8 เส้นทางของความสุข

หวานมันเรากับน้องหมา

เรื่องและภาพ : “ทีมเกี่ยวก้อยร้อยใจ” (อำนาจ และ อัจจชิญา สงวนศรีพิสุทธิ์)

“โฮ่ง…โฮ่ง…” เสียงเห่าทักทายของ “ถุงทอง” กับ “ถุงเงิน” น้องหมาพันธุ์ดัชชุน (Dachshund) ที่สลับกันส่งเสียงต้อนรับผมและภรรยาขณะกลับถึงบ้าน  

นอกจากส่งเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านซึ่งตรงข้ามกับรูปร่างของนางที่มีลำตัวยาวและขาสั้นๆ ทั้งสองตัวยังกระโดดโลดเต้นเอาขาหน้าแตะไหล่สลับกันไปมา ทักทายอย่างดีอกดีใจที่เห็นเราสองคนกลับมา

.

ดวงตากลมโตของถุงทองที่มีขนสั้นสีน้ำตาลอ่อน กับถุงเงินที่มีขนยาวหนาสีดำ จ้องมองด้วยแววตาแบบละลายหัวใจมายังเรา สื่อสารถึงความซื่อสัตย์ ความสุข และความจงรักภักดี ทำให้ความผูกพันระหว่างเรากับน้องหมาแน่นเหนียว

.

ถุงเงินกับถุงทองเป็นดังลูกสาวแก้วตาดวงใจของครอบครัวเรา และในสายตาของสองนางอาจมองว่าผมกับภรรยาเป็นสมาชิกครอบครัวหมาด้วยเช่นกันล่ะมั้ง…

.

ถุงเงิน (สุนัขเพศเมีย)
ผู้เขียนกับสุนัขถุงทองไปเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะบึงแก่นนคร

.

            เมื่อ 10 ปีที่แล้ว “ครูต้อม” ภรรยาของผมได้ย้ายมาสอนที่โรงเรียนหินฮาวคุรุประชาสรรค์ ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนระดับประถมศึกษา (อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6)  ด้วยทำเลของโรงเรียนที่อยู่นอกตัวเมืองจึงนับเป็นโรงเรียนชนบทขนาดเล็ก ซึ่งมีครูใหญ่และครูน้อยรวมสี่คนเท่านั้น ทำให้ต้องสลับกันสอนนักเรียนทุกชั้น ครูต้อมจึงมีลูกศิษย์ลูกหาที่ได้สอนทุกชั้นเรียน

.

วันหนึ่งเธอแวะไปเยี่ยมลูกศิษย์ตามบ้าน ผู้ปกครองของลูกศิษย์คนหนึ่งออกปากว่า “ครูต้อมช่วยรับลูกหมาไปเลี้ยงดูหน่อย  คอกนี้ตั้งห้าตัว คงเลี้ยงไม่ไหวแน่จ้า”

.

            ครูต้อมจึงเดินไปดูในคอก แล้วก็ถูกชะตากับเจ้าสองนางนี้จนเก็บมาเล่าให้ฟังว่า “อายุเพิ่ง 2 สัปดาห์เอง ตัวผอมกะหร่องปากนิดจมูกสีชมพูหน่อยๆ เห็นแล้วสงสารจับจิตจับใจขึ้นมาเชียว”  นับจากนั้นเธอกับผมก็ตกเป็นทาสของน้องหมาทั้งสองไปโดยปริยาย

.

            เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาในบ้านน้อยหลังนี้  จำได้ว่าทั้งสองนางเห็นเราตื่นออกมาจากห้องนอนก็กระโดดโลดเต้นอย่างกับตุ๊กตาหมาน้อย นมกล่องจึงเป็นอาหารมื้อแรกที่เราจัดเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่

.

“ตัวเท่าฝ่ามือเท่านั้น” ผมเอ่ยปากขณะอุ้มนางทีละตัววางบนฝ่ามือ แต่พอมีอายุครบ 1 เดือนเจ้าสองนางกลับกลายเป็นลูกหมาตัวโตล้นฝ่ามือผมไปซะแล้ว

.

ผมตั้งชื่อว่า “ถุงทอง” ให้พี่อ้วนซึ่งมีหางโค้งงอเป็นดาบ เป็นจุดสังเกตที่แตกต่างกับน้องตัวเล็กหรือ “ถุงเงิน” ที่ส่วนหางกลับตรงยาวและเป็นพวง

.

สองนางมีลำตัวยาว ขาสั้น ใบหูรูปสามเหลี่ยมตก เหมือนกัน แต่หากได้ยินเสียงเรียกชื่อทีไร ใบหูที่ตกจะตั้งตรงขึ้นเหมือนเรดาร์รับรู้ทิศทางของแหล่งเสียง  ส่วนดวงตานั้นกลมโต และปากเป็นรูปเรียวแหลม แต่จมูกที่เคยเป็นสีชมพูกลับกลายเป็นสีดำและอยู่ใกล้ปาก ทำให้สำลักน้ำบ่อยหลังตวัดลิ้นกินน้ำ

.

ทั้งสองมักชอบวิ่งตามเราไปมา จนเราต้องระมัดระวังขณะก้าวขาเพราะกลัวจะไปเหยียบนางเข้า

……………………………………….

ผู้เขียน ภรรยา และสุนัขถุงทอง

            ดัชชุนเป็นสุนัขสายพันธุ์เยอรมัน มีความกล้าหาญ วิ่งคล่องแคล่วว่องไว ตาหูไวต่อสิ่งรอบข้าง มีรูปปากแหลมเรียวและฟันแข็งแรง  มีลำตัวยาว แผงอกหนา ทว่าขาทั้งสี่สั้น แต่อุ้งตีนใหญ่และมีกรงเล็บที่แข็งแรง มันจึงชอบขุดคุ้ยดินเป็นโพรงเพื่อจับหนูหรือสัตว์ที่เห็นว่าเป็นภัยต่อตัวเองหรือเจ้าของ โดยจะหมอบรอดูอย่างไม่กลัวเกรงอันตราย และยังเห่าคำราม ทั้งวิ่งเข้าหาคู่ต่อสู้เสมออย่างไม่คำนึงถึงความเสียเปรียบของรูปร่างตัวเอง แต่ในเวลาปกติดัชชุนจะมีนิสัยขี้เล่น ขี้สงสัยกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว

.

เราให้อาหารสองมื้อในยามเช้าและยามเย็น  ทั้งสองตัวจะดมกลิ่นและใช้ปลายลิ้นแตะลิ้มรสอาหารก่อน หากรสชาติถูกปากก็จะทำตาโตลุกวาว หูตั้ง กระดิกหางไปมา สื่อสารว่า “ลาภปากแล้ว” แต่หากไม่ถูกปากนางจะสั่งน้ำมูกใส่อาหารนั้นเลย

.

และบางครั้งถ้าอาหารมีรส “แซ่บ” สองนางก็จะทะเลาะกัน เพราะพี่อ้วนจะเข้าไปแย่งอาหารน้องตัวเล็ก ต่อมาเราจึงต้องอบรมมารยาทก่อนกินให้ด้วย

.

            พอถุงทองถุงเงินมีอายุได้ 1 ขวบ หมาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คงได้กลิ่นสาวของสองนางเลยมาเดินโชว์ตัวเหมือนนายแบบเรียงตามกันไปมาอยู่หน้าบ้าน ราวกับหัวกระไดจะไม่แห้ง เป็นที่น่าเวียนหัวสำหรับเรา

.

แล้วเช้าตรู่วันหนึ่งก็เกิดเหตุชิงสุกก่อนห่ามขึ้นมาจนได้ เมื่อหมาหนุ่มตัวหนึ่งกระโดดข้ามรั้วบ้านเข้ามาลักลอบได้เสียกับสองสาว  ถุงเงินท้องและคลอดลูกออกมานับได้ห้าตัว ส่วนถุงทองยังไม่ท้อง เราจึงตัดสินใจพาทั้งสองไปทำหมันดีกว่าเพราะจะเลี้ยงดูไม่ไหว ครั้นจะแจ้งความเอาผิดกับเจ้าตัวผู้ที่ลอบเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำ ตำรวจก็คงไม่ลงบันทึกประจำวันเป็นแน่

……………………………………….

ถุงเงิน (สุนัขเพศเมีย)

            “อี๊ย…” เสียงถุงทองร้อง มีท่าทีของการน้อยใจและบ่นต่อว่าต่อขานผมเหมือนว่า “ไปไหนมา ทิ้งให้หนูน้องหมาอยู่อย่างอ้างว้าง” แล้วก็นอนดิ้นอยู่กับพื้นราวจะประท้วงเจ้าของ

.

หลายครั้งที่เราต้องไปต่างจังหวัดหลายวัน ทำให้นางทั้งสองน้อยใจอยู่บ่อยๆ จนผมรู้สึกว่านางคงเสียความรู้สึกที่ตัวเองมีแต่ความห่วงใยและจงรักภักดีต่อเรา การเลี้ยงหมาจึงนับเป็นทุกข์เมื่อต้องเดินทางห่างหาย แต่กลับเป็นสุขเมื่อได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

.

หมาที่เราเลี้ยงเป็นเพศเมียด้วยกันทั้งสองตัว ผมสังเกตได้ว่านางทั้งสองจะมีอาการอิจฉากันบ่อย เหมือนแย่งกันเป็นนางเอกประจำบ้าน บางครั้งก็ถึงขั้นตบตี กัดใบหูขีดข่วนหน้าตากัน โดยเฉพาะถุงทองมักแสดงความโดดเด่นให้เหนือกว่าถุงเงินอยู่เสมอ เราเลยต้องเป็นกรรมการบนเวทียุติเหตุทะเลาะวิวาทภายในบ้านอยู่บ่อยๆ  ยิ่งถ้าเห็นครูต้อมถือก้านมะยมเตรียมทำโทษ เจ้าสองตัวจะนอนหงายเอาสองตีนปิดหน้าเหมือนจะบอกว่า “ยอมแพ้แล้ว” เราเห็นแล้วก็ยิ่งสงสาร

.

            ครั้งหนึ่งถุงเงินน้องตัวเล็กยังเคยถูกขังอยู่ในบ้านโดยไม่ได้เจตนา คือเราจะรีบออกไปทำงาน ขณะเดินพ้นประตูบ้าน ถุงเงินก็เดินสวนทางเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ โดยเราไม่ทันรู้ตัว จึงปิดประตูบ้าน  ผลคือนางถูกขังไว้ข้างใน

.

เรามารู้อีกทีก็เมื่อเลิกงานกลับมาบ้านตอนใกล้ค่ำแล้ว  ถุงทองพี่อ้วนร้องเสียงดังราวกับบอกให้เรารู้ว่า “ช่วยด้วย น้องตัวเล็กติดอยู่ในบ้าน” พลางวิ่งไปวิ่งมาอยู่หน้าประตู แล้วยืนหันหน้ามองเข้าไปในบ้านสื่อให้รู้  ผมรีบไปเปิดประตูบ้าน  พอน้องตัวเล็กออกมานอกบ้านได้เท่านั้น พี่อ้วนก็เดินเข้าไปแยกเขี้ยวใส่ทันทีเหมือนดุว่า “ว่าแล้ว อย่าทำยังงี้อีกนะ หวิดตายแล้วไง” จนน้องถึงกับหงอไปเลย  เป็นสัญชาตญาณของสัตว์ที่สื่อสารกันกระมัง

.

ตั้งแต่นั้นก็ไม่เห็นถุงเงินทำแบบนี้อีกเลย แต่เราก็ระวังมากขึ้นและจำเป็นบทเรียน เพราะมันทำให้เราต้องเสียประตูมุ้งลวดกับผ้าม่านประตูไปพร้อมกัน

.

ผมยังสังเกตได้อีกว่า ถุงทองตัวพี่เป็นห่วงเป็นใยถุงเงินน้องตัวเล็กมาก อย่างถ้าน้องไม่สบาย พี่อ้วนก็จะเข้าไปเลียหน้าให้น้องหายไข้

……………………………………….

            ทุกเดือนเราจะพาถุงทองกับถุงเงินนั่งรถยนต์ไปสวนสาธารณะกัน  เราจูงสายจูงนางคนละตัว  ได้ทั้งออกกำลังกาย ทั้งสุขใจจากการเดินเล่นกับน้องหมา เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเราได้ผ่อนคลาย

.

ถุงเงินถุงทองเมื่อเริ่มออกเดิน รู้สึกนางจะกระดี๊กระด๊ากับสิ่งรอบๆ ตัว รวมถึงหมาตัวเล็กตัวใหญ่ที่วิ่งสวนกันไปมา แต่พอเดินไปได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร ถุงเงินก็หยุดนั่งไม่ยอมเดินต่อ

.

“ไม่เดินก็กลับบ้านนะ” ผมคุยกับถุงเงิน ทันใดนางก็ลุกขึ้นหันหลังเดินกลับไปทางที่รถยนต์จอดอยู่ทันที  “ใครว่าหมาฟังไม่รู้เรื่องนะ” ผมบ่นในใจ

.

ถุงทอง เวลาปกติหูขวาตั้ง หูซ้ายตก แต่เมื่อพบคู่ต่อสู้หูจะตั้งทั้งสองข้าง

……………………………………….

            การเกิดแก่เจ็บตาย สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องพบประสบไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วเราจะทำใจได้มากน้อยแค่ไหน เพราะในสุขย่อมมีทุกข์ และในทุกข์ก็มีสุขสลับกันไป

.

แล้ววันหนึ่งถุงเงินก็จากเราไปก่อน ในขณะที่เราเดินทางไปต่างจังหวัด 1 สัปดาห์ โดยฝากสองนางไว้กับโรงพยาบาลสัตว์  ลักษณะที่น้องตัวเล็กเสียชีวิตนั้นเหมือนกับตรอมใจ หรือ “หัวใจสลาย” โดยมีเจ้าถุงทองเลียหน้าน้องสาวให้ฟื้นอยู่ตลอดเวลา

.

            เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเสียใจมาก เหมือนผมเป็นต้นเหตุให้ถุงเงินต้องจากไป  ทั้งๆ รู้ว่าการเลี้ยงสุนัข ตัวน้องหมาต้องจากเจ้าของไปก่อนเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วก็ตาม แต่ความทุกข์และความเศร้าโศกจากการจากไปของถุงเงินก็เหมือนกับการสูญเสียคนในครอบครัวไป

.

“ถ้าไม่อยากทุกข์เศร้าโศกเสียใจอีก ก็อย่าเลี้ยงหมาอีกเลย” เราอาจคิดอย่างนี้ได้ แต่ทว่าความสุขก็เกิดขึ้นได้เช่นกันจากการเลี้ยงหมาซึ่งตอบแทนเราด้วยความรัก ความซื่อสัตย์จงรักภักดี และความกล้าหาญที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องเจ้าของอย่างถวายชีวิต

.

ตั้งแต่เลี้ยงหมามาจนทุกวันนี้ก็หลายปีแล้ว ผมยังไม่เคยถูกหมาแทงข้างหลังหรืออิ่มแล้วกัดลับหลังเลย ทั้งหมาและเราจึงมีแต่ความรักและห่วงใยซึ่งกันและกัน เป็นความสุขที่นับเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิตของเราตลอดไป.

……………………………………………………………………………………………

ความสุขประเทศไทย