การได้เห็นสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติจริงๆ ปรากฎขึ้นตรงหน้าโดยไม่ได้คาดคิด มีพลังมาก ในนาทีที่ผมนั่งเฝ้านกนานๆ แล้วนกบินมา นาทีนั้นอยากขอบคุณโชคชะตา ขอบคุณธรรมชาติ ขอบคุณใครก็ตามที่ทำให้ผมมีโอกาสได้อยู่ตรงนี้ วินาทีที่วิถีชีวิตของเรามาบรรจบกันพอดี ช่างวิเศษเหลือเกิน
.
- การอยู่ในธรรมชาติ 20-90 นาที ช่วยลดอาการซึมเศร้า ความวิตกกังวล เสริมอารมณ์ด้านบวก ลดอารมณ์ด้านลบลงได้
- การดูนกนั้นคาดหวังอะไรไม่ได้ จึงเป็นความรู้สึกสดใหม่เมื่อได้เจอ เป็นความสำเร็จจากความพยายาม อดทน รอคอย โดยปล่อยความคาดหวัง
- การได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในธรรมชาติจริงๆ ปรากฎขึ้นตรงหน้าโดยไม่คาดคิด ไม่คาดฝัน มีพลังมาก เป็นความปีติอิ่มเอม เป็นโมเม้นต์ที่วิเศษเหลือเกิน
.
เวลาเบื่อ เวลาเหงา พวกเราทำอะไรกันบ้าง ? หยิบมือถือ ท่องโลกออนไลน์ ไปเที่ยวห้าง นั่งดูซีรีส์ ฯลฯ
มีงานวิจัยรายงานว่า การอยู่ในธรรมชาติ 20-90 นาที ช่วยลดอาการซึมเศร้า ความวิตกกังวล เสริมอารมณ์ด้านบวก ลดอารมณ์ด้านลบลงได้ นอกจากนี้ การอยู่ในธรรมชาติช่วยฟื้นความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (social connection) ด้วย นั่นหมายความว่า หากเราเริ่มจะปลีกตัวออกจากสังคม เบื่อผู้คน เริ่มแปลกแยก เก็บตัว รู้สึกโดดเดี่ยว (ซึ่งอาจนำไปสู่ความซึมเซา และเริ่มสร้างอารมณ์ด้านลบ) ลองจัดเวลาให้ตัวเองได้อยู่ในธรรมชาติ เชื่อมโยงกับธรรมชาติ แล้วความรู้สึกในทางสังคมจะดีขึ้น การอยู่ในธรรมชาติช่วยฟื้นฟูมิติด้านอารมณ์และสร้างการฟื้นคืนทางสังคมด้วย
ลองพาตัวเองไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือนั่งอยู่ในพื้นที่สีเขียวสักพักหนึ่งไหม เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และอาจจะได้ผลลัพธ์ใหม่ที่น่าสนใจด้วย
.
นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ (คุณหมอหม่อง) เป็นอาจารย์แพทย์ที่ชอบนกเป็นชีวิตจิตใจ เป็นนักดูนกที่ใครๆ ก็รู้จัก เป็นนักสื่อสารธรรมชาติที่เล่าเรื่องนก เรื่องราวในธรรมชาติอย่างมีชีวิตชีวา คุณหมอเล่าว่าทั้งหมดนั้นอาจจะเริ่มมาจากเพียงแค่ ‘ความชอบนก’ ตอนเด็กๆ ชอบฟังนิทานที่เกี่ยวกับนกมาก พอโตขึ้นอีกหน่อยก็ชอบดูนก วาดรูปนก ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับนก
.
เริ่มจากความชอบ
“ผมเคยวาดรูปนกกิ้งโครงเกาะต้นมะขามเทศ ผมวาดรูปนกซะสวยเชียว แต่พอถึงต้นมะขามเทศวาดแบบขอไปที เพราะเราไม่เคยสังเกตเลยว่ามันแตกกิ่งไปยังไง มองเห็นต้นไม้เป็นแค่ส่วนประกอบ ผมวาดรูปฝักมะขามเทศออกมาเหมือนโดนัทเลย พี่อ้อย (ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์) เห็นปุ๊บบอกว่า ‘เวลาวาดรูปนก วาดซะสวยเชียว แต่พอวาดรูปต้นไม้ดูไม่ได้เลย ทำไมเธอดูถูกต้นไม้จัง’”
คุณหมอมักจะใช้เวลายามว่างในธรรมชาติ เดินดูนก ส่องนก วาดรูปนก แล้วสุดท้ายจากการชอบดูนกขยายขอบเขตเป็นการทำความรู้จักต้นไม้ ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศที่อิงอาศัยกัน จนปัจจุบันอาจารย์หมอหม่องก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย
“เวลาดูนก เราต้องดูต้นไม้ด้วย เพราะนกไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ทุกครั้งที่เห็นนก เราก็จะเห็นรังนกอยู่บนต้นไม้ ถ้าเรามองเห็นนกกับต้นไม้ เราก็จะมองเห็นความสัมพันธ์ในธรรมชาติ รวมทั้งความสัมพันธ์ของตัวเรากับธรรมชาติ”
.
สำหรับคุณหมอแล้ว นกทำให้รู้ว่า ‘เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก’ นกเป็นครูสอนทักษะการอยู่รอด นกสอนให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่เราอาจจะมองข้ามไป นกเป็นครูที่ทำให้หัวใจรับรู้ความงาม นกสอนให้รู้จักการรอคอยและปล่อยความคาดหวัง — (ซึ่งเรื่องนี้เป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้คนในยุคของพวกเราควรที่จะฝึกฝน ^^)
“ผมคิดว่า การคาดหวังอะไรไม่ได้เลย ทำให้การดูนกเป็นความรู้สึกที่สดมากๆ คนดูนกส่วนใหญ่เสพติดความรู้สึกนี้ นกตัวนั้นอยู่ที่นั่น ที่นี่ เราต้องตามไปดูถิ่นที่อยู่ของมัน สนุกที่จะค้นหา ถ้าไปครั้งแรกไม่เจอ ก็ต้องไปอีก และหากผ่านไปหลายครั้งก็ยังไม่เจอ แล้ววันหนึ่งได้เจอขึ้นมา เราจะยิ่งรู้สึกว่า ความพยายามของเราสำเร็จแล้ว
.
การได้เห็นสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติจริงๆ ปรากฎขึ้นตรงหน้าโดยที่เราไม่ได้คาดคิด มันมีพลังมาก จับหัวใจของเรา ในนาทีที่ผมนั่งเฝ้านกนานๆ แล้วนกบินมา หัวใจพองโต มันมากกว่าความสุข เป็นความปีติอิ่มเอม นาทีนั้นอยากขอบคุณโชคชะตา ขอบคุณธรรมชาติ ขอบคุณใครก็ตามที่ทำให้ผมมีโอกาสได้อยู่ตรงนี้ วินาทีที่วิถีชีวิตของเรามาบรรจบกันพอดี ช่างวิเศษเหลือเกิน”
ขยับความสัมพันธ์ จากนกสู่คน สู่ความหมายของชีวิต
วันหนึ่งในช่วงของการเป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย คุณหมอเห็นเด็กๆ ในชุมชนรวมกลุ่มกันยิงนก มันเป็นเล่นสนุกอย่างหนึ่งของเด็กๆ ที่นั่น แต่นกเป็นสิ่งมีชีวิตที่คุณหมอรัก คุณหมอจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยน ‘เด็กยิงนก’ ให้เป็น ‘เด็กรักนก’ และแรงบันดาลใจนี้เองที่ผลักดันทำให้คุณหมอเห็น “ความมุ่งหมาย” ของชีวิตตนเอง
“ตอนนั้นใช้ใต้ถุนบ้านพักแพทย์สอนเด็กวาดรูปนก ชวนไปดูนก เพื่อปลูกฝังให้เขารักนกมากขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ค้นพบว่า นี่คือตัวเรา เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ไม่ใช่แค่สนุกกับการดูนกเฉยๆ เราแฮปปี้มาก เวลาทำให้ใครตาโต อยากดูนก รักธรรมชาติมากขึ้น เหมือนประสบความสำเร็จในชีวิตขึ้นมาเลย”
ดังที่เล่าไว้ในตอนต้นว่า ความสนใจหลักในช่วงต้นของคุณหมอ คือ ‘นก’ เท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากความสนใจเพียงหนึ่ง ก็เชื่อมโยงไปหาสิ่งอื่นๆ โดยธรรมชาติ เพราะในธรรมชาติทุกสิ่งล้วนอิงอาศัยกัน จากการศึกษานกก็เชื่อมไปยังการสังเกตต้นไม้ ไปยังระบบนิเวศที่เกื้อกูล อิงอาศัยกันและกัน จนนำไปสู่การเข้าใจความสัมพันธ์ในตำแหน่งแหล่งที่ของ ตัวเรา – ความเป็นเรา ในจักรวาลนี้
“เวลาเราอยู่ในเมือง เรามักมองไม่เห็นดาวและอาจเผลอคิดไปว่า เราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล — ผมชอบเข้าไปผูกเปลกลางป่า เวลานอนดูดาวเต็มท้องฟ้า เราจะรู้สึกได้ว่า เราตัวเล็กนิดเดียว มันเตือนสติให้รู้ว่า มนุษย์เป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ธรรมชาติไม่ได้แคร์ว่าเราจะเกิดหรือตาย เพราะธรรมชาติอยู่อย่างนั้นมานานแล้ว เราไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลาง หรือยอดของปิระมิด เราเป็นแค่หนึ่งในตัวละครของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เท่านั้นเอง”
การเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว
โดยส่วนใหญ่ พวกเรารู้ผ่านสมองว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ตรง ว่าเราเป็น ‘ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ’ จริงๆ — หัวหน้าอุทยานท่านหนึ่งเคยสะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวว่า “ผมทำงาน (ในป่า) มา 30 ปี ไม่เคยรู้สึกเลยว่าป่าให้ความสงบ จนกระทั่งได้นั่งอยู่กลางป่าตามลำพัง ฟังความเงียบจากป่า จึงได้เห็นความว้าวุ่นมหาศาลที่อยู่ภายใน”
ธนาพร ตระกูลดิษฐ์ หรือ มินท์ แบร์ฟุต (Mint Barefoot) นักวิชาการป่าไม้ และกระบวนกรอาบป่า (forest bathing facilitator) เคยให้สัมภาษณ์ว่า “การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ กับ การท่องเที่ยวในธรรมชาติ เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน กุญแจสำคัญของการอาบป่าคือ การได้กลับมาทำความรู้จักตัวเองและเชื่อมโยงกับโลก กับธรรมชาติที่เป็นอยู่ — คนทำงานในป่าป่วยเป็นซึมเศร้าก็หลายคน แต่พร้อมกันนั้นหลายๆ คนก็หายป่วยจากซึมเศร้าเมื่อได้เข้าไปเดินในป่า – ถ้าคนที่อยู่ในธรรมชาติไม่มีทักษะที่จะใช้ศักยภาพของธรรมชาติเพื่อเยียวยา มันก็น่าเสียดาย” – กุญแจสำคัญคือการเชื่อมโยง เชื่อมความสัมพันธ์ของตัวเรากับธรรมชาติ
การเชื่อมโยงกับธรรมชาติไม่ใช่เรื่องยากหรือซับซ้อน ขอเพียงแค่ให้เวลาตัวเองสักหน่อย เปิดประสาทสัมผัส รับรู้ธรรมชาติที่กำลังปรากฎฏอยู่ตรงนั้นอย่างที่เป็น ความสุขประเทศไทยมีบทเรียนออนไลน์เพื่อสัมผัสธรรมชาติสำหรับคุณให้ลองได้ ใช้เวลาไม่กี่นาที ที่ https://www.happinessisthailand.com/2024/07/06/sit-spot/
หากมีเวลาเย็นนี้ หรือค่ำนี้ หรือวันหยุดนี้ ลองให้เวลาตัวเองสักช่วงเพื่ออาบพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน เพื่อผ่อนคลายและฟื้นพลังในตัวของเรา
……………………………………………………………
อ่านบทสัมภาษณ์ นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ฉบับเต็มได้ที่ https://www.happinessisthailand.com/2018/01/23/rungsrit/
อ่านบทความอาบป่า อาบใจ ได้ที่ https://www.happinessisthailand.com/2023/01/13/spiritual-nature-healing-forestbathing/
ศึกษางานวิจัยเพิ่มเติมที่ https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2352827321002093?via%3Dihub
บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับธรรมชาติและความโดดเดี่ยว https://www.psychologytoday.com/us/blog/alone-together/202311/nature-can-soothe-loneliness
…………………………………………..
