UN พยามผลักดันให้องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกเห็นความสำคัญและทำให้เป็นรูปธรรมของงานความยั่งยืนและอาสาสมัคร หรือจิตอาสา ซึ่งทำได้หลายรูปแบบ สำหรับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เลือกการให้ความรู้และจัดระบบการจัดการขยะในองค์กร ผลคือลดปริมาณขยะในหลุมฝังกลบลงได้ถึง 117 ตันในรอบปีที่ผ่านมา
.
- การอธิบายเรื่องแก๊สมีเทนให้คนเข้าใจอาจจะยุ่งยาก แต่เมื่อบอกว่าการแยกขยะช่วยลดความทุกข์ของคนที่พักอาศัยใกล้บ่อขยะได้ ทุกคนก็ยินดีทำ
- คนเจน Z ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืน (sustainability) ข้อมูลที่ชี้ชัดว่าสิ่งที่พวกเรากำลังทำนั้นส่งผลต่อโลก จะซื้อใจคนเจน Z ได้
- การเก็บสถิติช่วยลดการมโน ตัวเลขจะให้ทิศทาง ให้กำลังใจ และทำให้เราเดินทางต่อได้
.
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ริเริ่มการจัดการขยะในสำนักงานตั้งแต่ปี 2021 เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานด้านความยั่งยืน (SDGs) ใช้เวลาอีก 2 ปี ในการวางระบบ จัดเก็บสถิติ การให้ความรู้ รณรงค์ และสร้างพฤติกรรมใหม่ ปี 2025 ที่ผ่านมาสามารถลดขยะลงได้ 11 ตัน
.
มาฟังวิธีคิดและแรงใจในการขับเคลื่อนงานจนประสบผล จากฟันเฟืองเล็กๆ ในการขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืน 3 ท่าน คุณกิตตน์ บูชางกูร Head of Sustainability คุณสุพรรษา ไชยภา (เก๋) Soft Services Admin Manager และคุณโสธรสินี สุภานุสร (มะตูม) Integrated Comms – Sustainability and Social Impact
.

บรรยายใต้ภาพจากซ้ายไปขวา คุณโสธรสินี สุภานุสร, คุณสุพรรษา ไชยภา, คุณกิตตน์ บูชางกูร
.
จุดเริ่มต้น
คุณเก๋ : เริ่มแยกขยะในปี 2021ภายใต้โครงการ UOB Waste to Wonder โดยเริ่มจากแยกขยะรีไซเคิลออกมาจากขยะทั่วไป แต่ค่อนข้างยากเพราะรายละเอียดของขยะรีไซเคิลเยอะ ต่อมาเมื่อได้คุณมะตูมซึ่งเคยมีประสบการณ์จากหน่วยงานอื่นมาก่อน ทำให้มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะ การสร้างระบบอำนวยความสะดวกเรื่องการแยกขยะ ทั้งการจัดการจุดทิ้ง กำหนดปลายทางขยะ พร้อมๆ กับการสื่อสารกับพนักงาน และแรงสนับสนุนเชิงนโยบายจากผู้บริหาร
.
คุณมะตูม : พวกเรา 3 คน มาจากคนละทีม รับผิดชอบกันคนละเรื่อง มะตูมดูแลเรื่องการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับพนักงาน พี่เก๋ใกล้ชิดกับแม่บ้าน และจัดการพื้นที่ ส่วนกิตต์ดูแลเรื่องการเก็บสถิติและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสื่อสารกับผู้บริหาร และพนักงาน — ข้อมูลจากกิตต์ทำให้พวกเรามีทิศทางในการวางแผนและขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมกับพนักงาน
.
คุณกิตต์ : ผมเริ่มงานนี้ในปี 2023 ทำหน้าที่เก็บสถิติและวิเคราะห์ข้อมูล ได้ยินเสียงสะท้อนในช่วงแรกเยอะๆ ก็คือ “จะแยกไปทำไม สุดท้ายก็เทรวม” ดังนั้นจึงคิดว่าการเห็น ‘ปลายทางที่ชัดเจน’น่าจะตอบโจทย์
.
ทิศทางของความสำเร็จคือ ขยะทั่วไปจะต้องลดลง — ‘ขยะทั่วไป’ คือขยะเทรวมที่จะลงหลุมฝังกลบ ลงไปในดิน ถ้าไม่แยกมันจะกลายเป็นไมโครพลาสติก เป็นปัญหาของอนาคต ดังนั้นเป้าหมายแรกคือลดขยะที่จะลงไปสู่หลุมฝังกลบ ดังนั้นระบบการแยกขยะในสำนักงาน UOB จึงแบ่งเป็น 5 ประเภทตามปลายทางคือ
.
ขยะรีไซเคิล – แยกเพื่อจำหน่ายและทำผลิตภัณฑ์ upcycling
ขยะเศษอาหาร –ผลิตปุ๋ยธรรมชาติ
ขยะ RDF – ส่งเผาเป็นพลังงาน
ขยะทั่วไป – ทิ้งลงบ่อขยะ (หลุมฝังกลบ)
ขยะอิเล็กทรอนิกส์– Partner กับ AIS ในการกำจัด e-waste ให้ถูกวิธี
.

.
ผมโฟกัสที่การลดขยะทั่วไป (ขยะฝังกลบ) ต้องการให้แยกเศษอาหารกับขยะ RDF เพราะมีเงื่อนไขว่าจะต้องแห้ง สะอาด (จึงต้องล้างและตาก) ก็มีเสียงบ่นว่า มันยุ่งยาก แต่พออธิบายง่ายๆว่า “การไม่แยกขยะเศษอาหาร มันทำให้เกิดการเน่าเสีย ส่งกลิ่น คนที่อยู่อาศัยใกล้บ่อขยะเขาลำบากมาก การช่วยกันแยกคือการไม่เพิ่มความทุกข์ให้คนเหล่านั้น” พูดแค่นี้เพื่อนร่วมงานก็เข้าใจ ยินดีทำ โดยที่ไม่ต้องเข้าใจเรื่องแก๊สมีเทน หรือเรื่องโลกร้อน
.
เงื่อนไขหนึ่งของความสำเร็จคือ UOB มี Sustainability Committee เป็นตัวแทนมาจากทุกแผนก ซึ่งประชุมร่วมกันทุกเดือน เพื่อขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนในทุกมิติของธนาคาร ซึ่งมีถ้าเราอธิบายและบอก พวกเขาจะไปช่วยผลักดัน คำถามและการเติบโตของงานมาจากกลุ่มนี้
เมื่อให้ความมั่นใจได้ว่า ‘ขยะจะไม่ถูกเทรวมกัน’ คำถามก็น้อยลง ลำดับต่อมาคือเรามีปุ๋ยจากเศษอาหารที่ช่วยกันแยก เอาไว้แจกพนักงาน มีผลิตภัณฑ์ upcycling จากขยะรีไซเคิล คำถามก็ หมดไป
.

ปุ๋ยจากเศษอาหารสำหรับแจกพนักงาน
ระบบที่ทุกคนอยู่ร่วมกัน
คุณเก๋ : การแยกขยะเศษอาหารกับขยะพลังงาน RDF อาศัยพื้นที่ (แยก ล้าง ตาก) ซึ่งตึกสำนักงานก็มักจะมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องพื้นที่ กลิ่น ความเป็นระบบระเบียบ เราพยายามจัดระบบให้ทุกชั้นมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ชั้นไหนก็แยกขยะได้
.
คุณมะตูม : ช่วงแรกมีเสียงบ่นเยอะ “ยุ่งยาก มากเรื่อง” แต่เมื่อทุกคนเห็นปุ๋ยที่ได้จากการแยกเศษอาหารเขาก็รู้สึกดี พนักงานที่สนใจขอไปใส่ต้นไม้ที่บ้าน พนักงานคนหนึ่งบอกว่าเขาปลูกมะม่วงมานานแต่ไม่เคยออกดอก จนกระทั่งใส่ปุ๋ย UOB ตอนนี้ได้กินมะม่วงที่ปลูกเองแล้ว อีกคนเล่าว่า เขาชอบเอาปุ๋ยก็เอาไปหยอดต้นไม้ที่บ้าน ตอนนี้ต้นไม้งามดีมาก เรื่องเล่าเล็กๆ เหล่านี้ทำให้มีกำลังใจ
.

.
UOB Waste to Wonder ใช้ข้อมูลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
คุณกิตต์: ผมเก็บสถิติปริมาณขยะของสำนักงานแยกตามชั้น ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. จากนั้นจัดแคมเปญให้แข่งกัน โดยเริ่มจับสถิติเดือน มิ.ย.-ต.ค.
.
การจับสถิติคือ เทียบกับสถิติของชั้นตัวเอง วัดการลดลงของขยะทั่วไปเป็นเปอร์เซ็นต์ แล้วเอาเปอร์เซ็นต์นั้นมาเทียบกัน เพราะแต่ละชั้นของสำนักงานมีปริมาณคนทำงานไม่เท่ากัน ดังนั้นการเทียบกับสถิติของตัวเองว่าลด/เพิ่ม อย่างไร แล้วก็เทียบในภาพรวมอีกครั้ง ผู้ชนะก็คือผู้ที่เปอร์เซ็นต์ลดลงมากที่สุด ซึ่งหมายถึงว่า เขาจัดการได้ดีที่สุด ระหว่างนี้ทีมของเราก็ให้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย
.
คุณเก๋ : การแยกขยะทำให้คนในฝ่าย ในชั้นสำนักงานเดียวกันได้คุยกัน ก่อนหน้านี้มีความ ‘ต่างคนต่างอยู่’ พอ มีการแข่งขันระหว่างชั้นมันทำให้ได้คุยกัน ปรึกษากัน “ทิ้งอย่างนี้ถูกไหม” ก่อนหน้านี้แม่บ้านเป็นคนนอก ไม่มีปากเสียง แต่เรื่องการแยกขยะ แม่บ้านกลายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิชี้ขาดได้ว่าอะไรใช่ อะไรไม่ใช่
.
คุณกิตต์ : การเก็บสถิติช่วยลดการมโน ตัวเลขที่แสดงให้เห็นปริมาณขยะที่ส่งเผาเป็นพลังงาน (RDF) ขยะรีไซเคิล และขยะเศษอาหาร ในแต่ละเดือน หมายถึงการลดภาระของผืนดินซึ่งมีความหมายมากสำหรับคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตัวเลขเหล่านี้ให้กำลังใจ และแคมเปญนี้ทำให้ปีนั้นธนาคารของเราได้รางวัลจากกรุงเทพมหานครด้วย
.
สถิติในปีที่ผ่านมา (ปี 2025) คือ ปริมาณขยะเศษอาหาร 2 ตัน กลายเป็นปุ๋ย ขยะที่ส่งเผาเป็นพลังงานราวๆ 4 ตัน และขยะรีไซเคิล 111 ตัน จำนวนรวมของขยะ 3 ส่วนนี้คือ 117 ตัน ที่ไม่ต้องลงหลุมฝังกลบ
.
นี่คือผลจากการที่พวกเรา-พนักงาน 7000 คน ใน 3 อาคารสำนักงาน ร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะ ซึ่งมันลดผลกระทบต่อสังคมได้จริง มันเป็นการทำเพื่อคนอื่น และมอบความรู้ให้อยู่ในตัวพนักงาน
.
ความสุขในงานเพื่อความยั่งยืน
คุณกิตต์ : ผมรักงานของผม ก่อนหน้านี้ผมเคยอยู่ในบทบาทที่ปรึกษาฯ ได้เห็นองค์กรจำนวนมาก บางแห่งก็เป็นเพียงการสร้างภาพ บางองค์กรทำเพื่อตอบโจทย์การรายงานขั้นต่ำ คือเขาบังคับให้ทำแค่ไหนก็ทำเท่านั้น แต่ที่นี่ (UOB) ผมเห็นตั้งใจจริงและความจริงจังของผู้บริหาร ผมไม่ต้องโน้มน้าวหรือต้องใช้พลังเพื่อ convince ผู้บริหารถามในบทบาทของผู้บริหาร เช่น จะทำอย่างไร มันจะเกิดอะไรขึ้น จะวัดผลอย่างไร จะเริ่มเมื่อไร เสร็จเมื่อไร ฯลฯ ผมคิดว่านี่คือเงื่อนไขที่ดีเพียงพอสำหรับคนทำงาน
.
คุณเก๋ : สำหรับพี่ การที่สำนักงานสะอาด มีสุขอนามัยดี ก็เป็นความสุข ระบบการจัดการขยะทำให้สำนักงานสะอาด เป็นระบบระเบียบ แม่บ้านทำงานง่ายเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้ว
.
แม่บ้านบางคนไม่ได้มีความรู้ เขาไม่มั่นใจ กลัว บางคนอ่านหนังสือไม่ออก ไม่กล้าพูด แต่เมื่อทำงานนี้จากไม่รู้ก็กลายเป็นรู้ เขาพยายามเรียนรู้ไม่ใช่แค่รับคำสั่ง ตอนนี้แม่บ้านบางคนเก่งจนสื่อสารกับพนักงานได้ แม่บ้านบางคนบอกพนักงานได้ว่าพนักงานทิ้งผิด มันน่าภูมิใจ รู้สึกว่าเรากำลังสร้างทรัพยากรบุคคล
.
คุณกิตต์ : การที่ภาคธุรกิจจะช่วยกันผลักดันเรื่องความยั่งยืน เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ไม่ได้แปลว่าจู่ๆ มันก็เกิดขึ้นมาได้เอง ฟรี — แต่อาศัยการสร้างระบบ งบประมาณ กำลังคน ผมและทีมโชคดีในส่วนนี้ การมองไปในทิศเดียวกันคือการให้ความสำคัญต่อความยั่งยืน เป็นเรื่องที่คนเจน Z ให้ความสำคัญมาก การเก็บข้อมูลที่ชี้ชัดว่าทุกสิ่งที่พวกเรากำลังทำนั้นส่งผลต่อโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ซื้อใจคนทำงานเจน Z ได้
.
คุณมะตูม : รู้สึกภูมิใจที่ได้จับมือกับทุกๆ คน แล้วทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ที่นี่มีคนมาขอดูงานบ่อยๆ ถ้าเอาไปทำต่อได้ก็รู้สึกยินดีด้วยมากๆ ค่ะ มั่นใจมากๆ ว่าโมเดลนี้ทุกองค์กรทำได้และจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมของพวกเรา
.
ความรู้จากสำนักงานเข้าสู่ชีวิตส่วนตัว
คุณเก๋ : พอคุ้นกับการแยกขยะในที่ทำงาน ก็อยากทำในชีวิตส่วนตัว แต่ในอพาร์ตเมนท์ที่พักอยู่ไม่มีที่ให้แยกขยะ สิ่งที่พอทำได้ก็คือ แยกขวดพลาสติกออกมาให้รีไซเคิล
.
คุณกิตต์ : ผมอยู่คอนโดครับ ก็คล้ายๆ กัน คือ แยกขยะที่รีไซเคิลได้ทิ้งต่างหาก ผมพยายามล้าง ตาก ก่อนทิ้ง อย่างน้อยมันก็ไม่เน่า ไม่ส่งกลิ่น
.
คุณมะตูม : มะตูมแยกขยะที่บ้านค่ะ มีค่าใช้จ่ายในการส่งขยะพลังงาน RDF ไปเผาเดือนละ 200 บาท ถือเป็นการบริจาคเพื่อสังคม (หัวเราะ)
.
เป็นไปได้ไหม ที่จะจัดสวัสดิการให้พนักงานเอาขยะ RDF จากบ้านมาทิ้งในที่ทำงาน
คุณกิตต์ : เป็นไปได้นะครับ เพราะพนักงานรู้แล้วว่าต้องจัดการเบื้องต้นอย่างไร เพียงแต่ส่วนกลางจะมีการจัดการเพิ่มเติม เช่น จัดถังแยกต่างหาก แยกตัวเลขข้อมูลไม่ให้ปะปนกับสถิติสำนักงาน
.
มะตูม : คิดว่าเป็นไปได้ค่ะ น่าจะจัดการคล้ายๆ กับการรับของบริจาคจากพนักงาน แต่กรณีนี้เป็นการบริจาคพลังงานผ่านขยะ RDF เป็นบริการที่ทำกับพนักงานที่สนใจ เป็นกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม และอาจจะดูสถิติในด้านการมีส่วนร่วมของพนักงานได้
.
ตอนนี้ UOB สำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ สนับสนุนให้พนักงานเป็นจิตอาสาค่ะ มีนโยบายหลายอย่าง มะตูมว่า จิตอาสาเป็นสำนึกของการดูแลกัน แบ่งปัน และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมที่เราอยู่ การแยกขยะอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนี้ได้ เพราะถือเป็นการรับผิดชอบต่อขยะที่ตัวเราเป็นคนสร้าง คือการแสดงออกของความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และมันก็เป็นการขัดเกลาตัวเราเองในชีวิตประจำวันด้วย
.
.
UOB Waste to Wonder เป็นแคมเปญที่ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รณรงค์เรื่องการจัดการขยะในสำนักงาน และได้ส่งผลให้ได้รับรางวัลชนะเลิศธนาคารต้นแบบโครงการคัดแยกขยะครบวงจรจากกรุงเทพมหานคร เป็นความสำเร็จที่ “ไม่หวง” ทุกองค์กรที่สนใจงานด้านสิ่งแวดล้อมและทำได้แน่นอนในชีวิตการทำงานปกติประจำวัน ขอเชิญเลียนแบบได้เลย
.
…………………………………………
