8 เส้นทางความสุข

ธนัญธร เปรมใจชื่น…รับฟังด้วยหัวใจ

“เราจะพบโจทย์เรื่องความสัมพันธ์ได้ในมนุษย์เกือบทุกคน ทั้งมิติของการงาน ครอบครัว คนรัก ลูก แต่คนมักมองไม่เห็นว่าต้นตอของปัญหามาจากไหน เวลาครอบครัวมีปัญหา เขากลับชี้ไปที่คนนั้น เรื่องนั้น ซึ่งบางทีมันเกี่ยวข้องกับภายในของเขาที่มีทัศนคติจำกัดในการเชื่อมต่อกับผู้คน มันก็เลยส่งผลกระทบในมิติที่หลากหลาย เราเป็นคนเชื่อเรื่องกระบวนการที่ทำให้เขาเห็นตนเอง มันจะไปเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์รอบตัวของเขา แล้วจะแผ่ขยายไปสู่สังคม”

.

ธนัญธร เปรมใจชื่น หรือ อาจารย์น้อง กระบวนกร (วิทยากรกระบวนการ) ผู้มีประสบการณ์จัดอบรมด้านการพัฒนาตนเองจากภายในผ่านการจัดอบรมด้านการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ให้ผู้คนหลากหลายช่วงวัยมานานกว่ายี่สิบปีบอกเล่าถึงที่มาของปัญหาความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ซึ่งเรามักมองไม่เห็นว่าแท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นของปัญหาอยู่ที่ตัวเราเองที่อาจยังไม่เคยรับฟังเสียงจากภายในตัวเราอย่างลึกซึ้งว่า แท้จริงแล้วเราเป็นคนอย่างไรและต้องการก้าวเดินไปสู่เป้าหมายอะไรในชีวิต

.

ในกระบวนการอบรมการฟังอย่างลึกซึ้ง  อาจารย์น้องจะทำหน้าที่ “ละลายพฤติกรรม” ของผู้เข้าร่วมอบรมจากภูเขาน้ำแข็งปลายแหลมสู่หยดน้ำในมหาสมุทรเดียวกัน รวมทั้งเป็นคนคอยตั้งคำถามชวนคิดสะกิดใจให้ผู้เข้าอบรมกล้าเปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึกข้างในออกมาจนกระทั่งได้ยินเสียงของตนเองดังชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกตั้งคำถามถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานเป็นกระบวนกรด้านการเยียวยาจิตใจผู้คน รอยยิ้มเล็กน้อยปรากฎขึ้นที่มุมปากก่อนถ่ายทอดเรื่องราวที่คนฟังนึกภาพตามไม่ออก

.

“ฐานเดิมเราเป็นคนขี้อายมาก แต่พอมาเรียนละคร ใช้กระบวนการละครประยุกต์กับเรื่องการเรียนรู้ของมนุษย์ เราพบว่าศาสตร์ของการละครชั้นสูงมันดีดศักยภาพของคนได้เลยเหมือนกัน จริงๆ เราก็เหมือนคนทั่วไปที่มีสุข ทุกข์ อกหักรักคุด แต่หลังจากเราเริ่มมีคุณภาพของการใคร่ครวญตนเองเกิดขึ้น เราก็เลิกชี้โทษคนอื่น ค่อยๆ เติบโตจากภายในมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่เกิดการพลิกเปลี่ยนทางจิตวิญญาณ เราไม่สามารถระบุได้ว่ามันเกิดขึ้นวันไหน เพราะกระบวนการคลี่คลายตนเองมีเส้นทางของมันมาเรื่อยๆ”

.

อ.ธนัญธร เปรมใจชื่น หรือ อาจารย์น้อง

.

วันเวลาล่วงผ่าน ประสบการณ์จากผู้คนมากมายที่พบเจอระหว่างทางทำให้กระบวนกรหญิงท่านนี้ตระหนักชัดว่า สังคมยุคใหม่ไม่เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาจิตวิญญาณภายในมากนัก ผู้คนจึงเริ่มโหยหาการแสวงหาทางจิตวิญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นจากปริมาณผู้คนและความหลากหลายของช่วงวัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้ง

.

ตอนนี้คนเข้าไปอยู่ในสังคมออนไลน์เยอะทำให้ฟังเสียงจริงของกันและกันน้อยลง คนสมัยนี้ทุกข์มาก แล้วเขามีโอกาสสูงที่จะทำร้ายตนเอง เอาแค่ภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มวัยรุ่น ถ้าเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว โอกาสทำร้ายตนเองจะมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มตามไปด้วย เพราะเขาคิดว่า ฉันไร้ค่าไม่มีความหมาย น้อยเนื้อต่ำใจเยอะมาก เราเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าคนกระหายเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เพราะลึกๆ แล้วจิตวิญญาณของมนุษย์มันโหยหาการผจญภัย แสวงหาการเติมเต็มบางอย่างให้ตนเอง เราถึงยังตกหลุมรักสิ่งที่เราขาดหายไปอยู่เรื่อยๆ

การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นทางออกหนึ่งของการแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับสังคมไทยทุกวันนี้ เพราะกระบวนการนี้ไม่ใช่ “การฟังเสียง” ที่ได้ยินผ่านหูเท่านั้น หากเป็น “การฟังเสียงภายใน” ทั้งของตนเองและผู้อื่น

.

กิจกรรมอบรมเพื่อฟังเสียงจากภายในตนเอง

.

วิทยากรผู้มากประสบการณ์อธิบายว่า “ปัญหาหลายๆ เรื่องเกิดจากการที่เรารับฟังไม่เป็น ไม่ใช่แค่ฟังคนอื่น แต่ไม่เคยฟังตนเอง ไม่เคยได้ยินเลยว่าเมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไป หลายๆ แบบฝึกหัดจึงเน้นให้คนหยุดเพื่อกลับมาได้ยินมากขึ้น เมื่อไรก็ตามที่เราได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง คุณจะเข้าใจตัวคุณมากยิ่งขึ้น แล้วเมื่อคุณเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น คุณถึงจะดูแลสิ่งที่คุณจะต้องทำได้ดีขึ้น ถ้าหากเราฝึกจริงๆ มันจะเป็นเครื่องมือในการยกระดับจิตของตัวเอง”

.

“ทุกวันนี้ปัญหามันไม่ใช่แค่คนเสพติดโลกโซเชียล แต่เรากำลังเผชิญกับมาตรวัดคุณภาพความสำเร็จในชีวิตที่มีบรรทัดฐานแตกต่างจากสังคมในอดีต มาตรวัดสมัยก่อนไม่ได้เจ็บปวดขนาดนี้ มันมีแรงขับเคลื่อนที่ต่างกันมาก การที่โลกชูว่าความเพียรพยายามมีค่า แล้วคุณต้องเห็นสิ่งนั้นสิ่งเดียว คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ใช่แค่ความเพียรพยายามเท่านั้น มาตรวัดแบบนี้ทำให้เราลืมความผ่อนคลาย ลืมความเข้าใจต่อโลก มันบีบคั้นมากเลย พอเราโดนบีบมาจากคนอื่นมากๆ เข้า เราเองก็ถือไม้คอยไล่ตีคนรักเรา ลูกน้องเรา โดยไม่รู้ตัว ทำให้อัตราการหย่าร้างสูงขึ้นเพราะเธอไม่เป็นดังใจฉัน ทุกวันนี้เวลาไปอบรมหลายๆ ครั้ง เราจะพบว่าการวิ่งหารักแท้สูงขึ้น เพราะมักเจอคำถามว่า ‘รักแท้มีจริงไหมคะ’ เราก็จะบอกว่า ‘รักแท้ไม่มีสำหรับคนไม่อดทน’ เราเรียกร้องให้เขามาเห็นความดีของเรา เราอยากให้เขารักเราในแบบที่เราเป็น แต่เราไม่รักเขาในแบบที่เขาเป็น”

.

กิจกรรมเพื่อนอาสาภูมิภาคจัดอบรมเรื่องการฟังด้วยหัวใจหมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

.

เมื่อจิตมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง กว่าคนๆ หนึ่งจะเข้าใจตนเองจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการยอมรับใน “มุมลบ” ของตน

เราเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เวลาเห็นเรื่องงี่เง่าของตัวเอง เราพร้อมจะเล่าให้คนอื่นฟังกลางแจ้ง กล้าเอาไฟฉายไปส่องในห้องมืดของเรา แวบแรกอาจรู้สึกหน้าชาหรืออับอายหน่อย แต่ในนาทีที่เรายอมรับด้านมืดของตนเองได้ พื้นที่มืดก็จะหดแคบลงเรื่อยๆ เราต้องสำรวจตนเองบ่อยๆ เพราะจะช่วยให้เราขัดเกลาตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ กว่าเราจะมายืนจุดนี้ต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก หลายเรื่องเหมือนโดนตบหน้า โดนหาว่าโง่เขลา เราผ่านมาหมดแล้ว เราไม่ได้คิดว่า คนที่เป็นทำงานจิตอาสาจะมีจิตใจดีกว่าคนที่ทำงานภาคธุรกิจ การทำความดีหนึ่งความดี มันทำให้หัวใจของมนุษย์ใหญ่ขึ้น แต่ความใหญ่ขึ้นก็ทำให้อีโก้ของคนๆ นั้นมากขึ้นตามไปด้วย

.

เส้นทางชีวิตของแต่ละคนล้วนถูกลิขิตมาด้วยโชคชะตาบางอย่างที่เราเองก็ไม่อาจรู้เหตุผล เช่นเดียวกับอดีตสาวน้อยเจ้าน้ำตาคนนี้ที่โตขึ้นกลับกลายเป็นที่ปรึกษาทางด้านจิตวิทยาหลากหลายรูปแบบ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนลุกขึ้นพัฒนาตนเอง ก้าวข้ามมุมมืดในใจจนเจอแสงสว่าง แม้กระทั่งคนที่กำลังเข้าใกล้เส้นเขตแดนแห่งความตาย

“เมื่อก่อนเป็นคนเจ้าน้ำตา แม่ชอบพูดว่า ฉันผิดหวังในตัวเธอจัง เธอไม่น่าเป็นลูกฉันเลย เพราะแม่เป็นคนเข้มแข็งมาก เปรี้ยวแกร่ง แต่เราจะแหย ไม่กล้าสื่อสาร  วันที่แม่รู้ว่า ทำงานแบบนี้ แม่ช็อคมาก เราพูดให้คนฟังได้จริงเหรอ”

.

นอกจากแม่จะแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงของลูกสาวแล้ว หนึ่งในภารกิจที่ตัวเธอเองไม่อยากเชื่อว่าถูกกำหนดให้มาทำหน้าที่ด้วยก็คือ ภารกิจเยียวยาจิตใจคนที่อยากฆ่าตัวตาย

“เมื่อก่อนมีโอกาสดูแลคนที่คิดอยากฆ่าตัวตายบ่อยมากทั้งๆ ที่เราไม่ได้เรียนจบด้านนี้ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเรามีศักยภาพในการทำงานแบบนี้ แต่พอนานวันเข้า เหตุการณ์ในอดีตแวบผ่านเข้ามาในภาวะที่เรากำลังนั่งสมาธิดิ่งลงลึกจนเกิดการระลึกรู้ได้ว่าครั้งหนึ่ง เราเคยพยายามฆ่าตัวตาย แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก แค่คิดแบบกล้าๆ กลัวๆ ตอนนั้นมีเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่มีค่ามากเลย ทำให้รู้สึกว่าเรายังฆ่าตัวตายไม่ได้ แล้วเหมือนสถานการณ์นี้มันถูกตราประทับอยู่ในจิตเรา

.

เวลาไปเยียวยาคนคิดฆ่าตัวตาย เราไม่เคยเรียนตำราเล่มไหนมาก่อน ไปฟุตเวิร์คเอาข้างหน้า พอเขาหลอน บอกว่าเห็นผี เราก็เห็นด้วย กล้าเล่นด้วย เคยมีคนเรียกให้เราไปคุยกับเด็กมัธยมที่คิดฆ่าตัวตายบนตึก เราก็ชวนคุยฮาๆ ไปเรื่อยๆ เราค้นพบว่า เวลาคนจะจบชีวิตมันเกิดจากความโดดเดี่ยวเพราะมองไม่เห็นทางออก คนที่ไม่เคยยืนตรงนั้นก็จะบอกว่า โง่ เรื่องแค่นี้ทำร้ายตัวเองทำไม

จากอดีตเด็กขี้อายสู่กระบวนกรนำกิจกรรมท่ามกลางผู้คนมากมาย

.

ตลอดเวลาที่ก้าวเดินบนเส้นทางการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์การฟังอย่างลึกซึ้งมากว่ายี่สิบปี ไม่เพียง “ต้นไม้แห่งความเข้าใจ” จะเติบใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มเงาในครอบครัวของผู้อื่นเท่านั้น   หากยังขยายกิ่งก้านใบมาสู่ครอบครัวของกระบวนกรหญิงผู้มากประสบการณ์คนนี้ด้วยเช่นกัน ความสัมพันธ์ที่เคยถูกแสงแดดแผดเผาเพราะขาดร่มเงาแห่งความเข้าใจค่อยๆ ถูกลดอุณหภูมิลงจนกลายเป็นความอบอุ่นที่ลูกสาวได้กลับมาสวมกอดแม่อย่างแนบแน่นเหมือนในวัยเยาว์อีกครั้ง

.

 เมื่อก่อนเราเป็นพวก ‘ติดดี’ พอปฏิบัติธรรมเยอะมากก็เริ่มเจ้ากี้เจ้าการกับแม่มากขึ้นจนแม่เริ่มทนไม่ได้ แล้วการปฏิบัติของเรากับแม่แย่ลง ทั้งที่ตอนเด็กเราสนิทกันมาก เราเหมือนเพื่อนกันเลย แม่เป็นเพื่อนที่เจ๋งมาก ความเป็นนักเลงของเขา เหมือนบุกบ่าฝ่าฟันให้เราเลย แล้วฮาแตก มีแม่คนไหนที่ฟังเพลงวัยรุ่นรุ่นเดียวกับลูก แล้วทำตัวเป็นเพื่อนลูก พอเราลดการติดดีของตนเอง เราก็เริ่มเข้าใจความเป็นแม่มากขึ้น เราเลิกเขย่า เลิกกดดัน เลิกเรียกร้อง แต่เราเปลี่ยนตัวเองแทน เราเริ่มเป็นเพื่อนกับแม่มากขึ้น นั่งดูหนัง ดูละครด้วยกัน อยากกินอะไรกินกัน ไปเม้าท์แตกกัน

.

“เหมือนเวลาเราคบเพื่อน เราไม่ได้คาดหวังว่าเพื่อนต้องเหมือนเราทั้งหมด เราอนุญาตให้เขาเป็นในสิ่งที่ตัวเขาเป็น อาจมีบางเรื่องที่เราไม่ชอบในสิ่งที่เพื่อนทำ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องตัดเขาออกจากความเป็นเพื่อน ทำไมเรายอมรับเพื่อนได้ แต่กับแม่หรือคนในครอบครัว เรายอมรับไม่ได้ หลังจากมองแม่เป็นเพื่อน ความสัมพันธ์พลิกเลย เพราะไม่สำคัญเลยว่าแม่จะบรรลุธรรมไหม แม่จะมีบุญพอไปต่อหรือเปล่า เราแค่ยอมรับในสิ่งที่แม่เป็นเท่านั้นก็พอ”

.

หลังจากลูกสาวเลิก “ติดดี” และ “เขย่าแม่” ความสัมพันธ์ระหว่างสองแม่ลูกที่ห่างเหินก็คืนกลับสู่ความเป็น “เพื่อนรัก” กันเหมือนวัยเยาว์อีกครั้ง

.

บทเรียนจากการ “ติดดี” ทำให้กระบวนกรหญิงเริ่มมองหาทางสายกลางของตนเองให้เจอ เพื่อไม่ให้มาตรวัดความดีของตนเองไปตัดสินผู้อื่นให้ด้อยค่าลงไป เพราะถึงที่สุดแล้ว คงไม่มีใครตอบได้ว่า ทางสายกลางของแต่ละคนอยู่ตรงไหน และปริมาณความดีของใครมากน้อยกว่ากัน

.

“คำว่า ‘ติดดี’ ไม่ใช่แค่เรื่องปฏิบัติธรรม เวลาที่คุณฉลาดขึ้น มีกรอบคิดดีๆ คุณจะเริ่มเชื่อมันจนแข็งตัว แล้วก็ตัดสินคนอื่น เราเคยผ่านประสบการณ์ใช้ชีวิตทั้งหย่อนเกินไป และตึงเกินไป ตอนเป็นวัยรุ่นใช้ชีวิตหย่อนมาก รักอิสระ ไม่แคร์อะไรเลย พอวันหนึ่งมาอยู่ฟากของการตึงมากๆ สุดท้ายเราก็เรียนรู้ที่จะหาทางสายกลางของเราเอง ไม่มีใครบอกเราได้ว่าทางสายกลางของเราอยู่ตรงไหน แต่ทุกคนต้องหาสมดุลของตนเองตลอดทุกย่างก้าว คุณจะมีความสุขอยู่อย่างไม่ทุกข์ได้อย่างไร มิติความดีงามของตัวเราจะค่อยๆ ละเอียดขึ้นตามคุณภาพจิตของคุณ นี่เป็นการเติบโตทางจิตวิญญาณ และหากคุณเริ่มมีคุณภาพจิตที่ดีขึ้นนิดนึง โลกก็จะดีขึ้นนิดนึงไปด้วย เพราะทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันหมด”

.

ปัจจุบันกระบวนกรหญิงมีการจัดอบรมสามรูปแบบ คือ แบบแรก เป็นงานอบรม “การรับฟังด้วยหัวใจ” ภายใต้โครงการเพื่อนอาสาภูมิภาค (Volunteer Dialogue on Tour) เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมได้ฟรี สนับสนุนโดยธนาคารจิตอาสา จัดหมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย แบบที่สอง เป็นงานอบรมแบบเสียค่าลงทะเบียน ซึ่งจัดโดยบริษัทเซเว่น เพรสเซนส์ สำหรับภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป โดยมีหัวข้อการอบรมในแนวเยียวยาจิตใจบนพื้นฐานการเชื่อมต่อกับพลังธรรมชาติ และ แบบที่สาม เป็นงานจัดจ้างโดยองค์กรและหน่วยงานที่มีประเด็นและเนื้องานให้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตรงต่อกลุ่มเป้าหมาย เช่น โครงการผู้นำแห่งอนาคต หรือ ก่อการครู ของคณะวิทยาการจัดการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรืองานลดความขัดแย้ง ทำงานเป็นทีมให้คนทำงานในหน่วยงาน

.

หากนับรวมจำนวนผู้คนที่เคยผ่านคอร์สอบรมกับเธอตลอดเวลายี่สิบปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่ามีคนจำนวนหลักพันคนที่ได้รับแง่คิดดีๆ ไปใช้พัฒนาความสัมพันธ์รอบตัวให้ดีขึ้นจนกลายเป็นพลังบวกที่ส่งกระจายต่อไปสู่คนอื่นในสังคมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  และเราเชื่อเช่นกันว่า หากทุกๆ วันมีใครสักคนเริ่มเปิดใจ “รับฟังเสียงภายในของตนเองอย่างลึกซึ้ง” แล้วสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้น โลกใบนี้ก็จะดีขึ้นอีกนิดนึง ดังประโยคที่กระบวนการหญิงคนนี้มักบอกกับทุกคนว่า “ถ้าคุณดีขึ้นคนหนึ่ง โลกรอบตัวจะดีขึ้นตาม” นั่นเอง

.

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค อ.ธนัญธร เปรมใจชื่น

ความสัมพันธ์

ธนัญธร เปรมใจชื่น

8 ช่องทางความสุข

ความสุขประเทศไทย
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save