มีคนโพสต์ใน pantip ว่า…
“ผมเพิ่งรู้สึกตัวเองชัดๆ ว่าเวลาผ่านไปเร็วเกินกว่าที่คิด ทุกวันเหมือนวนลูปซ้ำๆ ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน ทำงานอดิเรกนิดหน่อย แล้วก็นอน แต่ละวันมันเหมือนภาพซ้อนทับกันจนเริ่มไม่แน่ใจว่าผมทำอะไรอยู่จริงๆ หรือแค่ผ่านวันไปเฉยๆ
บางทีผมก็คิดถึงเรื่องเก่าๆ เรื่องที่เคยทำผิดพลาด เรื่องที่เคยตัดสินใจแล้วไม่กล้ากลับไปแก้ไข หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าสำคัญแต่ตอนนี้ก็กลายเป็นแค่ความทรงจำเลือนราง
ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่โตพอ หรือบางทีโตเกินไปแล้วจนกลับมาถามตัวเองว่าจริงๆ ผมต้องการอะไร
บางคืนผมนอนมองเพดานแล้วจินตนาการว่าถ้าเลือกทางเดินอื่นจะเป็นยังไง ผมไม่รู้ว่าความคิดแบบนี้เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า แต่บางทีมันก็ช่วยให้หัวใจสงบขึ้นบ้าง ผมไม่อยากให้ตัวเองติดอยู่ในกรอบความคิดลบๆ ตลอดเวลา
ผมพยายามออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือแม้แต่เดินเล่นคนเดียว เพื่อหาเวลาให้สมองและหัวใจได้พัก
แต่อีกด้านหนึ่ง ผมก็เริ่มเห็นความงามของความเรียบง่าย บางครั้งแค่ตื่นเช้ามาแล้วได้เห็นแสงแดดลอดหน้าต่าง หรือได้ยินเสียงนกร้อง ผมก็มีความสุขแบบเงียบๆ มันเหมือนโลกขนาดใหญ่ยังมีบางมุมที่คงที่และสวยงาม
แม้ว่าผมจะยังคงหลงทางอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าการไม่รู้ทุกอย่างอาจเป็นเรื่องดี เพราะบางครั้งความสับสนก็ทำให้เราได้ค้นพบตัวเองในแบบที่ไม่เคยคิด
สุดท้ายนี้ ผมแค่ต้องการพื้นที่ให้ตัวเองได้ระบายความคิดบ้าง เหมือนได้พูดกับคนที่เข้าใจ แม้ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม ผมไม่ได้คาดหวังคำตอบหรือวิธีแก้ไขชีวิต เพราะบางเรื่องก็ต้องปล่อยให้เวลาเป็นคำตอบเอง แต่การได้พิมพ์ความคิดแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังอยู่ และผมยังมีเรื่องให้ค้นหาอยู่”
– – – –
แล้วก็มีคนตอบไว้อย่างดีว่า
“การที่แต่ละวันดูเหมือนภาพซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก บางครั้งมันไม่ได้แปลว่าคุณไม่ได้ทำอะไรนะครับ แต่มันคือสัญญาณว่าคุณกำลัง ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง จนสมองเริ่มบันทึกมันเป็นความคุ้นชิน แต่การที่คุณยัง รู้สึก และ สังเกต เห็นความซ้ำซากนั้นได้ นั่นแหละครับคือหลักฐานว่าคุณยังไม่ได้หายไปไหน คุณยังเป็นคนคุมพวงมาลัยที่รับรู้ถึงเส้นทางที่วิ่งผ่านอยู่ตลอดเวลา
การรู้สึกว่าตัวเอง เด็กเกินไป ที่จะรับมือกับโลก หรือ โตเกินไป จนลืมความต้องการที่แท้จริง เป็นความรู้สึกที่ปกติมากครับ เราทุกคนต่างเป็น มือใหม่ ในเวอร์ชันของตัวเองของวันพรุ่งนี้เสมอ ไม่มีใครที่มีคู่มือชีวิตที่สมบูรณ์หรอกครับ ความสับสนที่คุณมีอยู่นี้ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือ ช่องว่าง ที่เปิดโอกาสให้คุณได้สร้างตัวตนใหม่ๆ ขึ้นมา
การมองเพดานแล้วคิดว่า ถ้าวันนั้นเลือกอีกทางจะเป็นยังไง ไม่ใช่เรื่องผิดเลยครับ มันคือการที่หัวใจพยายามเยียวยาตัวเองจากความเสียดาย การจินตนาการเหล่านั้นบางครั้งมันช่วยให้เรา ให้อภัย ตัวเองในอดีตได้ง่ายขึ้น เมื่อเราเห็นว่าไม่ว่าทางไหน มันก็มีทั้งความสวยงามและความเจ็บปวดในแบบของมันเอง
ผมชอบที่คุณพูดถึงแสงแดดลอดหน้าต่างหรือเสียงนกร้องมากครับ ในวันที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความคาดหวัง ความสุขแบบเงียบๆ เหล่านี้คือสมอเรือที่ช่วยรั้งไม่ให้ใจเราลอยหายไปกับกระแสของความเครียด การที่คุณยังมองเห็นความสวยงามในเรื่องเล็กน้อยได้แบบนี้ แสดงว่าข้างในใจของคุณยังมีพื้นที่ที่ อ่อนโยน และ แข็งแรง มากๆ ซ่อนอยู่”
– – – –
วันนี้….ต่างจากเมื่อวานตรงไหน
ตื่นเช้า อาบน้ำ กินข้าว ทำงาน เจอรถติด ตอบข้อความ แก้ปัญหาเดิม ๆ กลับบ้าน เหนื่อย นอน แล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่
– – – –
ชีวิตอาจวนลูปก็จริง
แต่ใจของเราไม่จำเป็น
ต้องวนลูปตามมันเสมอไป
เราอาจเจอเรื่องเดิม
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดิมที่เจอเรื่องนั้น
นี่คือความต่างเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตได้มาก
– – – –
ลูปของชีวิต ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
ธรรมชาติก็เต็มไปด้วยการวนลูป
กลางวันวนมาเป็นกลางคืน
กลางคืนวนกลับมาเป็นเช้า
นกอพยพไปแล้วกลับมา
น้ำระเหยขึ้นฟ้า กลั่นตัวเป็นเมฆ
ตกลงมาเป็นฝน แล้วไหลกลับสู่ทะเล
ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนแล้วกลับมาใหม่
ชีวิตเกิด เติบโต แก่ ตาย
แล้วเปิดพื้นที่ให้ชีวิตใหม่
โลกไม่ได้ปฏิเสธการวนซ้ำเลย
ตรงกันข้าม
การวนซ้ำคือจังหวะพื้นฐานของชีวิต
– – – –
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชีวิตวนลูป
ปัญหาอยู่ที่เรารู้สึกว่า
การวนลูปคือการติดอยู่กับที่
ทั้งที่บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนวงกลม
อาจไม่ใช่วงกลมแบน ๆ
แต่มันอาจเป็น “เกลียว”
เกลียว
คือ การวนกลับมาใกล้จุดเดิม
แต่ไม่ใช่ระดับเดิม
ชีวิตก็อาจเป็นเช่นนั้น
เรายังต้องตื่นเช้าเหมือนเดิม
ยังต้องทำงานเหมือนเดิม
ยังต้องเจอคนที่ทำให้หงุดหงิดเหมือนเดิม
ยังต้องรับมือกับความผิดหวังเหมือนเดิม
แต่เราอาจรับมือกับมัน
ด้วยใจที่ต่างออกไป
เมื่อก่อนเราเจอคำวิจารณ์แล้วพัง
วันนี้เราอาจฟังได้มากขึ้น
เมื่อก่อนเราเจอความล้มเหลวแล้วโทษตัวเอง
วันนี้เราอาจเห็นว่ามันเป็นข้อมูล
เมื่อก่อนเราเจอคนไม่น่ารักแล้วอยากเอาชนะ
วันนี้เราอาจเลือกไม่เอาใจไปผูกกับเขามากเกินไป
เมื่อก่อนเราเบื่อชีวิตประจำวัน
วันนี้เราอาจเห็นว่าความธรรมดา
นี่แหละคือฐานที่มั่นของชีวิต
เรื่องเดิม แต่ใจใหม่
สถานการณ์เดิม
แต่ระดับการมองเห็นไม่เหมือนเดิม
นี่แหละคือการวนแบบเกลียว
– – – –
ชีวิตอาจยังวนกลับมาที่เดิม
แต่ทุกครั้งที่ใจเราเข้าใจมากขึ้น
เราก็ไม่ได้อยู่ที่เดิมๆ อีกต่อไป
ชีวิตจะวนลูป ก็ช่างหัวมัน
ขอให้ใจเราดีขึ้นทุกวัน
เท่านั้นพอ
