ในวันหยุดช่วงสุดสัปดาห์เด็ก ๆ ในพื้นที่ชุมชนจะเฝ้ารอการมาของกลุ่ม ‘พี่เลี้ยงอาสา’ จิตอาสาที่ลงพื้นที่ชุมชนมาเพื่อฝึกฝนตนเอง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม เปีย – ภานุกา โกเขา กลุ่ม We R Creative ผู้ริเริ่มโครงการ ‘พี่เลี้ยงอาสา’ เล่าถึงความเป็นมาของกิจกรรมไว้ว่า


.
“กลุ่ม We R Creative เราทำด้านค่ายการศึกษามาก่อน เราทำจัดค่ายให้เด็ก ๆ เป็นค่ายพัฒนาทักษะชีวิต ไม่ได้เน้นวิชาการจ๋า เราพาเล่นเกมไปด้วย เราเน้นหลักเพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะชีวิต อันนี้เป็นในส่วนของค่ายการศึกษา… ต่อมาเราทำเพิ่มในส่วนของงานอาสา โดยเราแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ 1. เวิร์กชอป ที่ทำเพื่อการสร้างสรรค์สังคม เราประดิษฐ์เกมการศึกษาต่าง ๆ เพื่อส่งต่อให้น้อง ๆ ในต่างจังหวัด เราส่งต่อให้ทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาล 2. กิจกรรม ‘พี่เลี้ยงอาสา’ คือ เรามีแนวคิดว่าพวกเราอยากไปจัดค่ายให้เด็ก ๆ ตามพื้นที่ชุมชนในวันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์ แต่ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน เราวางเป้าอยากให้กลุ่มเยาวชนที่มาร่วมเป็นจิตอาสากับเราลดการใช้โทรศัพท์ มาใช้เวลากับเรา ทำเวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากขึ้น เราจึงประสานกับมูลนิธิเซนต์มาร์ติน และประสานกับชุมชนในแถบจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี  ในหนึ่งเดือนเรามีกิจกรรมพี่เลี้ยงอาสา 2 ครั้ง จัดในวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ตอนนี้จัดมาได้ 1 ปีกว่าแล้ว…”

.
เปีย เล่าให้ฟังว่าโดยเนื้องานที่เธอทำนั้นจำเป็นต้องใช้ “การฟัง” ตลอดอยู่แล้ว ทว่าเธอยังไม่ได้มีการจับหลักการทางการฟังที่เป็นแนวทางชัดเจน การได้เห็นขบวนงานเคลื่อนไหวให้ตระหนักถึงความสำคัญของการฟังโดยธนาคารจิตอาสา จึงดึงดูดให้เธอเข้ามาร่วมเรียนรู้เพื่อนำเครื่องมือการฟังนี้ไปใช้กับงานของเธอ
.
“ก่อนหน้านี้เราทำเรื่องการฟังอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่รู้ว่ามันเชื่อมได้ แต่เดิมเราก็จะมีการอบรมพี่ ๆ อาสาที่จะมาร่วมจัดกิจกรรมกันก่อน เราให้เขาเช็กความรู้สึกของเขาว่าเขารู้สึกยังไง… พอเราจัดกิจกรรมเสร็จเราก็รวมตัวพี่เลี้ยงอาสาอีกรอบหนึ่ง มาตั้งวงเล่าและรับฟังกัน รีเชคกันเหมือนมาสรุปกันว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง เราทำกันมาแบบนี้ ตอนนี้เราเลยนำกิจกรรมการฟังเข้ามาด้วย แล้วจัดเป็นอีก 1 กิจกรรมเลย ให้พี่เลี้ยงอาสาได้ร่วมทำกับเด็ก ๆ ในชุมชน
.
“ในครั้งที่ผ่านมมา เราออกแบบให้พี่เลี้ยงอาสาจับคู่กับน้อง ๆ ในชุมชน แล้วสลับกันแลกเปลี่ยนรับฟังกันใน 3 คำถามนี้ 1. ช่วงนี้เรามีความทุกข์กับอะไรบ้าง  2. เรามีความสุขกับเรื่องอะไรบ้าง  และ 3. เรามีความภูมิใจในตนเองกับเรื่องอะไรบ้าง.. ก่อนที่จะเริ่มแลกเปลี่ยนเรามีการรีเช็กมุมมองของพวกเขาที่มีต่อการฟัง และติดเครื่องมือเบื้องต้นว่าควรตั้งใจฟังคนตรงหน้าจริง ๆ และไม่รีบตัดสิน”


.
“ส่วนใหญ่อาสาที่มาเขาค่อนข้างมีกำลังทรัพย์ แต่พอได้มาเจอกับน้อง ๆ ที่อยู่ในชนบท ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้มูลนิธิอยู่แล้ว จะเป็นเด็กด้อยโอกาสหรือกลุ่มเปราะบาง เราก็ให้เขาแชร์ในมุมของเขาให้พี่อาสาฟัง แล้วพี่อาสาเขาก็แชร์ในมุมของพี่อาสาให้น้องฟัง ซึ่งพี่อาสาก็มีการเปลี่ยนมุมมองในชีวิตของเขาเลย เวลาน้องแชร์มาเขาก็เหมือนอึ้งไปเลย เหมือนเปิดอีกมุมหนึ่งให้พี่อาสาให้เขาได้เรียนรู้ว่าในอีกมุมของชีวิตนั้นมีแบบนี้ด้วยนะ”
.
“มีพี่อาสาคนหนึ่งแชร์ว่าเขามีความทุกข์กับเรื่องเรียน มีความสุขที่ในเวลาว่างได้นอนและนั่งเล่นเกม และภูมิใจในตนเองมากในการฝ่าฟันจนเรียนจบ ม.6 มาได้ ขณะที่เขาได้จับคู่กับน้อง ม.ต้น ที่แลกเปลี่ยนกับเขาว่าความทุกข์คือในวันหยุดเขาต้องไปทำพาร์ทไทม์ เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง ความสุขคือการตั้งใจทำงานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองได้  ทำให้เขามีความสุขเพราะเขามีความฝันที่จะมีชีวิตเหมือนคนอื่นที่เรียนจบมีงานทำ และเขาภูมิใจในตนเองมากที่เป็นคนขยัน ทั้งเรียนและทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองได้  พอได้นั่งฟังจึงทำให้เห็นว่าชีวิตแต่ละคนนั้นเป็นคนละมุมกันเลย อีกคนต้องต่อสู้ ส่วนอีกคนก็มีพร้อมแล้ว”


.
เปีย ย้ำถึงการเรียนรู้จากกันและกันโดยไม่นำความแตกต่างระหว่างเด็ก ๆ ทั้งสองกลุ่มมาเป็นประเด็นที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อย เธอเน้นไปที่การมองโลกโดยไม่ตัดสิน เชื่อมให้น้อง ๆ พี่เลี้ยงอาสาและกลุ่มเด็กในชุมชนเห็นถึงความสำคัญของการรับฟังอย่างไม่ตัดสินหรือมีอคติไปก่อน เพราะมนุษย์แต่ละคนนั้นล้วนมีความเป็นมาและเติบโตมาอย่างแตกต่างหลากหลาย 
.
“เรามักจะชวนเขาต่อยอดว่า อย่าใช้ความคิดเราไปตัดสินอีกฝังหนึ่ง เนื่องจากความทุกข์ของคนเรานั้นก็ไม่เท่ากัน ความสุขของคนเราก็ไม่เหมือนกันอีก เราทุกข์กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่บางคนเรื่องมันใหญ่กว่านั้นจริง ๆ..”


ในกิจกรรมเดือนการฟังที่ผ่านมา เปียได้นำ 3 เครื่องมือการฟังที่ได้เรียนรู้มาจากธนาคารจิตอาสา คือ 1. อยู่กับคนตรงหน้า 2. รู้เท่าทันความคิดและเสียงในหัว 3. รับรู้และใส่ใจความรู้สึก มาติดให้กลุ่มพี่เลี้ยงอาสาและเด็ก ๆ ในชุมชน ผ่านกิจกรรมจับคู่แลกเปลี่ยนเรื่องราว เปียสัมผัสได้ว่าการแบ่งปันแก่กันและกันของเด็ก ๆ กลุ่มนี้ โดยกลุ่มที่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงอาสาจะอยู่ในระดับ ม.ปลาย และกลุ่มน้องในชุมชนอยู่ในระดับ ม.ต้น พวกเขาจะได้เรียนรู้เติบโตจากการเห็นถึงช่องว่างของความแตกต่าง ที่สำคัญเขาจะสามารถตระหนักถึงการส่งต่อแบ่งปันที่จะช่วยกันเติมเต็มให้กันและกันต่อไปได้ ไม่เฉพาะแค่กับน้อง ๆ กลุ่มนี้ แต่หมายถึงเพื่อนมนุษย์คนอื่น ที่ได้พบปะกันในชีวิต
.
กิจกรรม “พี่เลี้ยงอาสา” โดยกลุ่ม We R Creative จัดเป็นประจำทุกเดือน ( วันเสาร์ที่ 2 และ 4 ) มีพื้นที่หลักในการทำกิจกรรมด้วยกัน 5 จุด ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนในปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ 1. วัดบางกะดี จังหวัดปทุมธานี 2. วัดโคก จังหวัดปทุมธานี 3. วัดช่องลม จังหวัดนนทบุรี 4. วัดพระแม่มหาการุณย์ จังหวัดนนทบุรี และ 5. มูลนิธิเซนต์มาร์ติน จังหวัดนนทบุรี  ตัวกิจกรรมเป็นการใช้เวลาร่วมกันเด็กในชุมชนผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เกม ศิลปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแจกของใช้จำเป็น  หากสนใจกิจกรรมอาสาสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “WE R Creative”

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save