8 เส้นทางของความสุข

ชอบในสิ่งที่ทำ…รักในสิ่งที่เป็น

เรื่องและภาพ : จริญญา สัตถาผล

“สิ่งดีๆ จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่มองหา…ความสุขจะไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่รู้จักตนเอง

.

“ความสุข” เป็นคำที่ใครๆ ก็พูดได้ แต่จะมีสักกี่คนเข้าใจความหมายนี้ได้อย่างลึกซึ้งจริงๆ ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากรู้ความหมายของคำนี้เช่นกัน..

.

“ความสุข หรือ สุข ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยามไว้ว่า “ความสบายกายสบายใจ ความรู้สึกหรืออารมณ์พอใจ จนถึงความเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และอีกนัยหนึ่ง นักจิตวิทยาวีนโฮเฟนก็ให้นิยาม “ความสุข” ว่าหมายถึง การประเมินของแต่ละคนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตโดยรวมของตนเองมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นการจะพูดว่า “ฉันมีความสุข” จึงหมายถึงความรู้สึกชอบและพึงพอใจกับชีวิตเรานั่นเอง

.

ความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเราไม่มองหา ฉันเชื่อว่าคนเราไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากความสุข ทุกคนล้วนแสวงหาสิ่งเหล่านี้จากกิจกรรมต่างๆ คนส่วนใหญ่มักชอบให้ความสุขแก่ผู้อื่น จนลืมถามตนเองว่า สิ่งที่ทำอยู่ใช่ตัวเราหรือเปล่า

.

ฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเห็นคนอื่นยิ้ม หัวเราะ และการส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนอยากทำ แต่ไม่ว่าอย่างไรความสุขก็ควรเริ่มต้นจากตัวเราก่อน..

.

สำหรับฉัน นกคือตัวแทนของความอิสระ

.

ค้นพบอีกตัวตนจากชีวิตอิสระ

“Be what you want to be ,Not what others want to see”

.

“จงเป็นสิ่งที่คุณอยากเป็น..ไม่ใช่เป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากเห็น” (คติประจำใจของฉัน) อิสระ คือสิ่งที่ฉันเพิ่งเข้าใจความหมายของมันอย่างแท้จริงเมื่ออายุแตะเลขสอง ก่อนหน้านั้นแม้ฉันมีอิสระได้ทำในหลายๆ เรื่อง…แต่ก็ไม่เต็มที่ ด้วยสภาพแวดล้อม วุฒิภาวะ ความรักและความห่วงใยจากครอบครัวทำให้แอบคิดว่าเหมือนขาดอิสระในบางเรื่อง แต่พอถึงวันที่พวกเขาคิดว่าเด็กคนนี้พร้อมจะเผชิญทุกอย่างที่รออยู่ข้างหน้า พวกเขาก็ยินดีมอบสิ่งนี้ให้ใช้อย่างเต็มที่พลางคอยดูและคอยห่วงอยู่ห่างๆ ครั้งแรกที่ฉันก้าวข้ามความกลัวของตัวเองจากการที่เคยมีผู้ใหญ่ ครอบครัว ช่วยพาเดินทางาไปในที่ไกลๆ ตอนนั้นคำว่ามั่นใจในตนเองไม่มีอยู่ในหัวฉันเลย “จะทำได้ไหมนะ” “จะรอดไหมเนี่ยเรา” คำถามที่มาพร้อมความกังวลนี้ทำให้ความกล้าถูกบดบังจากความกลัว แต่ก็คงไม่มีสิ่งไหนที่เราจะทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจและตัดสินใจที่จะทำ

.

“Be what you want to be, not what others want to see.” “จงเป็นสิ่งที่คุณอยากเป็น..ไม่ใช่เป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากเห็น” (คติประจำใจของฉัน)

.

ความกล้า พาให้ฉันพบโลกอีกใบ โลกที่สร้างแรงบันดาลใจ แรงผลักดันให้ตนเอง การก้าวผ่านความกลัวครั้งนี้ถือว่าคุ้มมากๆ เพราะทำให้เส้นทางที่อยากจะเดินต่อไปของฉันชัดเจนขึ้น รู้ว่าอะไรเหมาะสมกับเรา เห็นความเป็นตัวเอง เห็นตัวตนอีกมุมหนึ่ง ว่าสิ่งใดคือความสุข จนบางครั้งสิ่งที่ฉันทำและเป็นอยู่ก็ทำให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวบางคนอาจมองว่าติงต๊อง ดูติสต์บ้าง หรือไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร เพราะในสายตาพวกเขายังเห็นว่าฉันคือเด็กคนหนึ่งเสมอ (อาจเพราะบุคลิกและนิสัยบางส่วน) เขาอาจอยากเห็นฉันในแบบที่เขาวาดฝัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญว่า ใครจะมองอย่างไร ฉันจะเป็นแบบไหน สิ่งที่รู้อย่างเดียวคือ นี่แหละตัวฉัน

.

งานอดิเรกที่ต้องหาเวลาว่างมาทำ

.

สร้างสุขจากศิลปะ

การวาดรูป ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ใครหลายคนชอบ เพราะสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่ ”ศิลปะ” สำหรับฉันคือ “เพื่อนคลายเหงา” จะเรียกว่างานอดิเรกก็ได้ ถ้าช่วงไหนเบื่อๆ เซ็งๆ สิ่งแรกที่คิดถึงคือ การวาดภาพ อยากวาดอะไร คิดอะไรได้ก็วาดอันนั้น ไม่มีแบบตายตัว จับโน่นนี่นั่นมาผสมรวมกันไปหมด และความสนุกก็อยู่ที่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาอย่างไร

.

ฉันคิดเสมอว่า งานศิลปะทำให้เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองรวมถึงความรู้สึกตอนนั้นออกมา ถือเป็นงานอดิเรกที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิต ซึ่งขาดไม่ได้และทิ้งไม่ได้จริงๆ บางคนเคยถามฉันว่าทำไมไม่เอาดีด้านนี้จริงจังเลยล่ะ

.

คำตอบก็…คือ…ชอบให้สิ่งนี้อยู่ใน “หมวดงานอดิเรก” มากกว่า (ฉันขอให้มันอยู่ในพื้นที่ที่ทำแล้วสบายใจที่สุดดีกว่า)

.

ภาพถ่ายจากการสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังห้องนอนของแม่

.

สร้างมุมมองใหม่จากภาพถ่าย

ไม่รู้ว่าฉันหลงรักสิ่งนี้ตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีคือเห็นอะไรก็ถ่าย เวลาไปเที่ยวที่ไหนต้องมีบัดดี้คือกล้อง ยิ่งมองเห็นสิ่งใดแล้วคิดว่าน่าจะถ่ายรูปออกมาสวย มุมดี ยิ่งต้องรีบหยิบกล้องหรือโทรศัพท์ขึ้นมาทันที จนคนรอบข้างสงสัยว่าจะถ่ายอะไรนักหนา ภาพหนึ่งภาพอาจเป็นเพียงภาพถ่ายธรรมดาสำหรับบางคน แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน..เพราะมันเปรียบเสมือนความทรงจำและถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ ฉันอยากให้คนอื่นได้เห็นในมุมมองของฉันบ้าง และการถ่ายภาพก็ช่วยบอกความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าคนถ่ายรู้สึกอย่างไร แล้วอยากถ่ายทอดออกมาในรูปแบบไหน

.

“ฉันเชื่อว่าภาพแต่ละภาพมีเสน่ห์ในตัวของมัน และยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พบเห็นได้อีกด้วย”

.

สายตาของน้องเหมียวที่มองผ่านกล้องของฉัน

.

สร้างมิตรภาพจากเพื่อนสี่ขา

“น้องงงง~ ว่าไงลูก”

“หมาครับๆ”

“เหมียวจ๋า~ กินข้าวยังงงง~”
.

นี่คือถ้อยคำที่หญิงสาวคนหนึ่งมักใช้เรียกเพื่อนๆ สี่ขา เพื่อนที่เธอทั้งรู้จักและไม่รู้จัก เพื่อนต่างถิ่น ไม่ว่าไปที่ไหน ฉันมักจะมีเพื่อนในทุกๆ ที่ ทุกครั้งที่เห็นน้องๆ ที่ไหนก็อดวิ่งเข้าไปลูบไปจับไปเล่นไม่ได้เลย จนบางทีอยากนำมาเลี้ยงที่บ้านทั้งหมด

.

ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันบ้านของฉันเลี้ยงน้องเหมียวมาตลอด เวลามีเขาอยู่ในบ้านเหมือนมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น ต่อให้ใครมองว่าพวกเขาคือภาระ ฉันก็ไม่สนใจ…เพราะพวกเขาคือ รอยยิ้มของฉัน

.

สำหรับฉัน สัตว์คือมิตรภาพที่น่าอัศจรรย์ เราอาจสื่อสารไม่เข้าใจกัน แต่เราสร้างความสัมพันธ์จากความรู้สึก การสัมผัส ความรัก ความเชื่อใจ ไว้วางใจต่อกัน ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ความสุขอีกอย่างของฉันก็คือน้องสี่ขาเหล่านี้..

.

..ที่จริงแล้วความสุขไม่ได้หายาก ไม่ได้มาจากที่แสนไกล ทว่ามันอยู่รอบๆ ตัวเรา อาจเป็นเพราะว่าอยู่ใกล้เกินจนทำให้เรามองข้าม แต่จะดีแค่ไหนที่คนชอบรูปที่เราวาด ยิ้มกับภาพที่เราถ่าย น้องๆ สี่ขากล้าเข้าใกล้ให้จับโดยไม่ระแวงว่าเราจะทำร้าย และแน่นอนสิ่งดีที่สุดคือการพบว่า ทุกอย่างที่ทำคือ “สิ่งที่ตนรัก”

.

มุมมองที่ฉันมองเห็นได้ด้วยตัวเอง
ความสุขประเทศไทย