจะยิ้มเหมือนกัน อย่างน้อยท่านก็คงดีใจที่มีคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งอยากเดินตามรอยของท่าน อยากทำความดีเพื่อท่าน

คุณเดชาบอกว่าทุกวันนี้ที่เลือกเส้นทางชีวิต ทำงานจิตอาสาเป็นหลัก ทำเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพแม้ไม่ได้ร่ำรวยมีเงินทองมากมาย แต่ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะได้ทำงานจิตอาสาซึ่งเป็นงานที่ตนเองรัก สิ่งสำคัญสูงสุดคือได้เดินตามรอยเท้าของพ่อ ได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ให้โอกาสคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้เกิดและเติบโตขึ้นมาอย่างสุขสบาย และนี่คือโอกาสที่คนๆ หนึ่งจะตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ แม้สิ่งที่ทำอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ก็ตาม….

ขอบคุณ : ข้อมูลจาก ธนาคารจิตอาสา / ภาพจาก https://www.facebook.com/idaybaandin?fref=ts

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!