เรื่องน่าสนใจ



ค้นพบเส้นทางของคุณด้วยตัวคุณเอง ดูแลใจและพัฒนาจิตในสไตล์ที่ใช่สำหรับคุณ

โครงการ Mahidol Day of Service เสียงจากใบปริญญา

เชื่อว่าวันที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นวันที่เกือบทุกคนรู้สึกได้ถึงความสำเร็จขั้นแรกในชีวิต วันรับปริญญาเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บอกว่า เรากำลังก้าวข้ามจากเด็กคนหนึ่งไปเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แต่หลังจากวันรับปริญญาแล้ว ใบปริญญาของพวกเราไปอยู่เสียที่ไหน? “แปะอยู่บนฝาบ้าน” หลายคนตอบปนรอยยิ้ม เคล้าเสียงหัวเราะอยู่ในที แปลกดีที่สิ่งที่เราทุ่มเทเพื่อให้ได้มา ท้ายสุดกลับกลายเป็นเพียงกระดาษติดอยู่บนฝาบ้าน ภาระหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ทำให้เราแทบไม่เคยเหลียวกลับไปมอง จนหลายคนอาจลืมไปแล้วว่าเคยตื่นเต้นภาคภูมิใจตอนที่ได้รับมันมามากแค่ไหน ยิ่งหลายคนเรียนเยอะจนได้หลายใบ ใบปริญญาก็แทบกลายเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ความหมายน้อยลงทุกที วันนี้ลองชวนมาคิดเล่นๆ ว่าถ้าใบปริญญาเป็นคนที่พูดได้ เขาจะพูดกับเราว่าอะไร? “……………………………………………………………..”

โครงการ Mahidol Day of Service เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ‘วันมหิดล’

ในชีวิตของเรา…เกี่ยวข้องกับวันสำคัญมากมาย ทั้งวันสำคัญของตัวเราเอง ครอบครัว วันสำคัญขององค์กร สถาบัน หรือของประเทศชาติอีกหลายต่อหลายวัน ลองนึกย้อนกลับไปมองวันสำคัญต่างๆ ที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรในวันเหล่านั้นบ้าง กดไลค์ภาพหรือข้อความรำลึกในเฟซบุ๊ก ออกไปฉลองด้วยอาหารอร่อยๆ หรือแค่เป็นวันหยุดที่เราจะได้นอนตื่นสาย ไม่ต้องไปทำงานหรือไปเรียน  จะดีกว่าไหม? ถ้าเราจะสร้างความหมายใหม่ ให้ ‘วันสำคัญ‘ มี ‘คุณค่า‘ มากขึ้นกว่านั้น…. วันที่ 24 กันยายนของทุกปี คือ ‘วันมหิดล‘ เป็นวันสำคัญของบุคลากรทุกคนในมหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร

ความสุขของแม่

เมื่อถึงวันแม่ของทุกปี เรามักจะได้อ่าน ได้เห็นความมหัศจรรย์ของความเป็น ‘แม่’ ทั้งเรื่องของความเสียสละ ความเข้มแข็ง ความอดทน ความรักอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องการการตอบแทน แต่ที่น่าทึ่งมากกว่านั้นก็คือ ความเป็นแม่ยังเหมือนต้นกำเนิดผลิต ‘พลังแห่งความสุข’ ที่ไร้ข้อจำกัด คนเป็นแม่สามารถเข้าใจความทุกข์ ใช้ความรักเป็นตัวแปรเปลี่ยนให้เกิดพลังแห่งความสุข เติมเต็มให้กันและกันได้อย่างไม่มีวันหมด ทุกๆ เช้า ภารกิจประจำวันของ คุณแม่นฏชมน นิลอ่อน

เปลี่ยน (กิน) ก่อนป่วย

‘การกินผักผลไม้’ ก็คงเหมือนกับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเรา พวกเราเกือบทุกคนได้รับการบอกกล่าว พร่ำสอน เชิญชวนมาตั้งแต่เด็ก ว่าการกินผักผลไม้เป็นเรื่องดี มีประโยชน์กับชีวิตของคนเรา เหมือนๆ กับการออกกำลังกาย การหายใจในอากาศบริสุทธิ์ การทำใจให้สงบ การมองโลกในแง่บวก ฯลฯ และอีกหลายสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตของคนเรา และสิ่งที่เราเลือกทำกับบรรดาสิ่งที่มีประโยชน์เหล่านี้แทบจะเหมือนกัน คือการให้ความสำคัญมันในลำดับเกือบสุดท้ายของชีวิต โดยเฉพาะคนเมืองที่หายใจเข้าออกเป็นการทำงานและหาเงินตัวเป็นเกลียว ถ้าให้ทบทวนดูว่าใน 1 วันเราได้กินผักผลไม้สักเท่าไร

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ต้นแบบของผู้ใฝ่ศึกษาเรียนรู้

เรามักคิดเสมอว่า การศึกษาเรียนรู้เป็นเรื่องของตัวเราเอง เป็นประโยชน์ส่วนตนไม่เกี่ยวกับใครและเรามักคิดเสมอว่า หากชีวิตสะดวกสบายแล้ว เราคงไม่จำเป็นต้องอุตสาหะร่ำเรียนอะไรเพิ่มเติมสักเท่าไร ชีวิตหลายคนเลยมักมาตกร่องว่า เมื่อลำบากแล้วจึงค่อยขวนขวายเรียนรู้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นต้นแบบสำหรับปวงชนชาวไทยในการเป็นผู้ศึกษาใฝ่หาความรู้อย่างไม่มีวันหยุด นอกจากนี้ ความวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเรียนรู้ของพระองค์ท่าน ยังส่งผลดีต่อการเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูตระหว่างประเทศ และยังกลายเป็นแรงบันดาลใจ นำทางให้อีกหลายต่อหลายคนเดินตามรอยพระองค์ท่าน เรื่องราวนี้ปรากฎชัดเจนเป็นรูปธรรม เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระอักษร (เรียน)

เส้นทางความสุข : การเคลื่อนไหวร่างกาย

ถ้าเราทำความเข้าใจกับเนื้อตัวร่างกายของเราเองอย่างลึกซึ้ง จะเห็นว่าร่างกายที่มันขับเคลื่อนไปนี้มีสิ่งซึ่งสถิตอยู่ข้างในก็คือ ‘ใจ’ ทำอย่างไรให้กายกับใจอิงอาศัยซึ่งกันและกันอย่างเกื้อกูล ตั้งแต่เราเริ่มจำความได้ นับจากวัยเด็กเล็กที่เริ่มเรียนรู้จักร่างกาย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเราเฝ้าสาละวนแต่งเสริมเติมสวยให้อวัยะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เราอยากแข็งแรง อยากสูง อยากผอม อยากดูดีในสายตาของคนอื่นๆ….แต่จะมีสักครั้งไหม ที่เราจะหันมาตระหนักว่า แท้จริงแล้วร่างกายนี้คือพื้นที่อันเป็นที่อยู่ของ ‘ใจ’ ซึ่งเราควรจะเฝ้าดูแลและพิจารณาเพื่อให้นำทางเราไปถึงซึ่งความสุขที่ยั่งยืน

เรียนรู้ แบ่งปัน เปิดโลก กับเศรษฐีหนุ่มรักผจญภัยและใจดี

ทุก ๆ ปี นิตยสาร Forbes จะจัดอันดับมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก และในลิสต์ปี 2014 นั้นก็มีชื่อของ นิโคลัส วูดแมน เจ้าของกล้อง GoPro อยู่ด้วย นิโคลัส หรือ นิค วูดแมน เป็นชายหนุ่มที่หลงใหลการเล่นกีฬาสุดขั้วทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสกี

‘การฟัง’ วิชาที่โรงเรียน (ส่วนใหญ่) ไม่เคยสอน (ตอนที่ 2)

‘การฟัง‘ เป็น 1 เครื่องมือในการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งนำไปสู่การสร้างความสุขภายในที่ลึกและยั่งยืนที่สุดของคนเรา เมื่อเราเรียนรู้การฟัง เราจะเริ่มฟังอย่างตั้งใจ ฟังแบบไม่ตัดสิน ฟังแบบมีสติรู้เนื้อรู้ตัวว่าเราอยู่ตรงนั้นกับเขา สิ่งที่เราฟังจะไม่ใช่เพียงเนื้อหา แต่เราจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกด้านในของผู้พูดที่อยู่ตรงหน้า ขณะที่เรากำลังฟัง ผู้พูดเองก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรามอบให้ มันจะเกิดสายใยบางๆ ที่โอบรัดคนสองคนให้เชื่อมโยง เข้าใจและใกล้กันมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่สำคัญยิ่งก็คือ เมื่อเราเรียนรู้การฟังอย่างเข้าใจ ถึงที่สุดเราจะได้ยินแม้กระทั่งเสียงของเราเอง ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นมันจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านในของเราที่นำพาสิ่งดีๆ

‘การฟัง’ วิชาที่โรงเรียน (ส่วนใหญ่) ไม่เคยสอน (ตอนที่ 1)

โลกเราก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 มาหลายปีแล้ว (ค.ศ.2001 – 2100) นับๆ ดูแล้วมีเรื่องที่มนุษย์ปัจจุบันเราพัฒนาและก้าวไปไกลกว่าสมัยบรรพบุรุษอยู่มาก โดยเฉพาะบรรดาเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ในทางกลับกัน บางเรื่องมนุษย์ยุคเทคโนโลยีอย่างเรา ก็กลับดูคล้ายจะถอยหลังเข้าคลองไปเสียอย่างนั้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ สุขภาวะทางปัญญา หรือการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างกัน           จะโดยรู้ตัวหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ปัจจุบันพวกเราทำกันแทบไม่เป็นคือ ‘การฟัง‘

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save