8 เส้นทางของความสุข

จากนักดำน้ำจิตอาสาสู่นัก (อยาก) เขียนตาบอด

ในทะเลก็มีสวนสวย  หันมองไปทางไหน ก็เห็นราวกับดอกกุหลาบสีขาวดอกใหญ่กำลังแบ่งบานเต็มไปหมด  เหมือนเรากำลังเดินชมดอกไม้งาม   ที่นี้คือ ใต้ท้องทะเลชุมพร เรากำลังดำน้ำ (สกูบ้า) ดูหอยมือเสือ ที่เรานำมาปล่อยไว้เมื่อวาน  มีหอยมือเสือบางตัว อาจถูกกระแสน้ำพัดจนล้มลง ไม่สามารถตั้งตัวขึ้นได้ เราก็จะช่วยจับหอยมือเสือตั้งขึ้น   หอยมือเสือขนาดเท่าฝ่ามือ เป็นหอยสองฝา ขณะนี้อ้าฝาออกเห็นเนื้อข้างในเป็นสีรุ้งสวยงาม เปลือกหอยสะอาดตาราวกับกลีบกุหลาบสีขาวกำลังคลี่แย้ม

เมื่อฉันได้ใช้ชีวิต สะสมความสุขเข้าหาตัวเอง ความเต็มอิ่มที่ได้รับ ทำให้ฉันรู้สึกพอเพียง  และอยากแบ่งปันสิ่งที่ฉันทำได้ให้กับสังคม   ฉันเคยเป็นนักดำน้ำสกูบ้า ชอบท่องเที่ยวไปในโลกสีคราม  ความตื่นตางดงามใต้ทะเล ที่ฉันได้ไปพบและชื่นชม เวลาผ่านไปความสมบูรณ์สวยงามก็ลดน้อยถอยลง ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และด้วยน้ำมือของผู้คน 

ฉันอยากเป็นส่วนร่วมเล็กๆ แต่งเติมโลกใต้ทะเลที่ฉันรัก  โดยเข้าทำกิจกรรมต่างๆ กับชมรมดำน้ำที่ฉันเป็นสมาชิกอยู่ เช่น การเก็บขยะใต้ทะเล และการปล่อยหอยมือเสือที่ทะเลชุมพร  ฉันและเพื่อนในชมรมจะเดินทางไป พักและทำกิจกรรมที่ชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท    เป็นการร่วมมือกันระหว่างชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท กับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ (คลองวาฬ) เจ้าหน้าที่ศูนย์จะนำหอยมือเสือที่เพราะเลี้ยงมาให้เราปล่อยลงทะเล 

เรานั่งเรือออกไปในทะเลเพื่อไปปล่อยหอยมือเสือ ตามจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ หอยมือเสือทุกตัวจะถูกห่อไว้ด้วยผ้าขาวสะอาด ราดน้ำทะเลให้ชุ่มฉ่ำไว้ระหว่างเดินทางมา  เมื่อเรือจอดตามจุดที่ต้องการปล่อยหอยมือเสือ เจ้าหน้าที่จะค่อยๆแกะหอยมือเสือออกจากผ้าขาวทีละตัวอย่างเบามือ  ทนุถนอมราวกับทารกน้อยในผ้าอ้อม เพราะเปลือกหอยมือเสือที่ยังเล็กจะเปราะบาง แตกหักง่าย   เจ้าหน้าที่จะวางหอยมือเสือลงในตะกร้าพลาสติก และนำไปแจกจ่ายให้นักดำน้ำ ที่แบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อกระจายกันไปปล่อยหอยมือเสือให้ทั่วบริเวณ 

นักดำน้ำถือตะกร้าที่มีเบบี้หอยมือเสือลงไปที่แนวปะการัง แล้วจะหยิบหอยมือเสือขึ้นมาทีละตัว ค่อยๆ วางหอยมือเสือบนก้อนหิน หรือโขดหินที่มีความแข็งแรงไม่ล้มง่ายเมื่อโดนกระแสน้ำ  เราจะวางหอยมือเสือในลักษณะตั้งขึ้น เพื่อให้ฝาหอยเปิดออกได้  หอยมือเสือเมื่อวางบนก้อนหิน จะมีเนื้อเยื่อบิสซัสยื่นออกมา ทำหน้าที่ยึดตัวหอยให้ติดกับก้อนหิน เพื่อไม่ให้หอยมือเสือล้ม   

วันต่อมา เราก็จะลงไปสำรวจตามจุดต่างๆ ที่ปล่อยหอยมือเสือไว้ เพื่อไปซ่อมแซมหอยมือเสือบางตัวที่ล้มลง อาจจะจับวางให้ใหม่ หรือเปลี่ยนตำแหน่งการวางหอยมือเสือ  แต่ส่วนใหญ่หอยมือเสือจะสามารถจับยึดก้อนหินไว้ได้ และเปิดฝาออก ทำให้มองเห็นเนื้อเยื่อของหอยมือเสือ เป็นสีสรรหลากสีสวยงาม ตัดกับสีขาวของเปลือกหอย แต่งแต้มให้ท้องทะเล สมบูรณ์งดงาม ดูตระการตา 

ฉันเคยไปทำกิจกรรมปล่อยหอยมือเสือที่ทะเลชุมพรหลายครั้ง เป็นความสุขที่ผลิบานในห้วงใจ ฝากหอยมือเสือไว้ให้เติบโตในอ้อมกอดของทะเล   ยังมีเจ้าตัวเล็ก(หอยมือเสือ) ที่รอจะกลับไปเติบใหญ่ในทะเลอีกมากมาย  ฉันคิดว่า “เป็นกิจกรรมที่ฉันรัก” และอยากทำตลอดไป ตราบเท่าที่ยังดำน้ำอยู่  แต่ใครจะรู้ ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต และอาจจะเป็นสิ่งที่พลิกผันอย่างที่คาดการณ์ไม่ได้

ในช่วงปี 2547มีเหตุการณ์ทางทะเลที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น คลื่นสึนามิได้ขึ้นฝั่งที่ทะเลอันดามัน คร่าชีวิตผู้คน ทำลายทรัพย์สินตลอดแนวชายฝั่ง และความเสียหายใต้ทะเลอีกมากมาย  มีการระดมนักดำน้ำจิตอาสาจำนวนมาก  เพื่อทำงานช่วยเหลือในด้านต่างๆใต้ทะเล  เช่น สำรวจความเสียหายของแนวปะการังใต้ทะเล เก็บขยะ ปลูกปะการัง และกู้ร่างผู้เสียชีวิต   ฉันสมัครทำงานจิตอาสาในครั้งนี้ ด้วยความเต็มใจและตั้งใจ  งานชิ้นแรกของฉันคือ สำรวจใต้ทะเล บริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ หลังจากนั้นตลอดสิบเดือน ทุกเสาร์อาทิตย์ ฉันก็จะพยายามลงไปทำงานให้บ่อยที่สุด เท่าที่ทำได้ ฉันจะทำงานในส่วนของหมู่เกาะสุรินทร์ เก็บขยะใต้ทะเล ปลูกปะการัง 

ฉันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานจิตอาสาในครั้งนี้ เป็นหยดน้ำเล็กๆ ในสายธารของน้ำใจที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก   คลื่นมหากาฬเมื่อโหมกระหน่ำซัดก็อ่อนแรงถอยกำลัง ท้องทะเลได้รับการฟื้นฟู ฟ้ากระจ่างสดใส แต่ชีวิตของฉัน เหมือนมีเมฆดำลอยตามหลังมา พายุร้ายก่อตัว ฝนกระหน่ำ แล้วฟ้าก็ผ่าลงมาที่ฉัน 

ฉันป่วยเป็นโรคเส้นประสาทตาเสื่อมจนกลายเป็นผู้พิการตาบอด  หัวใจฉันไม่ได้แกร่งพอที่จะรับเหตุการณ์นี้ได้ ทั้งเสียใจ ทั้งหวั่นไหว สูญเสียความเป็นตัวตน  ต่อไปนี้เราต้องหลับตาเดิน ไม่มีภาพอะไรที่จะผ่านดวงตามาให้เห็นอีกแล้ว  มีแต่ภาพจำที่เคยพบ   แต่ฉันยังต้องใช้ชีวิต 

เสียงบรรยายภาพของจิตอาสา บอกเล่าเรื่องราวรอบตัวให้ฉันฟัง ขณะที่ฉันจับข้อศอกของจิตอาสาไว้ แล้วเดินไปด้วยกัน  กลุ่มพี่น้องหลายคนที่มาเป็นจิตอาสา ทำหน้าที่เป็นดวงตา เปิดแสงสว่างทางใจให้คนตาบอด  การได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นการให้ในบางสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิต ทำให้ฉันรู้สึกว่า “โลกนี้ยังน่าอยู่”   หัวใจของฉัน เริ่มที่จะแข็งแรง กล้าที่จะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวของฉันเอง เพราะตามถนนหนทางมีผู้คนมากมาย ที่มีหัวใจจิตอาสา คอยโบกรถประจำทางให้ฉัน พาฉันขึ้นรถ บอกเส้นทางต่างๆ   ความมั่นใจ ความเป็นตัวของตัวเอง กลับมาอีกครั้ง 

คิดถึงการดำน้ำ อยากกลับไปสู่โลกสีคราม ฉันมั่นใจ ว่าฉันดำน้ำได้ถึงแม้จะตาบอด  มีคำถามในใจของผู้คน “ดำลงไปแล้วจะเห็นอะไร”   ฉันมองเห็นทุกอย่างได้ด้วยหัวใจของฉัน ในจินตนาการนั้นช่างบรรเจิด ตื่นเต้นไม่แพ้คนที่เห็นด้วยตา  ขอเพียงมีใครที่เห็นตรงกับฉัน พาฉันลงดิ่งใต้ทะเล  ทุกอย่างไม่เป็นแค่ความฝันอีกต่อไป เมื่อฉันได้พบกับกลุ่มครูสอนดำน้ำ ในโครงการวิลแชร์สกูบ้า “ใจบันดาลแรง” รับฉันเข้าโครงการ ออกแบบหลักสูตรดำน้ำสำหรับคนตาบอด ฝึกสอนฉันจนผ่านหลักสูตร    ครูสอนดำน้ำจิตอาสา  ยื่นมือให้ฉันจับ  เราจะไปดำน้ำด้วยกัน  พร้อมกับความเชื่อใจซึ่งกันและกัน 

ครูนักเขียน ในโครงการนักเขียนตาบอด ฉัน…ไม่เคยคิดและเชื่อเลยว่า จะนำตัวอักษรมาถักร้อยเรียง เป็นเรื่องราวออกมาสู่สายตาผู้คน  แต่ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก   ครูสอนการเขียนให้ฉัน และมอบความมั่นใจให้กับฉันว่า ฉันสามารถฝึกฝนการเขียนได้  ถนนสายนี้ฉันไม่คุ้นเคย แต่ก็อุ่นใจที่มีมือของครูพาฉันเดินก้าวไป  นักอยากเขียนที่กำลังหัดเขียนอย่างฉันกำลังเดินอยู่ในสวนอักษร  โดยมีครูนักเขียนจิตอาสานำทาง 

ท้องฟ้าสีทองสดใสฉายแสงมาที่หัวใจของฉัน จากที่เคยทำงานจิตอาสา ตอนนี้ฉันเป็นคนตาบอดที่อยู่รายล้อม กับกลุ่มคนที่มีหัวใจจิตอาสา คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือฉัน  เป็นเหมือนตาข่ายสังคมที่รองรับฉัน ไม่ให้พลัดตกหลงทาง   และฉันก็พร้อมที่จะส่งต่อความอ่อนโยน มีเมตตาให้กับสังคมต่อๆ ไป   ดวงตาที่มืดบอดลง แต่หัวใจดวงเดิม ที่เข้มแข็งสว่าง ได้กลับมาอยู่กับฉันอีกครั้ง เป็นหัวใจที่แกร่งดั่งภูผา อ่อนหวานและสงบดั่งสายลมพริ้วพัด   

ขอบคุณภาพจาก Scuba Driving for All มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!