ในยุคสมัยที่ AI เข้ามามีบทบาทในเกือบทุกมิติของชีวิต ทั้งการให้คำปรึกษา การช่วยค้นข้อมูล หาคำตอบ รังสรรค์ความคิดอันบรรเจิด  ฯลฯ บทบาทของครู-อาจารย์ ห้องเรียน และการเรียนการสอนอยู่ตรงไหน ? ห้องเรียนแบบไหนที่จะสอนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้ดำเนินชีวิตอยู่รอด เป็นสุข ปลอดภัยและเท่าทัน 

.

  • โลกออนไลน์ลัดขั้นตอนทุกอย่างให้เราง่ายและสะดวก ทำให้เชื่อว่าทุกอย่างจะได้มาโดยง่าย ซึ่งมันจะเป็นปัญหาแน่ 
  • การให้นิสิต/นักศึกษาได้ใช้เครื่องมือดิจิตอลเต็มที่กลับพบว่ามีผลต่อกระบวนการคิด เมื่อไม่ได้ถูกฝึกให้คิด ผลงานก็ตื้นเขิน
  • ชีวิตของบางคนไม่เคยรู้จักคำว่าอดทน แต่การอดทนคือความจำเป็น เราต้องรู้จักมันบ้าง 

.

ในยุคที่ใครๆ ก็ใช้สมุดอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษ พึ่ง search engine แทนตำรา แต่มีวิชาหนึ่งที่นิสิตยังต้องฝึกการใช้มือตัดกระดาษ วาดลาย ผสมสี และหัดใช้พู่กันระบายสีกันอีกครั้ง อาจารย์ผู้สอนวิชานี้เป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัยเปี๊ยบ โดนค่อนแคะว่าสอนด้วยวิธีโบราณ ความสุขประเทศไทยขอชวนมารู้จักอาจารย์รุ่นใหม่ผู้คิดกระบวนการสอนเพื่อถอยห่างจาก AI เปิดโอกาสให้ผู้เรียนอยู่กับ “การเรียนรู้” ได้จริงๆ 

.

อาจารย์เจนจิรา เหลืองวัฒนะ (อาจารย์เจน) ภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สอนวิชา หลักการออกแบบสิ่งทอและแฟชั่น (Principles of Textile and Fashion Design) ซึ่งลูกศิษย์เป็นนิสิตเจน Z ปี1  ย้ำว่า การสอนด้วยการให้นิสิตมีประสบการณ์ตรงเป็นพื้นฐานของการคิดงานอย่างลุ่มลึก มีมิติ และเป็นทักษะสำคัญของชีวิตในอนาคต

.

ทำไมอาจารย์จึงมีรูปแบบการสอนที่ ‘ไม่ร่วมสมัย’ ทั้งที่พวกเราอยู่ในยุคออนไลน์แล้ว 

นิสิตของเจนอยู่กับโลกอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่าตั้งแต่เกิดก็อยู่กับจอ เข้าถึงทุกอย่างผ่านโลกออนไลน์ ลัดขั้นตอนทุกอย่างให้ง่ายและสะดวก ข้อเสียก็คือ มันทำให้พวกเราเชื่อว่าทุกอย่างจะได้มาโดยง่าย ทุกเรื่อง ‘ง่าย’ ซึ่งเจนคิดว่ามันจะเป็นปัญหาแน่ๆ ต่อการใช้ชีวิตในอนาคต

.

อาจารย์ลองยกตัวอย่าง

เจนเคยให้นิสิตออกแบบผลงานโดยใช้ผีเสื้อเป็นแรงบันดาลใจ นิสิตเข้าไปในโลกออนไลน์หารูปผีเสื้อ ดึงสีจากรูป สั่ง AI ให้ generate แล้วก็เป็นผลงานนำส่ง — สำหรับเจน มันแทบจะไม่มีกระบวนการคิดแบบออกแบบสักเท่าไรเลย 

.

เจนต้องกลับมาถามตัวเองว่า วิชานี้นิสิตจะต้องรู้จักอะไรบ้างนะ ? เขาต้องเรียนรู้อะไร ? เจนจึงต้องออกแบบกระบวนการสอนใหม่ คิดกิจกรรม-วิธีการว่ามีอะไรบ้างที่ Chat GPT หรือ AI แทรกแซงไม่ได้ — คิดกระบวนการเรียนการสอน backward ให้พวกเขาเรียนผ่านการลงมือทำ

.

การระบายสีลงกระดาษเกี่ยวข้องกับวิชาการออกแบบเส้นใยอย่างไร 

โดยผิวเผินมันดูเหมือนงานระบายสี แต่จริงๆ แล้วมันมีสาระสำคัญของวิชานี้อยู่ค่ะ  เรา(ผู้สอน) จะเห็นอะไรหลายๆ อย่างได้จากชิ้นงาน เห็นได้ว่าบางคนคิด บางคนวางแผน บางคนมีการลองผิดลองถูก บางชิ้นงานที่เอามาส่งไม่ใช่ชิ้นงานแรกของเขา และแน่นอนว่าก็จะเห็นด้านตรงข้ามด้วยคือ ไม่คิด ไม่วางแผน ไม่ใส่ใจ 

.

ในฝั่งของนิสิต มันดูเป็น ‘งานง่ายระดับประถม’ แต่ถ้าเขาเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย เขาจะได้เรียนรู้ว่าพู่กันคือปัจจัย น้ำคือปัจจัย ปริมาณสี ลักษณะกระดาษ รวมไปถึงสภาวะอารมณ์ ความสุข-ความทุกข์ของเขา ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลในงานนั้น ซึ่ง Photoshop หรือโปรแกรมไหนๆ ก็ทำให้ไม่ได้ และมันทำให้นิสิตได้กลับมาอยู่กับตัวเอง อยู่กับเรื่องจริงๆ ตรงหน้า ทำให้เขาได้เจอว่า หลายๆ อย่างมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด

.

มีครั้งหนึ่งในห้องเรียน ที่นิสิตคนหนึ่งฉีกเทปกาวเอามาแปะบนกางเกงก่อนแล้วจึงแปะลงกระดาษ เพื่อนถามว่า “มึงทำอะไร” นิสิตบอกว่า “กาวจะได้ไม่เหนียวเกินไป จะได้ไม่กินกระดาษ เวลาเอาเทปออกกระดาษก็ไม่ขาดไงแก” — เรื่องแบบนี้เป็น journey บางคนพบ บางคนไม่พบ

.

มหาวิทยาลัยคงไม่ได้บังคับวิธีการสอน ทำไมอาจารย์เจนจึงสอนแบบนี้ 

เจนลองผิดลองถูกในวิธีการสอนมาพอสมควรเลยค่ะ เคยให้นิสิตใช้ดิจิตอลเต็มที่ ซึ่งพบว่ามันส่งผลกับกระบวนการคิด-การพัฒนาชิ้นงานมาก คือพอเขาไม่ได้ถูกฝึกให้คิด สิ่งที่ได้คือผลงานตื้น เช่น งานแรงบันดาลใจจากผีเสื้อที่พูดไปข้างต้น

.

ปลายทางของวิชานี้คือโปรเจ็คที่นิสิตจะต้องนำเสนอ การสอนโดยผ่านกระบวนการฝึก เช่นการใช้มือ การผสมสี การลงพู่กัน ได้ลองผิดลองถูก เจอความล้มเหลว ทำใหม่อีกครั้ง ฯลฯ เขาจะมีกระบวนการคิดที่ช่วยให้เห็นว่าก่อนจะเป็นผีเสื้อ มันเคยเป็นหนอน เป็นดักแด้ ชิ้นงานที่มีแรงบันดาลใจมาจากผีเสื้อจะมีความลุ่มลึก มีความซับซ้อนของความคิดซึ่งผู้สอนจะเห็นได้จากชิ้นงาน 

.

โลกออนไลน์ทำให้เห็นจุดเริ่มต้นแล้วก็ไปที่จุดสุดท้าย “พอคิดได้ก็สำเร็จเลย” เขาไม่เห็น “ท่ามกลาง” หรือ “ระหว่างทาง” เพราะไม่ได้ลงมือทำ ในโลกออนไลน์อาจจะบอกว่า มีขั้นตอน 1-10 แต่ในการทำจริงๆ จะพบว่า นอกจาก 2 3 4  อาจมีจุดทศนิยม — ในการใช้ชีวิตจริง หลายๆ สิ่ง ไม่ได้เป็นไปลำดับขั้น จาก 1 ขึ้นไป 2 ลงมา -1 แล้วกระโดดไป 5 แล้วตกกลับมา 3 แล้วพุ่งไป 8 — ชีวิตการทำงานก็อาจเป็นแบบนี้ 

.

การให้นิสิตผสมสีเอง วาดลายลงในกระดาษ นิสิตได้ฝึกความอดทน คนบางคนชีวิตของเขาไม่เคยรู้จักคำว่า “อดทน” แต่จริงๆ แล้ว การอดทนเป็นความจำเป็น เขาต้องรู้จักมันบ้างบางคนบ่น ไม่อยากทำ เจนก็บอกไปตรงๆ ว่า เธอต้องฝึก ที่ผ่านมาอาจจะไม่เคยฝึกแต่อาจารย์จะให้เธอฝึก

.

.

การเรียนการสอนแบบนี้นิสิตชอบไหม

หลายคนก็เกลียดเจน (หัวเราะ) นิสิตจำนวนหนึ่งรู้สึกทรมาน แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่ชอบมาก กระตือรือล้นและเต็มที่กับมัน

.

อาจารย์คิดว่าชีวิตในอนาคตจะยาก?

เคยมีนิสิตรุ่นหนึ่งสะท้อนกับทีมสอนว่า “ผ่านวิชานี้ไปได้ก็คงผ่านได้ทุกอย่าง” (หัวเราะ) สิ่งที่เจนมักจะบอกกับนิสิตก็คือ ทุกอย่างในโลกวันนี้มันดูเหมือนง่าย แต่มันเต็มไปด้วยความซับซ้อน — easy แต่ไม่ simple ถ้าหากไม่เท่าทันชีวิตก็จะยากมากๆ

.

การเรียนด้วยกระบวนการ จะเห็นว่าตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางเต็มไปด้วยรายละเอียด ถ้าได้เห็นอะไรสักอย่างที่สวยงามและประณีต มันไม่ได้แปลว่าคิดแล้วได้เลย การที่ศิลปิน ช่างทอ ช่างตัดเย็บจะเนรมิตอะไรสักอย่างขึ้นมาได้ มันไม่ง่ายนะ ชวนออกจากโลกออนไลน์มาอยู่ในโลกจริงๆ 

.

เจนไม่ปฏิเสธตัวช่วย ไม่ปฏิเสธ AI ไม่ปฏิเสธ Chat GPT  หรืออะไรก็ตาม มันมีประโยชน์ แต่ถ้าปราศจากการกลั่นกรอง เชื่อทุกเรื่องที่ AI คิดมาให้  เจนว่าไม่ใช่แล้วล่ะ มันจะช่วยเราได้ดีเมื่อเรามีความสามารถที่จะกลั่นกรองได้แล้ว 

.

การรีดศักยภาพ

การเรียนในบ้านเราไม่ส่งเสริมการแข่งขัน กลัวเครียด การเรียนในต่างประเทศเครียดและจริงจังกว่ามาก ข้อเสียของการไม่ยอมเครียดก็คือนิสิตไม่ได้รีดศักยภาพของตัวเองออกมา ตามๆ กันไป กลืนๆ กันไป “ไม่เก่งก็ไม่เห็นจะเป็นไร” บางคนผลงานดี แต่กลัวที่จะเฉิดฉาย กลัวเพื่อนหมั่นไส้ เดี๋ยวจะไม่มีเพื่อน อั้นศักยภาพเอาไว้ ไม่เปล่งประกายให้เต็มที่ และก็มีบางคนที่หิวแสง อยากเฉิด อยากเด่นแต่กลวง 

.

ในความเป็นอาจารย์ เจนไม่โอเคทั้งสองกลุ่ม กลุ่มหิวแสงไม่ค่อยลงมือทำ กลวง รู้ไม่จริง คนโชว์พาว (power) มักจะพูดเยอะกว่าที่ตัวเองรู้ ไม่ใช่ตัวจริง เพราะตัวจริงมักจะเงียบ ที่เงียบเพราะเขารู้ว่ายังมีส่วนที่เขาไม่รู้ ทำให้เขารู้ได้อีก เจนอยากให้ลูกศิษย์ aware เรื่องนี้ 

.

ส่วนกลุ่มที่กลัวแสง เจนเข้าใจได้เพราะยังอายุน้อย เพื่อนเป็นทุกอย่างของชีวิต ถ้าเก่งเกินเพื่อน แล้วเพื่อนจะไม่คบ แต่เจนอยากจะบอกว่า เพื่อนมีหลายประเภท เพื่อนดีจะไม่เกลียดเราเพียงเพราะเราเก่งกว่า เพื่อนดีจะสนับสนุนเรา ไม่ใช่ขัดขาเราเพราะหมั่นไส้ — ดังนั้นถ้าถูกเพื่อนหมั่นไส้นั่นอาจจะเป็นโอกาสทำให้พบความสัมพันธ์ที่แท้จริง สิ่งที่สำคัญคือใช้ศักยภาพของเราให้เต็มที่ อย่ารีรอ อย่าปล่อยผ่าน เพื่อที่จะได้ไม่เสียใจทีหลัง เพราะบางครั้งโอกาสไม่ได้เข้ามาบ่อยๆ เตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับโอกาสที่จะเข้ามา

.

สำหรับคนกลางๆ เฮไหนเฮนั่น เจนก็มักจะบอกว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เพราะเราไม่มีทางจะเป็นคนอื่นได้ตลอดไป 

.

ความสุขในการเป็นอาจารย์คืออะไร

นึกไม่ออกค่ะ (ฮา)  

คงเป็นเรื่องที่นิสิตเอาวิชาที่สอนไปทำให้ชีวิตเติบโต งอกงามได้ เจนเคยเปิดรายวิชาศาสตร์การจัดแสดงสินค้าแฟชั่น (Fashion Visual Merchandising) สอนการจัดหน้าร้าน การ display สินค้า ทั้งในห้างสรรพสินค้า ในร้านค้า หรือในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่เคยมีรายวิชานี้มาก่อน และนิสิตก็ไม่รู้ว่าวิชานี้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ นิสิตที่เรียนจบในปีนี้ 4 คน  ได้งานทำเพราะเรียนวิชานี้ นี่คือความภูมิใจที่เห็นสิ่งที่ตัวเองสอน ไปออกดอกออกผล 

.

ความสุขของคนเป็นอาจารย์อีกเรื่องก็คือเห็นพัฒนาการของลูกศิษย์ จากที่ดูนุ่มนิ่ม ปวกเปียก แต่พอได้เรียน ได้ลงมือทำ ผิดแล้วแก้ ทำให้เขาโตขึ้น มั่นใจมากขึ้น รู้จักพัฒนาตัวเอง ออกไปดำรงชีวิตได้ก็รู้สึกภูมิใจ ว่ากันจริงๆ ลูกศิษย์แบบนี้ในแต่ละรุ่นมีไม่มาก แต่เลี้ยงใจครูมากค่ะ (หัวเราะ) 

.

เราจะเห็นได้ว่าการเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นได้จากการฝึก หัดทำ ยอมพลาดและเริ่มใหม่ เป้าหมายของการเรียนรู้จึงไม่ใช่ความสำเร็จ ความสมบูรณ์แบบ แต่เป้าหมายของการเรียนรู้คือการได้ลงมือหัดทำ ถ้าพลาดก็เริ่มใหม่อีกครั้ง นี่คือวงจรของการทำ-วงจรแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข

.

…………………………………………….

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save