สารภาพตรง ๆ ว่า แอดเองก็ไม่ใช่คนที่รักงานบ้านอะไรขนาดนั้น

บางวันกลับถึงบ้าน เห็นจานกองอยู่ในอ่าง เสื้อผ้ารอพับ พื้นมีฝุ่น โต๊ะเต็มไปด้วยของกระจัดกระจาย ก็ได้แต่คิดในใจว่า

“ชีวิตข้างนอกก็เหนื่อยพอแล้ว ทำไมชีวิตในบ้านยังมีงานรออยู่อีก”

ที่สำคัญ งานบ้านเป็นงานที่เหมือนไม่เคยจบ

ล้างจานวันนี้ พรุ่งนี้ก็มีจานใหม่
กวาดพื้นวันนี้ พรุ่งนี้ฝุ่นก็กลับมา
พับผ้าวันนี้ อีกไม่กี่วัน
ตะกร้าผ้าก็เต็มเหมือนเดิม

.

พูดง่าย ๆ คือ งานบ้านเป็นเรื่องเล็ก
ที่เหนื่อยใหญ่มาก
และบางวันก็ชวนอยากจะบ้าได้จริง ๆ

แต่ช่วงหลัง แอดเริ่มมองงานบ้านเปลี่ยนไปนิดนึง

ไม่ใช่เพราะอยู่ดี ๆ
ก็กลายเป็นคนรักไม้ถูพื้น
ไม่ใช่เพราะค้นพบความหมาย
ของชีวิตจากฟองน้ำล้างจาน
และไม่ใช่เพราะทุกครั้งที่กวาดบ้าน
ใจจะสงบเหมือนอยู่กลางสวนเซน

ชีวิตจริงไม่ได้ละมุนขนาดนั้นนะฮะ

แต่แอดเริ่มเห็นว่า ในวันที่ชีวิตวุ่นวาย งานบ้านบางอย่างอาจช่วยพาใจเรากลับมาอยู่กับสิ่งที่จับต้องได้

.

#ดูแลใจด้วยงานบ้าน

ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่พระเซนไปจนถึงนักจิตวิทยา ชี้ว่า งานบ้าน เช่น การกวาดพื้น ถูพื้น ล้างจาน และเก็บกวาดความรก สามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพจิตได้

ฮอลลี่ ชิฟฟ์ นักจิตวิทยาคลินิกจากเมืองกรีนิช รัฐคอนเนตทิคัต อธิบายว่า กระบวนการทำความสะอาดสามารถทำให้ใจสงบ และเกือบจะเป็นเหมือนการทำสมาธิได้

งานเหล่านี้อาจช่วยส่งเสริมสติ ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสำเร็จที่จับต้องได้ เพราะเราได้ทำภารกิจพื้นฐานในชีวิตประจำวันให้ลุล่วง

แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ
แต่มันทำให้รู้สึกว่า

ชีวิตยังพอจัดการได้
และเรายังดูแลตัวเองได้อยู่

.

และนี่คือ 3 สิ่งที่งานบ้านให้เราได้

1. ความหมายเล็กๆ – งานบ้านไม่จำเป็นต้องสนุก เพื่อจะมีคุณค่าและความหมาย

เราคงไม่ต้องหลอกตัวเองว่างานบ้านสนุก

บางวันมันก็น่าเบื่อจริง
บางวันมันก็เหนื่อยจริง
บางวันแค่เห็นไม้กวาด
ก็อยากถอนหายใจแล้ว

แต่งานบ้านไม่จำเป็นต้องสนุก เพื่อจะมีคุณค่า

เหมือนการดูแลตัวเองหลายอย่างในชีวิต

เราไม่ได้แปรงฟันเพราะมันสนุกทุกครั้ง
ไม่ได้อาบน้ำเพราะทุกครั้งเป็นประสบการณ์ลึกซึ้ง
ไม่ได้จัดที่นอนเพราะมันเปลี่ยนโลก

แต่เราทำ เพราะมันคือการดูแลชีวิตพื้นฐาน

และชีวิตพื้นฐานนี่แหละ ที่เป็นฐานของใจ

บ้านที่พออยู่ได้
โต๊ะที่พอวางของได้
จานที่พอหยิบมาใช้ได้
พื้นห้องที่พอเดินแล้วไม่รู้สึกอึดอัด

สิ่งเหล่านี้อาจดูธรรมดา
แต่ส่งผลต่อใจมากกว่าที่เราคิด

เพราะพื้นที่รอบตัวไม่เคยเป็นแค่พื้นที่รอบตัว
มันสะท้อนกลับมาที่ความรู้สึกภายในเสมอ

ห้องที่โล่งขึ้นนิดหนึ่ง
อาจทำให้ใจโล่งขึ้นนิดหนึ่ง

โต๊ะที่สะอาดขึ้นนิดหนึ่ง
อาจทำให้ความคิดเป็นระเบียบขึ้นนิดหนึ่ง

บ้านที่ได้รับการดูแลขึ้นนิดหนึ่ง
อาจทำให้เรารู้สึกว่า

ชีวิตยังพอเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

แอดคิดว่า ตรงนี้แหละคือความหมายเล็ก ๆ ของงานบ้าน

มันไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ
ไม่ได้ลบปัญหาออกไปทั้งหมด
ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนมีวินัยสูงส่งในชั่วข้ามคืน

แต่มันทำให้พื้นที่หนึ่งของชีวิตกลับมาอยู่ในมือเราอีกครั้ง

และบางวัน แค่นั้นก็พอแล้วจริง ๆ

– – –

2. ลงมือทำได้ทันที และเห็นผลได้ทันที

แอดชอบความจริงข้อนี้มาก

เพราะหลายเรื่องในชีวิตให้ผลช้ามาก

ตั้งใจทำงาน ก็ไม่รู้ว่าจะเห็นผลเมื่อไร
พยายามดูแลใจตัวเอง ก็ไม่ได้แปลว่าจะสงบทันที
ความสัมพันธ์ การเงิน สุขภาพ อนาคต
ทุกอย่างต้องใช้เวลา
บางเรื่องทำเต็มที่แล้ว ก็ยังต้องรอ
บางเรื่องทำดีแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

ในโลกที่หลายอย่างควบคุมไม่ได้

เราควบคุมอารมณ์คนอื่นไม่ได้
ควบคุมผลลัพธ์ของงานไม่ได้
ควบคุมอนาคตไม่ได้
ควบคุมความวุ่นวายของโลกไม่ได้

แต่เราอาจล้างแก้วหนึ่งใบได้
เช็ดโต๊ะหนึ่งตัวได้
เก็บมุมเล็ก ๆ ข้างเตียงได้
กวาดพื้นหน้าประตูบ้านได้

งานบ้านมีความซื่อ ๆ อย่างหนึ่ง

ล้างแก้ว แก้วก็สะอาด
เช็ดโต๊ะ โต๊ะก็โล่ง
เก็บของหนึ่งมุม มุมนั้นก็ดูเบาขึ้นจริง ๆ
กวาดพื้น พื้นตรงนั้นก็น่าเดินขึ้นทันที

มันเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ
ที่ไม่ต้องรอใครอนุมัติ

ไม่ใช่ความสำเร็จใหญ่โต
ไม่ใช่ความสำเร็จที่ต้องเอาไปอวดใคร
ไม่ใช่ความสำเร็จที่จะเปลี่ยนชีวิตในวันเดียว

แต่เป็นความสำเร็จที่ทำให้เรารู้สึกว่า

เรายังดูแลชีวิตตรงนี้ได้

บางครั้ง การล้างจานหนึ่งใบ
จึงไม่ใช่แค่การทำให้จานสะอาด
แต่มันคือการบอกตัวเองเบา ๆ ว่า

ฉันยังเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ได้

และในวันที่ใจเหนื่อยมาก ๆ
ความรู้สึกเล็ก ๆ แบบนี้ สำคัญกว่าที่เราคิดนะครับ

3. งานบ้านพาเรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน

งานบ้านจำนวนมากมีจังหวะซ้ำ ๆ

กวาด
ถู
เช็ด
ล้าง
พับ
เก็บ
เรียง

มันไม่ได้ต้องใช้ความคิดซับซ้อน
เหมือนการแก้ปัญหาใหญ่ในชีวิต
แต่ก็ไม่ใช่กิจกรรมที่ว่างเปล่าเสียทีเดียวนะครับ

ร่างกายยังต้องเคลื่อนไหว
มือยังต้องสัมผัสสิ่งของ
ตายังเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปทีละนิด

เพียงแต่เราต้องใส่ใจมันอีกนิดหนึ่ง

เวลาล้างจาน ลองฟังเสียงน้ำ
รู้สึกถึงความลื่นของฟองสบู่
เห็นคราบสกปรกค่อย ๆ หายไป
รู้สึกถึงน้ำหนักของจานในมือ

เวลาถูพื้น ลองฟังเสียงผ้าถูกับพื้น
เห็นรอยฝุ่นค่อย ๆ จางลง
สัมผัสจังหวะของแขนและลมหายใจ

แอดไม่ได้หมายความว่า
ทุกครั้งที่ล้างจาน
เราจะเข้าสู่ภาวะสงบลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น

บางทีก็ล้างไป หงุดหงิดไป
บางทีก็ล้างไป คิดเรื่องงานไป
บางทีก็ล้างไป บ่นในใจว่า
“ทำไมจานมันเยอะขนาดนี้”

นั่นแหละ ชีวิตจริงครับ

แต่ถ้าเราลองดึงใจกลับมาที่เสียงน้ำ มือที่กำลังขยับ หรือจานใบที่อยู่ตรงหน้า แม้เพียงไม่กี่วินาที งานบ้านก็อาจกลายเป็นจุดพักเล็ก ๆ ของใจได้

เราไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิ
ไม่จำเป็นต้องหลับตา
ไม่จำเป็นต้องทำให้ใจว่างอย่างสมบูรณ์แบบ

บางครั้ง การฝึกสติอาจเกิดขึ้นในครัว หน้ากองผ้า หรือข้างถังขยะธรรมดา ๆ นี่เอง

มีคำกล่าวเซนที่มีชื่อเสียงบทหนึ่งว่า

“ก่อนตรัสรู้ ผ่าฟืน หาบน้ำ
หลังตรัสรู้ ผ่าฟืน หาบน้ำ”

คำพูดนี้ไม่ได้ทำให้งานบ้านหายเหนื่อยทันที
แต่มันเตือนเราว่า ชีวิตทางใจไม่ได้อยู่แยก
จากงานธรรมดาในชีวิตประจำวัน

แม้แต่หลังการตื่นรู้
มนุษย์ก็ยังต้องผ่าฟืน
ยังต้องหาบน้ำ
ยังต้องทำสิ่งพื้นฐานของชีวิตต่อไป

ผู้ฝึกหัดเซน หรือพระ “อุนซุย” ใช้เวลาส่วนมากไปกับการทำความสะอาดและจัดระเบียบ

โชเค มัตสึโมโตะ พระพุทธศาสนาที่อาศัยอยู่ในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เขียนไว้ในหนังสือ A Monk’s Guide to a Clean House and Mind ว่า

“เรากวาดฝุ่นเพื่อขจัดความปรารถนาทางโลก
เราขัดคราบสกปรกเพื่อปลดปล่อยตนเองจากความยึดติด”

และยังกล่าวว่า เวลาที่ใช้ไปกับการทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของวัดอย่างประณีต เป็นเวลาที่เติมเต็มอย่างยิ่ง

ในมุมนี้ งานบ้านจึงไม่ใช่แค่การทำให้พื้นที่สะอาด แต่เป็นการฝึกอยู่กับสิ่งธรรมดาอย่างเต็มใจ

ไม่ได้แปลว่าเราต้องรักงานบ้านทุกครั้ง แต่เราอาจลองอยู่กับมันเพื่อดูแลใจเราเอง

– – –

#ลองทำงานบ้านแบบดูแลใจตัวเอง

แอดไม่ได้คิดว่าเราต้องเปลี่ยนบ้านให้เป็นวัดเซน

ไม่ต้องจุดเทียน
ไม่ต้องเปิดเพลงบรรเลงประกอบ
ไม่ต้องถูพื้นด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ
เหมือนเพิ่งค้นพบความหมายของจักรวาล

ลองเริ่มแบบนี้

* เลือกงานเล็กที่สุดหนึ่งอย่าง เช่น ล้างแก้ว เก็บโต๊ะ หรือกวาดมุมเดียว

* ตั้งเวลา 10 นาที แล้วทำเท่าที่ทำได้

* ระหว่างทำ ลองสังเกตจังหวะมือ เสียงน้ำ กลิ่นสบู่ หรือความรู้สึกของร่างกาย

* อย่าคิดว่าต้องทำให้สมบูรณ์แบบ แค่ให้พื้นที่ดีขึ้นกว่าก่อนเริ่มเล็กน้อยก็พอ

* เมื่อทำเสร็จ หยุดมองผลลัพธ์สักครู่ แล้วรับรู้ว่า “ฉันทำได้แล้ว”

แค่นั้นเอง

ไม่ต้องประกาศชัยชนะเหนือจักรวาล
ไม่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ว่าเราเป็นคนขยัน
ไม่ต้องทำเพื่อให้บ้านสมบูรณ์แบบ

แค่ทำเหมือนกำลังบอกตัวเองเบา ๆ ว่า

ฉันยังดูแลชีวิตตรงนี้ได้

วันนี้ ลองเลือกแค่มุมเดียวก็พอ

แก้วหนึ่งใบ
โต๊ะหนึ่งมุม
พื้นหน้าประตู
กองผ้าเล็ก ๆ
หรือจานใบหนึ่งที่ค้างอยู่ในอ่าง

ลองดูว่า เมื่อพื้นที่ตรงหน้าเบาลง
ใจของเราจะเบาลงตามไปด้วยไหม

แล้วคุณล่ะ
วันนี้อยากเริ่มจากมุมไหนของบ้าน?

ส่วนแอดขอไปพับผ้าก่อนนะครับ เยอะมาก 

สวัสดีมีความสุข
กับทุกๆ งานของชีวิตครับ 

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save