ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองฝอซาน ภาพที่ทำให้หลายคนแปลกใจคือ ไรเดอร์ส่งอาหารหลายคนทยอยเข้าออกห้องผู้ป่วยห้องเดียวกันตลอดทั้งวัน
แต่พวกเขาไม่ได้มาส่งอาหาร
พวกเขามา “ส่งความอบอุ่น” ให้หญิงสาววัย 24 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็ง และต้องใช้เวลาหลายช่วงของการรักษาอยู่เพียงลำพัง
บางคนขับรถมาไกลกว่าพื้นที่ที่เคยวิ่งงาน บางคนแวะมาหลังเลิกกะ บางคนเพียงยืนเงียบ ๆ ข้างเตียง ไม่รบกวนเธอเวลาหลับ แค่อยากให้เธอรู้ว่า เมื่อเธอตื่นขึ้นมา โลกใบนี้ยังมีใครบางคนอยู่ตรงนั้น
เพราะบางที คนที่เข้าใจความเหงาได้ดีที่สุด ก็คือคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเหงาเช่นกัน และไรเดอร์หลายคนก็รู้จักความรู้สึกนั้นดีเกินไป
– – – –
หญิงสาววัย 24 ปี ชื่อ เสี่ยวหลี กำลังต่อสู้กับมะเร็ง และครอบครัวไม่สามารถอยู่เฝ้าเธอได้ในระยะยาว เธอจึงสั่งบริการผ่านแพลตฟอร์มส่งอาหาร โดยขอ
“คนมาอยู่เป็นเพื่อนข้างเตียง”
ไม่นึกเลยว่าออร์เดอร์พิเศษนี้ไม่เพียงมีไรเดอร์รับงาน แต่ยังจุดประกายให้กลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารในพื้นที่เริ่มช่วยกันผลัดเวรมาหาเธอเอง
เสี่ยวหลีป่วยเป็นมะเร็งของระบบสร้างเม็ดเลือดที่พบได้ยากมาก ผ่านเคมีบำบัดมาแล้ว 4 ครั้ง ช่วงเวลาส่วนใหญ่เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวตามลำพัง เพราะครอบครัวไม่สามารถมาอยู่ด้วยตลอดเวลา
วันหนึ่งเธอเห็นว่าในแอปส่งอาหารมีบริการ “วิ่งงานแทน” จึงลองสั่งดู โดยเขียนในช่องหมายเหตุว่า
“นั่งข้างเตียงเป็นเพื่อนฉันสองชั่วโมง”
ไรเดอร์ที่เห็นออร์เดอร์พิเศษนี้รับงานโดยไม่ลังเล และได้นำประสบการณ์ครั้งนั้นไปเล่าในกลุ่ม WeChat ของไรเดอร์ ไม่นึกเลยว่าไรเดอร์หลายคนในกลุ่มจะตอบว่า
“ผมก็อยากไปเยี่ยมเธอเหมือนกัน”
จากนั้น “การส่งต่อความรัก” ที่ไม่มีใครจัดตั้งก็เริ่มขึ้น

– – – –
ไรเดอร์บางคนหาเวลาครึ่งชั่วโมงหลังช่วงส่งอาหารมื้อกลางวัน บางคนปรับกะงานของตัวเองเป็นพิเศษ บางคนชวนเพื่อนร่วมงานมาด้วย พวกเขาผลัดกันนำ นม ผลไม้ และดอกไม้ไปที่เตียงของเสี่ยวหลี
เป็นที่ทราบกันว่า สำหรับอาชีพไรเดอร์แล้ว เวลาทุกนาทีมีค่ามาก การหยุดวิ่งรับงาน เพื่อไปทำอะไรอย่างอื่นก็หมายถึงรายได้ที่ลดลง แต่หลายคนก็ไม่ลังเลใจ
เมื่อเธออาการดี พวกเขาก็จะนั่งคุยและให้กำลังใจเธอ แต่หลายครั้งเธอกำลังหลับ ไรเดอร์จึงค่อย ๆ เข้าไปในห้อง วางของฝาก มองดูเธออยู่ห่าง ๆ แล้วรีบกลับไปทำงานต่อ
ไรเดอร์คนหนึ่งชื่อคุณจ๋าย เล่าว่า เขารู้สึกว่าเธอน่าสงสารมาก ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลเพียงลำพัง จึงคิดว่า
“ช่วยได้ก็อยากช่วย”
ช่วงพักกลางวัน เขาชวนเพื่อนไปเยี่ยมเธอ เมื่อได้ยินว่าเสี่ยวหลีอาจกินผลไม้ไม่ไหว พวกเขาจึงซื้อนมบำรุงไปแทน
เมื่อถูกถามว่าของฝากเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายเท่าไร คุณจ๋ายโบกมือบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
“ก็ไม่ได้แพงอะไร วิ่งส่งอาหารเพิ่มอีกสองออร์เดอร์ก็พอแล้ว”
เขายิ้มและบอกว่า หวังว่าการไปเยี่ยมและให้กำลังใจของพวกเขาจะทำให้เธอมีกำลังใจสู้มะเร็งมากขึ้น
– – – –
#เพราะไรเดอร์เองก็เหงาถึงเข้าใจคนป่วย
ไรเดอร์ที่ไปร่วมเยี่ยมส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากต่างถิ่น เช่น กว่างซี อานฮุย และเสฉวน พวกเขาเองก็เป็น “คนต่างบ้าน” ในเมืองฝอซาน
ไรเดอร์จากกว่างซีชื่อ เซี่ยเฉินอวี่ เล่าว่า เขาส่งอาหารมา 3 ปีแล้ว ทุกวันต้องวิ่งอยู่บนถนนกว่าสิบชั่วโมง กลับถึงหอพักก็ยังรู้สึกเหงา เขามักขี่รถออกไปเรื่อย ๆ คนเดียวเพื่อดูทิวทัศน์ หลังเห็นข้อความในกลุ่มตอนกลางคืน เขาเดินทางไปถึงโรงพยาบาลตอนตีหนึ่งเพื่อเยี่ยมเสี่ยวหลี
ความเหงาที่ไรเดอร์เหล่านี้ประสบเอง ทำให้พวกเขาเกิดความเห็นอกเห็นใจอย่างแรงกล้าเมื่อเห็นออร์เดอร์
“ขอคนอยู่เป็นเพื่อนข้างเตียง”
สำหรับพวกเขา การไปอยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวหลี ในอีกด้านหนึ่งก็เหมือนการอยู่เป็นเพื่อนตัวเองในวันที่เคยหรือกำลังดิ้นรนอยู่กับความโดดเดี่ยว
– – – –
ชีวิต…วนลูป…ของไรเดอร์
เซี่ยเฉินอวี่ ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารในเมืองฝอซานมาแล้ว 3 ปี เขายอมรับว่า ความโดดเดี่ยวเป็นเหมือน “ภาวะปกติ” ของเขาและเพื่อนร่วมงานจำนวนมาก
ทุกวันของพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือนจากแอป เสียงนำทางจากโทรศัพท์ และเสียงเร่งรีบจากลูกค้าที่รออาหาร เสียงเหล่านี้กลายเป็นเหมือนฉากหลังของชีวิตไรเดอร์ เป็นจังหวะซ้ำ ๆ ของงานที่ต้องแข่งกับเวลา
แต่ท่ามกลางความเร่งรีบนั้น สิ่งที่หาได้ยากกลับเป็นบทสนทนาธรรมดา ๆ กับใครสักคน
ความสัมพันธ์มักเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ระหว่างการรับอาหารจากร้าน กับการส่งอาหารถึงมือลูกค้า สั้นเกินกว่าจะเรียกว่าใกล้ชิด และเร็วเกินกว่าจะฝากความรู้สึกไว้กับใครได้
ความโดดเดี่ยวเช่นนี้เอง ที่ทำให้พวกเขารู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อได้เห็นออร์เดอร์
“ขอคนอยู่เป็นเพื่อนข้างเตียง”
– – – –
ในทางจิตวิทยา ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับแนวคิด “altruism born of suffering” หรือ
#ความเอื้ออาทรที่เกิดจากความทุกข์
กล่าวคือ คนที่เคยเผชิญความเจ็บปวดหรือความโดดเดี่ยวบางอย่างมาก่อน อาจเข้าใจความทุกข์ของผู้อื่นได้ลึกขึ้น และเกิดแรงจูงใจที่จะยื่นมือช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญความทุกข์ที่คล้ายกับตนเอง
สำหรับไรเดอร์เหล่านี้
การอยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวหลี่
ก็คือการอยู่เป็นเพื่อน
ตัวตนของพวกเขาเองในอดีต
หรือปัจจุบันที่กำลังโดดเดี่ยว
– – – –
การไหลเวียนของความรู้สึกทั้งสองทางนี้ เปลี่ยนงานวิ่งธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นการเยียวยา
ไรเดอร์เหล่านี้ยอมแลกเวลาพักอันมีค่าของตนกับความเชื่อมโยงแท้จริงของการ
“เป็นที่ต้องการ”
และ
“ได้รับความไว้วางใจ”
ความเชื่อมโยงเช่นนี้เอง คือสิ่งที่พวกเขาขาดมากที่สุดในงานที่เข้มข้น เร่งรีบ และกระจัดกระจาย
และการไปเยี่ยมคนป่วยที่ต้องการใครสักคน ก็ทำให้ชีวิตที่วนลูปของพวกเขามีความหมายขึ้น
เมื่อคนเหงากลุ่มหนึ่งตัดสินใจไปให้ความอบอุ่นแก่คนเหงาอีกคนหนึ่ง ความอบอุ่นนั้นก็ค่อย ๆ ไหลกลับเข้าสู่หัวใจของพวกเขาเอง
– – – –
ขอบคุณคนใจดีทุกๆ คนบนโลกนี้
สวัสดีมีความสุขทุกคนครับ
