สำหรับคนทั่วไป คำว่า “ผู้ต้องขัง” อาจทำให้นึกถึงความผิดพลาด การลงโทษ หรือกำแพงสูงที่แยกคนกลุ่มหนึ่งออกจากสังคม
แต่ในสายพระเนตรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ต้องขังยังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นพสกนิกรคนหนึ่ง และเป็นชีวิตที่สามารถเรียนรู้ เปลี่ยนแปลง และกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ หากมีใครสักคนมองเห็นคุณค่าและยื่นโอกาสให้
“แพท วรยศ บุญทองนุ่ม” หรือ “แพท พาวเวอร์แพท” คือหนึ่งในผู้ที่เข้าใจความหมายของคำว่า “โอกาส” อย่างลึกซึ้ง
เขาได้เล่าถึงพระกรณียกิจที่พระองค์ภาทรงปฏิบัติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังทั้งหญิงและชายว่า
“จุดเริ่มต้นเท่าที่ผมทราบเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านทรงมอบให้กับผู้ต้องขังในกรมราชทัณฑ์ คือ #โครงการกำลังใจ
ท่านทรงเริ่มโครงการนี้มาตั้งแต่ครั้งทรงศึกษานิติศาสตร์ โดยเริ่มจากเรือนจำหญิงกลาง
พระองค์ทรงเข้ามาดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของมารดาที่ต้องโทษคดีความ รวมถึงเด็กที่เกิดและเติบโตภายในเรือนจำ ก่อนที่โครงการจะขยายไปยังเรือนจำหญิงทั่วประเทศ
ทราบมาว่า เด็กในโครงการรุ่นแรก ๆ ที่พระองค์เคยทรงอุ้ม วันนี้มีอายุประมาณ 20 ปีแล้ว
ส่วนมารดาที่เข้าร่วมโครงการ พระองค์ก็ทรงมอบทุนทรัพย์เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพต่อได้
เรียกได้ว่า พระองค์ทรงดูแลตั้งแต่วันที่พวกเขายังอยู่ข้างใน จนถึงวันที่กลับออกมาใช้ชีวิตข้างนอก เพื่อให้มีอาชีพและสามารถดูแลตนเองได้”
ในเวลาต่อมา โครงการกำลังใจได้ขยายไปสู่เรือนจำชายทั่วประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาตนเองและการฝึกวิชาชีพ

หนึ่งในนั้นคือ #โครงการปั้นดินให้เป็นบุญ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการกำลังใจของพระองค์ภา
โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขัง รวมถึงผู้ต้องขังโทษประหาร ได้เรียนรู้การปั้นพระและงานพุทธศิลป์ในทุกขั้นตอน ก่อนนำผลงานไปมอบให้วัด โรงพยาบาล และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม
แพทเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเพื่อนและพี่ ๆ ผู้ต้องขังที่ได้เข้าร่วมโครงการว่า
“ผมได้สัมผัสกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากได้เข้าโครงการนี้
พวกเขามีความละเอียดอ่อน ใจเย็นขึ้น มีความภาคภูมิใจ และมั่นใจในศักยภาพของตัวเองมากขึ้น
เราจะเป็นอะไรก็ได้ ขอเพียงตั้งใจ มุ่งมั่น และเพียรพยายาม
จุดนี้เองที่กลายเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติของพวกเขา ให้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ยังมี #โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ซึ่งเป็นโครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดยพระองค์ภาทรงเป็นหนึ่งในประธานขับเคลื่อนโครงการ
โครงการนี้มุ่งดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ต้องขัง ให้ได้รับการดูแลตามหลักสุขลักษณะและมาตรฐานสากล
ผู้ต้องขังจึงมีโอกาสเข้าถึงการรักษา รวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์ที่เหมาะสมและทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรือนจำที่อาจมีบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ก็จะมีแพทย์อาสาเข้าไปช่วยดูแลเป็นระยะ
ขณะเดียวกัน พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญกับสุขภาพใจ ผ่าน #โครงการสัคคสาสมาธิ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เรียนสมาธิ ฝึกเดินจงกรม และเรียนรู้การพัฒนาจิตใจ
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ต้องขังมีจิตใจที่เข้มแข็ง สงบ และเข้าใจชีวิตของตนเองมากขึ้น
“ท่านทรงมองโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างรอบด้านให้กับผู้ต้องขัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงมาโดยตลอด
เราจึงได้เห็นภาพพระองค์ท่านเสด็จไปเยี่ยมเยียนตามเรือนจำต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง
ได้เห็นพระองค์ทรงขับเคลื่อนเรื่องกฎหมาย เพื่อให้ผู้ต้องขังมีชีวิตที่ดีขึ้น และได้รับความเท่าเทียมด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น
พระองค์ท่านไม่เคยทรงแบ่งแยกผู้ต้องขัง
ท่านทรงมองพวกเขาเป็นพสกนิกรของพระองค์ เป็นคนธรรมดาที่สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ หากได้รับโอกาส
พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างให้กับคนในสังคม ในเรื่องของการให้โอกาส”
แพท พาวเวอร์แพท ยังเล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาเขาได้เดินทางไปถวายพระพร และสวดมนต์ขอให้พระองค์ภาทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว
“ในวันที่ไปถวายพระพร เราอยากให้ท่านทรงหายประชวรไว ๆ
ผมเองทุกครั้งที่ไปใส่บาตรและแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล จะมีบทสวดส่งท้ายหลังจากใส่บาตรเสร็จ เป็นบทสวดถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว
ทุกครั้งที่ผมไปทำบุญที่วัด ก็จะมีบทสวดให้ทุกคนที่ไปร่วมทำบุญได้สวดด้วยกัน เหมือนเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี”
ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้ แพทยังขอถวายกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
“ผมอยากเป็นหนึ่งในพสกนิกรชาวไทย ที่ขอถวายกำลังพระทัยแด่ในหลวง พระราชินี รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในการสูญเสียครั้งนี้
ผมเชื่อว่าพสกนิกรชาวไทยทุกคนล้วนรู้สึกเศร้าเสียใจ และไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราทุกคนก็ต้องเดินหน้าต่อ และช่วยกันสืบสานสิ่งดี ๆ ที่พระองค์ท่านทรงทิ้งไว้
หากทุกคนนำสิ่งเหล่านั้นไปยึดถือและปฏิบัติต่อ พระองค์ท่านซึ่งประทับอยู่บนฟ้า มองลงมาก็คงทรงมีความสุข มีรอยแย้มพระสรวล และทรงซาบซึ้งพระทัยเป็นอย่างมาก”
