ความสุขของการเป็นจิตอาสา เป็นทั้งความสุขด้านกว้างและด้านลึก เป็นสนามฝึกของจิตใจและขัดเกลาตนเอง แม้ไม่มีคำชม แม้ไม่มีใครเห็น ความดีงามย่อมเป็นความดีงาม สมควรแก่การภาคภูมิใจ
- กับดักของคนทำจิตอาสานานๆ คือคุ้นเคยกับคำขอบคุณและการชื่นชม เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ จะต้องได้ ถ้าไม่ได้ก็หงุดหงิด เสียความมั่นใจ
- หากมีความชัดเจนว่าตัวเรากำลังทำเพื่อความดีงาม ก็ไม่จำเป็นต้องให้ยืนยันหรือการันตีในสิ่งที่ทำ
- การอยู่กับคนตรงหน้าเหมือนคนปรุงก๋วยเตี๋ยวทีละชาม ถ้าปรุงดี เขากินอย่างเอร็ดอร่อย อิ่ม มีความสุขคนปรุงก็สุขด้วย เป็นความสุขที่เกิดจากการสังเกตและใส่ใจ
.

ผู้ที่เคยไปร่วมกิจกรรมจิตอาสาของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาและชีวามิตร อาจจะมีโอกาสได้รู้จักและใกล้ชิด พี่องุ่น – คุณพนิตานันท์ พวงจันทร์แดง เพราะพี่องุ่นเป็นจิตอาสารุ่นใหญ่ซึ่งหมายถึงความคล่องแคล่ว ว่องไว รู้งานและใจดี อุทิศตัวเต็มที่ในงานอาสา ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ เช่น เป็นเด็กเดินไมค์ ตระเตรียมสถานที่ บริการข้าวปลาอาหาร หรือจะสันทนาการสร้างความผ่อนคลาย หรือจะเนื้องานที่ค่อนข้างจริงจัง นำวงคุย พี่องุ่นรู้งานไปซะหมด
.
“เพราะชอบ ทำแล้วมีความสุข พอมีเวลาก็อยากจะมาช่วยเรื่อยๆ” พี่องุ่นกล่าว
.
พี่องุ่นเล่าว่า จุดเริ่มการเป็น “จิตอาสา” ในปัจจุบัน มาจากการพาแม่มาหาหมอที่สถาบันประสาท ได้เจอกลุ่มคนที่เป็นจิตอาสาอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาลแล้วรู้สึกประทับใจ พอจัดเวลาได้จึงสมัครมาเป็นจิตอาสาบ้าง (องุ่นเป็นอาสาสมัครรุ่น 4)
.
ต้นทุนอันล้ำค่า
พี่เป็นคนอิสาน โตขึ้นมาก็เห็นพ่อเป็นที่พึ่งให้คนในหมู่บ้าน แม่ชอบไปวัด แม่เป็น ‘แม่ออก-แม่ค้ำวัด’ (อุบาสิกาผู้ค้ำจุนวัด) สมัยก่อนไม่มีคำว่า ‘จิตอาสา’ คำว่า ‘อาสาสมัคร’ ก็ไกลตัว แต่สังคมบ้านนอกบอกด้วยสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ว่า “เราต้องช่วยกัน” ถ้าไปวัดก็ต้องช่วยกันกวาดลาน ถ้ามีงานบุญในหมู่บ้านพวกเราลงขัน ‘ข้าวหม้อแกงหม้อ’ หรือประเพณีลงแขกซึ่งปัจจุบันคงไม่มีแล้ว — เรื่องเหล่านี้เป็นปกติ เป็นอัตโนมัติ ไม่เคยมีคำถามถึงค่าตอบแทน การเป็นจิตอาสาก็เช่นเดียวกัน แรงจูงใจไม่ใช่ค่าตอบแทน แต่เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี การหวังผลก็มีบ้างเหมือนกัน ทำเพราะคิดว่านั่นเป็นบุญ — คนชนบทน่ะ อึกอักก็ว่าเป็นบุญ” (หัวเราะ)
.
ความสุขอีกอย่างหนึ่งของการเป็นอาสาอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาลคือ การแก้ภาพจำว่า โรงพยาบาลมีแต่เรื่องแย่ๆ การเป็นจิตอาสาช่วยสร้างภาพจำใหม่ ว่ามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นในโรงพยาบาลได้นะ โรงพยาบาลเป็นพื้นที่แห่งความปรารถนาดีได้
.

.
กับดักใจฟู
พี่เคยทำจิตอาสาเยอะมากเลย อ่านหนังสือเสียง ทำกิจกรรมช่วยคนตาบอด เก็บกวาดลานวัด จัดกิจกรรมให้เด็กๆ ได้เรียน ได้เล่น มอบสิ่งของที่ขาดแคลน ฯลฯ พอทำจิตอาสาเยอะๆ ข้างในของเราจะฟูมาก ก็อาจจะเหลิง หรือเผลอ ‘ติดดี’ เหมือนกัน
.
พี่คิดว่าการชอปปิงงานอาสามีทั้งข้อดีข้อเสีย อยู่ที่ว่าเราเท่าทันความรู้สึกและอารมณ์ตัวเองมากแค่ไหน การเป็นจิตอาสาใหม่ๆ พี่ก็ชอปปิง เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองหลายอย่าง สุดท้ายก็เห็นว่าตัวพี่ชอบทำจิตอาสาในโรงพยาบาล ชอบดูแลคน เวลาที่เขามีความทุกข์ ไม่สบาย แล้วเราช่วยให้เขาสบายได้ มีรอยยิ้ม รู้สึกว่าเขามีตัวช่วย พี่ชอบเรื่องนี้ — การชอปปิงก็เป็นวิธีการที่ทำให้พี่รู้จักตัวเอง…
.
แต่ก็มีเหมือนกันที่เป็นจิตอาสาเพื่อจะประกาศว่า‘นี่ฉันก็ทำ นี่ฉันก็ทำ นี่ฉันก็ทำ นี่ฉันก็ทำมาแล้ว’ หรือการเป็นจิตอาสาเพื่อหาคอนเน็คชั่น ได้ถ่ายภาพร่วมกับคนดัง ได้การยอมรับ ได้คำชื่นชม ได้ร่วมสมาคม ฯลฯ ถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่า การชอปปิงงานอาสาพาให้เราบิดเบือน เพราะเราไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้เสียสละอะไรเลย
.
ถ้าเราตระหนักได้ พาตัวเองกลับมาที่ฐานได้ว่า การทำดีแท้ๆ ไม่จำเป็นต้องมีคำชม ไม่ต้องมีใครรู้ ไม่ต้องได้อะไรตอบแทน ถ้าเราทำความดีแท้ๆ แม้จะทำในพื้นที่เงียบๆ มันก็เป็นความดีที่เกิดจากพลังงานในใจ
.
กับดักหนึ่งของคนที่อยู่ในงานจิตอาสานานๆ คือ เราจะคุ้นเคยและคิดว่า การชื่นชมหรือคำขอบคุณเป็นสิ่งปกติที่เราจะต้องได้ ถ้าไม่ได้เราอาจจะหงุดหงิด หรือเสียความมั่นใจ แต่แท้ที่จริงแล้ว ถ้าเราชัดเจนว่าเราทำดีเพื่อความดีงาม เราจะไม่อินังขังขอบว่าเขาจะขอบคุณหรือไม่ จะชมเราหรือไม่ เราไม่จำเป็นต้องดีกว่าใคร ไม่จำเป็นต้องมีอะไรหรือใครยืนยันการันตีในสิ่งที่ทำว่า “เราเป็นคนดี” “เราเป็นคนเสียสละ”
.
พี่คิดว่า คุณค่าของการเป็นจิตอาสาคือการทำความดีนั้นได้ขัดเกลา ขูดกิเลส หรือสิ่งที่เป็นคราบสกปรกของเราออกไป แล้วได้สัมผัสถึง “ธรรม”
.

.
ปรุงสุขทีละชาม
สำหรับพี่ การเป็นจิตอาสาและได้อยู่กับคนตรงหน้ามันเป็นสีสันเฉพาะมากๆ เหมือนเราเป็นคนปรุงก๋วยเตี๋ยว ทำทีละชาม คอยสังเกตว่าเขาชอบอะไร ให้ใส่อะไรหรือไม่ใส่อะไร ถ้าเราปรุงดี เขาได้กินอย่างเอร็ดอร่อย อิ่ม มีรอยยิ้ม เขามีความสุขและเราก็มีความสุข ก๋วยเตี๋ยวแต่ละชามที่ปรุงไม่จำเป็นต้องรสเดียวกันเป๊ะ การปรุงทีละชามให้กับแต่ละคนเป็นเสน่ห์เฉพาะ เป็นความสุขที่เกิดจากการกระทำ การสังเกต ความใส่ใจของตัวเรา
.
มิตรภาพที่แท้
งานจิตอาสาเป็นงานที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา บางครั้งก็ดีมาก บางครั้งก็ไม่เป็นไปตามแผน ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างในงานสอดคล้องกันดี งานนั้นก็จะเป็นงานที่สนุก มีความสุข มีคุณค่าและความหมาย แต่บางครั้งเงื่อนไขต่างๆ ก็ไม่ไปอย่างที่ต้องการ มีความหงุดหงิด โกรธ ก็ต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจ ปล่อยและวางใจเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น
.
เคยมีจิตอาสาคนหนึ่งเขาเป็นคนเต็มที่มากๆ แจ่มใส กระตือรือร้น ถ้าคะแนนเต็มร้อย คนนี้ควรจะได้ร้อยยี่สิบคะแนน แต่แล้วเมื่อผ่านมาระยะหนึ่ง จู่ๆ เขาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เคยเป็น ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาหงุดหงิด เหวี่ยง ความสัมพันธ์กับเพื่อนไม่ค่อยดี ถ้าคะแนนเต็มร้อยตอนนี้เขาคงได้สักแปดสิบคะแนน — แต่แม้ว่าคะแนนจะลดลงแต่ก็ยังจัดว่าเขาเป็นจิตอาสาเกรดเอที่น่าภาคภูมิใจ
.

.
กรณีนี้ พี่ได้เรียนรู้และตกผลึกกับตัวเองว่า พี่ควรจะมองแง่มุมที่ดีของเขา ในส่วนที่พี่คิดว่าเขาเปลี่ยนไปนั้น จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เขาที่เปลี่ยนไป เขาก็เป็นตัวเขานั่นแหละแต่เราต่างหากที่เห็นไม่ครบ เมื่อตัดความคาดหวังได้ก็ไม่ผิดหวัง ตกลงใจได้ว่าเรายังคงเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เป็นจิตอาสาไปด้วยกัน สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ร่วมกัน และรักษาสัมพันธภาพต่อกัน — กรณีนี้เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของพี่ค่ะ
.
ความสุขของการเป็นจิตอาสานั้น เป็นทั้งความสุขด้านกว้างและด้านลึก ทั้งยังเป็นสนามฝึกของจิตใจและขัดเกลาตนเอง การทำสิ่งดีงามแก่โลกและผู้คน แม้ไม่มีคำชม ไม่มีใครเห็น ความดีงามย่อมยังคงเป็นความดีงามอยู่
.
ในโอกาสปีอาสาสมัครสากล 2026 นี้ ความสุขประเทศไทยขอเชิญชวนทุกคน ให้ร่วมปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตา เปิดใจกว้าง ให้มิตรภาพได้งอกงามเป็นร่มเงาให้สังคมไทย
.
……………………………………………..
