ภูมิคุ้มใจ, เครื่องช่วยมอง

สาส์นเรื่องโคโรน่าไวรัสจากท่านยองเจ มิงยูร์ ริมโปเช

ท่านยองเจ มิงยูร์ ริมโปเช (Yongey Mingyur Rinphoche) เป็นธรรมาจารย์ทิเบตรุ่นใหม่ ผู้ถ่ายทอดพุทธธรรมเก่าแก่ด้วยศาสตร์สมัยใหม่ และผู้เขียนหนังสือ The Joy of Living ชีวิตที่เบิกบาน (ฉบับแปลไทยโดยของสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา) ได้ส่งสาส์นแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่กำลังระบาดทั่วโลก และท่านย้ำเตือนให้พวกเราเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างตื่นรู้ มีเมตตากรุณา และมีปัญญา ท่ามกลางเหตุการณ์ปัจจุบัน

.

ทีมงานความสุขประเทศไทยขอถ่ายทอดสาส์นจากคลิปของท่านยองเจ มิงยูร์ ริมโปเชเป็นข้อความดังนี้

.

ด้วยเหตุที่ตอนนี้มีการระบาดของไวรัสโคโรนาไปทั่วโลก อาตมาอยากจะแบ่งปันความคิดบางอย่าง ตอนนี้ทุกคนมีความกลัว ความตื่นตระหนก และความวิตกกังวลอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือวิธีคิดของเรา และวิธีที่เราคิดถึงสิ่งนี้ โดยเฉพาะจากมุมมองของผู้ปฏิบัติภาวนา

.

อะไรก็ตามที่เราเผชิญในชีวิต หากเราพยายามใช้มันเป็นโอกาสในการเรียนรู้  เป็นหนทางที่จะเติบโต และพยายามเปลี่ยนความกลัวและความวิตกกังวลเหล่านั้นมาเป็นเครื่องช่วยในการภาวนาหรือการฝึกปฏิบัติของเรา นั่นจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

.

โดยปกติแล้ว ชีวิตของคนเราก็เหมือนคลื่นในทะเล มีขึ้นและลงบ่อยครั้ง ไม่เพียงแค่ในชีวิตของเรา แต่ในสังคมและโลก ก็ยังมีขึ้นมีลงเสมอ จากการขึ้นและลงเหล่านี้ เราเรียนรู้ได้มาก เราเติบโตได้มาก และเราได้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งอีกด้วย

.

สิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญคืออย่ายอมแพ้  หรือที่เราเรียกว่า “ปล่อยวาง” การปล่อยวางนั้นแน่นอนว่า ตอนนี้เรากำลังมีปัญหานี้ เราต้องยอมรับสถานการณ์ นี่เป็นเรื่องจริง นี่คือความจริงในตอนนี้ ไวรัสนี้กำลังระบาดไปทั่วโลก และผู้คนมากมายกำลังเดือดร้อนและมีปัญหา

.

แต่บางครั้งหากเรายอมแพ้ เราก็ไม่อาจเรียนรู้ได้ ไม่อาจเติบโต ไม่อาจหาทางออกได้ และเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ยอมแพ้ เราทุกคนมีศักยภาพอันยิ่งใหญ่ ทุกคนมีปัญญาญาณ ความเมตตาและความกรุณา ความรู้ตัว และทักษะความสามารถ ทั้งหมดนี้อยู่ในตัวเราทุกคน

.

ดังนั้น ให้พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะใช้ความรู้ ปัญญาญาณ ทักษะ ความเมตตาและกรุณาของคุณ แต่กระนั้นก็จงระวังสถานการณ์ให้ดี ให้ฟังคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เช่น คนทำงานด้านสาธารณสุข แพทย์ และใครก็ตามที่มีคำแนะนำพิเศษเกี่ยวกับไวรัสนี้ พยายามฟังเขาเหล่านั้น และปฏิบัติตามคำแนะนำ เช่น การล้างมือ การพักผ่อน และการออกกำลังกายนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะการภาวนานั้น อาตมาคิดว่าสำคัญมาก

.

พวกคุณหลายคนรู้จักการภาวนาแบบมีสติรู้ตัว ความกรุณา และปัญญาญาณ การฝึกภาวนา 3 สิ่งนี้ จงพยายามอย่างเต็มที่ หากคุณไม่รู้จักวิธีการภาวนามากนัก ให้ฝึกปฏิบัติด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การดูลมหายใจ หายใจเข้าและออก การสำรวจร่างกาย และการสังเกตความรู้สึกทางกาย

.

โดยเฉพาะเมื่อคุณตื่นตระหนก วิตกกังวล หรือหนักใจ  มีความรู้สึกมากมายในร่างกายของคุณ ขอให้แค่มองดูความรู้สึกนั้น อาจดูเหมือนมันแย่ลงเรื่อยๆ แต่ก็โอเค มันเป็นสัญญาณที่ดี ให้สติเป็นเหมือนท้องฟ้า และความหนักใจ ความคิด ความวิตกกังวล เป็นดั่งหมู่เมฆที่มาแล้วก็ไป ดังนั้น พยายามเป็นอิสระจากการผูกมัดตัวเอง ไม่กังวลแต่ก็ไม่ประมาท และในเวลาเดียวกัน ให้ลงมือทำ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำตามคำแนะนำ

.

ฝึกปฏิบัติดังเช่นที่ได้กล่าวไปแล้ว ในการมีสติรู้ตัวนั้น เราสามารถใช้ความวิตกกังวล ความหนักใจ หรือแม้แต่ความตื่นตระหนกในบางครั้ง เป็นเครื่องช่วยภาวนาของเราได้ หากคุณได้เรียนรู้การภาวนามาก่อน เช่น ภาวนากับลมหายใจ เราสามารถทำสิ่งเดียวกันนี้ ดูความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในความรู้สึกและร่างกายเรานี้ได้ แล้วเราจะได้การภาวนาแบบใหม่ ที่ดูลมหายใจก่อน แล้วตามด้วยการดูความรู้สึก

.

การฝึกปฏิบัติอย่างที่สองนั้น เกี่ยวกับความรักและความกรุณา เมื่อเราตื่นตระหนกหรือหนักใจ เราสามารถนำความหนักใจของผู้อื่นเข้าสู่ตัวเรา และอธิษฐานว่า

.

“ขอให้ความหนักใจ และความวิตกกังวลของฉัน เป็นตัวแทนความหนักใจของสรรพสัตว์ทั้งปวง ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงเป็นอิสระจากความวิตกกังวล อุปสรรค และความทุกข์ทรมานจากปัญหานี้”

.

อธิษฐานให้ความกังวลของคุณเป็นตัวแทนความกังวลของสรรพสัตว์ นั่นจะช่วยได้ แล้วความวิตกกังวลนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักและความกรุณา

.

จากนั้นการฝึกปัญญาญาณ คุณสามารถยอมรับว่าสิ่งนี้ไม่เที่ยงแท้ และมีขึ้นมีลง กำลังเปลี่ยนแปลง  แล้วในท้ายที่สุด ทุกอย่างคือความว่างเปล่า ลองนึกถึงความวิตกกังวล เหตุที่วิตกกังวลนั้น ใครที่วิตก รวมถึงเรื่องที่วิตกว่าล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยงดูสิ เพราะในท้ายที่สุดธรรมชาติของความไม่เที่ยงนั้นก็คือความว่างเปล่า ดังนั้น คุณสามารถพักใจอยู่ในความว่างเปล่านี้ได้ ให้ลองวิธีปฏิบัติที่แตกต่างและวิธีเหล่านั้นจะส่งเสริมกัน วิธีหนึ่งจะเกื้อหนุนอีกวิธีหนึ่ง

.

ตอนนี้อาตมาอยู่ในเนปาล อยู่ในการปลีกวิเวกภาวนา และสุขภาพของอาตมาก็ดีมาก อาตมาสวดภาวนาให้ท่านทั้งหลายทุกวัน พวกเราสามารถสวดภาวนาได้นะ หลังจากคุณภาวนาจบ ให้อุทิศการภาวนานั้นเพื่อความสงบสุขของโลก เพื่อการค้นหาวิธีการรักษาโรคนี้ในเร็ววัน และสวดภาวนาว่า “ขอให้เราทั้งหลายเป็นอิสระจากโรคนี้ ขอให้เราทั้งหลายปราศจากโรคนี้” ให้สวดภาวนาแบบนี้เป็นครั้งคราว

.

เจริญพร

ยองเจ มิงยูร์ ริมโปเช

.

ติดตามเนื้อหา คำแนะนำ ข่าวสาร เพื่อสร้าง #ภูมิคุ้มใจ ในสถานการณ์โควิด-19 ได้ที่เว็บไซต์ความสุขประเทศไทย HappinessisThailand.com

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=DgZETpd9h5s&feature=share&fbclid=IwAR1NqlHa7kIp-jQrCy8277qQF6BKQMYVOk8OHnSUPmdScmpH_ZUnzKhAddI

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!