20 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น.
ณ สถาบันประสาทวิทยา เขตราชเทวี
.
เสียงเจื้อยแจ้วจากคนหลากหลายวัยแว่วออกมาจากพื้นที่เล็ก ๆ ใต้บันไดเลื่อนขึ้นลงของโรงพยาบาล

เมื่อเดินเข้าไปจะพบโต๊ะประชุมสีขาวเรียงยาวขนาดเพียงพอสำหรับเหล่าอาสาจำนวน 10 กว่าที่นั่ง พื้นที่รอบข้างประกอบไปด้วยตู้ล็อกเกอร์ใส่ของส่วนตัวจำนวน  12 ช่อง เก้าอี้สำรองวางซ้อนกันสูงเทียมอกสำหรับรองรับคนในจำนวนที่มากขึ้น ลังพลาสติกแพคของสำหรับเสบียงและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ที่นี่คือจุดรวมพลของเหล่าทีมอาสามูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา คล้ายกองบัญชาการเล็ก ๆ สำหรับนัดพบ ประชุมแผนงาน และถอดบทเรียน

.
ช่วงเที่ยงวันนี้บรรยากาศของกองบัญชาการใต้บันไดมีความคึกครื้นเป็นพิเศษ ด้วยเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผลัดแปะมือของทีม “อาสาอำนวยความสะดวก”  ที่เริ่มงานในช่วงเช้าตั้งแต่ 6.40 จนถึงเที่ยงวัน และทีม “อาสาข้างเตียง” ที่เข้ามารับไม้ต่อทำงานตั้งแต่เที่ยงวันยาวไปถึงย่ำเย็น โดยก่อนและหลังทำงานอาสาทุกครั้งจะมีวงคุย Check-in อารมณ์ความรู้สึกและถอดบทเรียนที่ได้ในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ ในวันนี้นำทีมโดย ‘พี่มิก’ – พรทิพย์ กรรมการเลขานุการมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา และ ‘พี่ผิน’ ณิชพัณณ์ ทีมอาสามูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา

วัฒนธรรม “การรับฟัง” ในงานอาสา
“วันนี้เป็นยังไงกันบ้าง หากใครรู้สึกพร้อมแล้ว ชวนพวกเราพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะ.. ”
.
วงถอดบทเรียนแรกของวันนี้ เริ่มต้นในเวลา 11.00 น. เป็นพื้นที่ให้ทีมอาสาอำนวยความสะดวกที่ทำงานกันตั้งแต่เช้าตรู่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เมื่อจบประโยคเปิดวงจากพี่มิก บนโต๊ะประชุมสีขาวเหล่าอาสาหลากหลายวัยนั่งล้อมวงคุยกันอย่างเป็นกันเอง เริ่มต้นที่น้อง ๆ นักษาศึกษาไล่เรียงไปถึงอาสาวัยเก๋าที่เข้าร่วมตั้งแต่เริ่มต้นโครงการฯ
.
พี่มิกย้ำถึงความสำคัญในการดูแลใจของอาสาและการสร้างพื้นที่กัลยาณมิตรที่คอยรับฟัง และชี้ชวนให้เห็นถึงการเรียนรู้เท่าทันความคิดจิตใจตนเองของคนทำงานอาสา เพราะด้วยหน้างานที่ต้องพบเจอผู้คนมากมาย ใจที่เปี่ยมด้วยสติและกัลยาณมิตรที่คอยเคียงข้างจึงเป็นกุญแจสำคัญอันช่วยให้การทำงานของเหล่าอาสาดำเนินไปอย่างเบิกบานมั่นคงได้ การทำงานของที่นี่จึงมักจะเริ่มต้นและลงท้ายด้วย “วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้” กันอยู่เสมอ
.
“พี่รู้สึกดีใจนะ พอได้เห็นอาสาทุกคนมาเล่าเรื่องแต่ละวันด้วยสายตาที่มันเป็นสระอิ (ยิ้มกว้าง) เรื่องเล่าเหล่านี้เข้ามาเติมเต็มเราด้วย เราได้ด้วย และก็รู้สึกภูมิใจว่างานที่เราทำนั้นก่อประโยชน์ ตอนนี้พุทธิกาได้เข้าไปทำงานกับ 7 พื้นที่ ถือเป็นหนึ่งกลไกที่ขับเคลื่อนงานอาสาในระบบ ภูมิใจว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของการทำสิ่งเหล่านั้น รู้สึกว่าตายได้แล้วแหละ รู้สึกว่ามีประโยชน์และคุณค่า ที่ว่าเหนื่อยล้านั้นก็เป็นเพียงกาย” ‘พี่มิก’ – พรทิพย์

.

“เมื่อกี้ในวงสะท้อนมีประโยคหนึ่งที่พี่มิกพูดว่า ‘สุดท้ายแล้วความคาดหวังของเราอาจกลับมาทำร้ายตัวเราเอง’ ผมได้กลับมานั่งทบทวนสั้น ๆ สักครู่ ก็เห็นว่าเป็นจริง การเกิดวงที่ชวนเรามาถอดบทเรียนหลังทำงานอาสา ได้มาฟังกันและกัน ได้ฟังพี่ ๆ เหมือนเราได้ส่องกระจก พี่อาสาที่ดูแลเราเขาจะมีคำถามที่ชวนเราฉุกคิด ผมรู้สึกขอบคุณมาก ๆ และการทำงานอาสาก็ทำให้ผมได้รู้ว่าตัวผมเองสามารถเงียบได้ เมื่อเกิดความรู้สึกไม่น่าพอใจ เป็นการได้ฝึกใจตัวเองไปด้วย ซึ่งอาจไม่ค่อยได้ทำเมื่อเราอยู่สังคมการทำงานหรือในชีวิตประจำวัน แต่พื้นที่นี้เอื้อให้เราได้ฝึกเรื่องนี้จริง ๆ ” คุณน๊อต – ชาติชาย อายุ 46 ปี | อาสาอำนวยความสะดวก
.

“การทำวงพูดคุยสำหรับหนูเป็นการรีเชคอารมณ์แต่ละวัน ทำให้เราได้ทบทวนตรวจดูใจตนเอง บางทีเราอาจจะมองข้ามจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป เช่น ข้อดีที่ได้เกิดขึ้น จุดพร่องที่เราควรปรับปรุง หรือบางครั้งเป็นเรื่องความรู้สึกกดดันตัวเองว่าจะต้องทำให้ดีกว่านี้ ทั้ง ๆ ที่ความผิดพลาดหลายอย่างนั้นสามารถปล่อยผ่านได้ไม่จำเป็นต้องนำมากดดันตัวเอง การได้แลกเปลี่ยนกันทำให้เราเท่าทันความรู้สึกเหล่านี้มากขึ้นค่ะ.. และการมาทำงานอาสานี้ทำให้หนูได้มีโอกาสเรียนรู้บทเรียนชีวิตจากพี่ ๆ อาสา คนไข้และญาติที่มักจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ฟัง ทำให้ได้ตกตะกอนทบทวนกับชีวิตตนเองด้วยค่ะ”  น้องหมิว – ณิชารัศม์  อายุ 20 ปี | อาสาอำนวยความสะดวก
.

“ผมทำมา 6 ปีแล้ว มาทุกวันพฤหัส งานนี้ทำให้เราเห็นความทุกข์ทั้งจากคนไข้และญาติผู้ป่วย เมื่อวันเวลาผ่านไปเรารู้สึกว่าเราได้มาเป็นผู้รับ ทั้งจากการดูแลรักษาอาการป่วยต่าง ๆ และเรื่องการดูแลกันและกันระหว่างญาติและคนไข้ หลายอย่างกลับมาสะท้อนใจของเราเอง… เวลาทำงานผมมักจะใช้ทักษะ ‘การรับฟัง’ และการประเมินอยู่เสมอ เราฟังเขาด้วยความตั้งใจ มีความจริงใจในการรับฟัง แสดงออกด้วยวิธีมองตาและอยู่กับเขาจริง ๆ ..ในการทำงานของทีมเราจะมีวงสะท้อนอยู่เสมอ เป็นพื้นที่ในการรับฟังกัน โดยส่วนมากในวงสะท้อนจะเป็นการเล่าระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นของเหล่าอาสา ด้วยอายุของผมที่มากแล้วและอยู่ในวงสะท้อนนี้มานาน ผมมักบอกทุกคนเสมอว่าการมีคนมานั่งฟัง เพียงนั่งฟัง ก็ทำให้เพื่อนอาสาได้ปลดปล่อยความทุกข์ออกมาได้แล้ว” – คุณลุงสันติ ดำรงวิริยาเวทย์ อายุ 70 ปี | อาสาอำนวยความสะดวก

เพียง “รับฟัง” ทุกอย่างก็ดีขึ้นได้
.
มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา ได้ขับเคลื่อนงานอาสาในโรงพยาบาลมายาวนาน ด้วยแนวคิดหลักที่ว่า “ฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา” ต้นปีที่ผ่านมาทางทีมงานได้เปิดรับสมัคร “อาสาข้างเตียง” เพื่อเข้ามาเป็น “เพื่อนรับฟังผู้ป่วย” ในโรงพยาบาล มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความทุกข์ใจ ผ่อนคลายความกังวล และลดความรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวของเพื่อนผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่จำต้องเข้ารับการรักษาตัวในระยะเวลายาวนาน
.
เดิมทีงานอาสาข้างเตียงได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มานานหลายปีแล้วที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่ได้เว้นช่วงไปและได้กลับมาเริ่มอีกครั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เคยร่วมงานกับทีมอาสาของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาเล็งเห็นความสำคัญของ “การรับฟัง” ที่สามารถช่วยให้จิตใจของผู้ป่วยได้คลายความทุกข์ได้จริง ๆ เอื้อให้ผู้ป่วยเองมีสุขภาพใจแข็งแรงขึ้น รวมไปถึงการเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ป่วยสามารถสื่อสารข้อมูลความกังวลใจต่าง ๆ ที่อาจจะไม่กล้าสื่อสารกับทีมแพทย์โดยตรงได้ ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
“ข้อมูลที่เกี่ยวกับการรักษาบางเรื่องที่ทีมเราไม่รู้ ทีมอาสาก็ไปเจาะมาให้ อันนี้เราต้องขอบคุณเขามาก ๆ เช่น คนไข้บอกมาว่าไม่ชอบแสงมาก ไม่ชอบอาหารชนิดนี้เพราะมีเหตุผลอย่างนี้ ๆ เราก็จะสามารถดูแลเขาในส่วนนี้ให้ดีขึ้นได้ หรือบางทีคนไข้มีเรื่องบางเรื่องที่รู้สึกอยากพูดคุย ทีมอาสาฯก็สามารถช่วยจุดนี้ได้ดี เพราะด้วยบริบทการเป็นเจ้าหน้าที่บางทีทำให้ความรู้สึกวางใจที่มีต่อทีมพยาบาลและทีมอาสานั้นต่างกัน.. ในมุมของพี่รู้สึกว่าการมีทีมอาสานั้นดี ดีต่อผู้ป่วยและตัวอาสาเอง ในหลายครั้งพี่เห็นว่าการรับฟังแลกเปลี่ยนของพวกเขามีการส่งแรงให้กันและกัน จิตอาสาเองก็ได้พลังจากเรื่องราวของผู้ป่วย ตัวผู้ป่วยเองก็ได้แบ่งปัน” – คุณเบญจภรณ์ จงรักษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยา
.
“จากเดิมเราคิดว่าเราอยากจะเข้ามาช่วยฮีลใจเขา ช่วยให้กำลังใจเขา แต่กลับเป็นเราเองที่ได้รับความรู้สึกบวกเพิ่มกลับมาในชีวิต เรากลับบ้านไปทำงานแล้วรู้สึกมีกำลังใจในชีวิตมาก ๆ เพราะตัวเราเองเป็นมะเร็งด้วย ตอนนี้อยู่ในช่วงที่มะเร็งสงบ พอได้มาเป็นอาสาข้างเตียง ได้มารับฟังเรื่องราวชีวิตของคนไข้ เราเองยิ่งมีกำลังใจในการใช้ชีวิต รู้สึกเลยว่าชีวิตของเราที่ป่วยอยู่ ชีวิตของเราที่เหลืออยู่นี้ยังสามารถทำอะไรได้อีกเยอะมาก เป็นความรู้สึกที่มาทำงานอาสาแล้วไม่เหนื่อยเลย รู้สึกเราได้รับการฮีลใจ” – คุณผักกาด อาสาข้างเตียง รุ่น 7
.
“เคยมีประสบการณ์คุยกับเด็กอายุ 12 ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราเองก็มีวิญญาณเด็กเหลืออยู่ในตัวอยู่ (ยิ้ม) แม้ว่าจะไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นแม่ เพราะเราเป็นสาวโสดมาตลอด ตอนนั้นก็มีโมเมนต์ที่เรารู้สึกว่าเขาได้ให้กำลังใจเรามากเลย เด็กคนนั้นบอกว่าป้าเหมือนคุณป้าของเขาที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก เรารู้สึกอบอุ่นใจมาก.. ตอนนี้ป้าเกษียณอายุแล้วและเป็นผู้ป่วยมะเร็ง อาจมีความคิดคล้าย ๆ ผักกาดว่าอย่างตอนนี้โรคภัยเราสงบ เราสามารถทำงานตรงนี้ที่ยังเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นได้ อะไรที่เรายังทำให้เป็นประโยชน์ได้ เราก็อยากจะทำ ตอนนี้ก็ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่น 1 ถึงรุ่น 7 แล้ว และเราก็ยินดีที่จะเป็นอาสาข้างเตียงตลอดไปจนกว่าเขาจะหยุดทำโครงการ…” – ป้าตุ้ม อาสาข้างเตียง รุ่น 1
.
การอยู่เคียงข้างกันแม้ในระยะที่ใกล้กันมากแค่ไหน ทว่าเมื่อใดที่ขาดการรับฟังกันอย่างแท้จริง ก็เปรียบเหมือนการสร้างช่องว่างที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ ในระยะประชิดที่เหล่าอาสาข้างเตียงได้มีโอกาสอยู่ดูแลคนไข้ในฐานะ “เพื่อน” พวกเขาส่วนใหญ่สะท้อนว่าทักษะ “การรับฟัง” เป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมใจพวกเขาเข้ากับเพื่อนผู้ป่วย หลายคนบอกว่าแม้ช่วงแรก ๆ ตนเองอาจมีความเขินอายไม่กล้าสื่อสารด้วยความที่ธรรมชาติไม่ใช่คนชวนคุยเก่ง แต่เมื่อลองทำงานอาสาข้างเตียงมาเรื่อย ๆ ทำให้รู้ว่าการรับฟังจริง ๆ แล้วคือการอยู่ตรงนั้น อยู่กับคนตรงหน้า 100% ก็เพียงพอ
.
การเข้ามาทำหน้าที่นี้ของเหล่าอาสาจึงเป็นการเรียนรู้พัฒนาทักษะการสื่อสารและรับฟังของพวกเขาไปด้วย ที่สำคัญเป็นพื้นที่ฝึกมองเห็นและเข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด เพื่อรู้เท่าทันใจตนเอง หากเพื่อน ๆ ท่านใดสนใจร่วมทำงาน “อาสาอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล” และ “อาสาข้างเตียง” เพื่อพัฒนาตนเองผ่านการทำประโยชน์ให้ผู้อื่น สามารถติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่เฟซบุ๊ก “มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา”

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save