ความสุขวงใน

นักโฆษณาหัวใจตื่นรู้

หัวใจคุณเริ่มรู้สึกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าชีวิตเราไม่พึงมีชีวิตแค่ กิน ดื่ม หลับ นอน หาเช้ากินค่ำ แล้วก็ตายจากไปเท่านั้น

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล หรือ พงศ์ เริ่มรู้สึกเช่นนี้ขณะอยู่ในวัยทำงาน เขาทำงานเป็นก๊อปปี้ไรเตอร์ (คนเขียนคำโฆษณา) ในบริษัทโฆษณาขนาดใหญ่ จากคนทำงานรุ่นเล็ก อายุงานก็ผลักให้เขาเป็นหัวหน้าคน วันหนึ่งแม่เขาป่วยเป็นมะเร็ง หลังจากนั้นเขาและภรรยาที่รักกันแต่มีนิสัยแตกต่างกันมากก็ทะเลาะกันครั้งใหญ่ ในขณะนั้นภรรยาของเขากำลังตั้งท้องแก่ ทำให้เขากลับมาถามตัวเองว่า แล้วเราจะอยู่ด้วยกันสามชีวิตอย่างไรในอนาคต สามเหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ให้เขากลับมาระลึกว่า ไม่ว่ากิน ดื่ม หลับ นอน หาเช้ากินค่ำได้ดีแค่ไหน ‘ความทุกข์’ ก็ไม่เคยละเว้นมนุษย์คนใดเลย

หลังจากนั้นเขาได้ฟังวิทยุธรรมะรายการหนึ่ง แล้วก็พบคำตอบของหลายคำถามที่ค้างในใจ เขาซื้อหนังสือธรรมะอ่านหลายเล่ม แต่หลายเรื่องก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง สุดท้ายจึงปรึกษาภรรยาว่าเขาจะขอบวช 15 วัน ภรรยาก็เห็นดีด้วย ชีวิตนักบวชที่มีอายุเพียง 15 วันจึงเหมือนการเรียนต่อครั้งใหญ่และกลายเป็นการรับภารกิจชีวิตจากพระพุทธเจ้า

ตอนบวชวันที่สาม ผมเดินบิณฑบาตแล้วเจอยายอายุ 80 กว่าคนหนึ่ง ยายถวายข้าวแล้วกราบเรา เราซึ่งเป็นพระบวชใหม่ได้สามวันดี อะไรที่ให้คนๆ นี้มากราบได้ เหตุการณ์นี้สะเทือนใจมาก พอคิดดูก็พบว่าเป็นเพราะบารมีของพระพุทธเจ้าและภรรยาที่อนุญาตให้มาบวช หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผมรู้ว่าเจอบรีฟ (โจทย์งาน) ใหญ่ที่สุดจากพุทธเจ้าแล้ว เพราะกว่าจีวรนี้จะส่งมาถึงเราได้ พระจะต้องถูกบวชจากคนที่เป็นพระอุปัชฌาย์เท่านั้น ฉะนั้นจึงมีพระหลายรุ่นต่อหลายรุ่นที่ส่งต่อจนมาถึงเรา ประกอบกับผมทำงานสื่อสารจึงคิดว่าพุทธบริษัทนั้นมีพลังมาก พระดีๆ มากมายทำงานสานต่อพระพุทธเจ้าเพื่อพามนุษย์ออกจากความหลง เพียรทำสิ่งนี้ทั้งชีวิตโดยไม่คิดเงินสักสตางค์ ในฐานะที่เราเกิดในเมืองพุทธ ทำไมเราไม่ตระหนักเรื่องนี้ ในฐานะคนทำงานโฆษณาจึงเอาเรื่องนี้เป็นภารกิจของชีวิต

หลังจากสึกใหม่ๆ ทิดพงศ์ไฟแรง เจอใครก็ชวนคุยเรื่องธรรมะไม่หยุด อยากเขียนหนังสือหลายเล่ม จนหลังจากนั้นหนึ่งปีก็ได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติ และค่อยๆ ใจเย็นลง แต่ก็ไม่เคยหยุดปรารถนาที่จะทำงานดังกล่าว

 

โลกเปลี่ยนไป เมื่อใจเปลี่ยนแปลง

ระยะหลังพงศ์สนใจงานสื่อสารเพื่อสังคมมากขึ้น ทำงานประกวดธุรกิจเพื่อสังคม จนสุดท้ายได้ทำงานกับ iCARE ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคมของกลุ่ม MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้คอร์ปอเรชั่น จำกัด) จังหวะที่เขาไปช่วยงานสื่อสารองค์กรของ MQDC ก็ได้เสนอโครงการที่ชื่อ New Heart New World หรือ ‘โลกเปลี่ยนไป เมื่อใจเปลี่ยนแปลง’ เพราะเขาเชื่อว่าสังคมเปลี่ยนได้จากคน คนเปลี่ยนได้จากใจของตนเอง แล้วคนดีๆ เขาเปลี่ยนแปลงใจของตัวเองได้อย่างไร ทำไมเราไม่ลองสื่อสารเรื่องนี้ ปรากฏว่าเจ้านายก็ชอบ เพราะมีพื้นฐานสนใจธรรมะอยู่แล้ว สุดท้ายโครงการดังกล่าวจึงริเริ่มในปลายปี พ.ศ. 2554 ซึ่งพ้องกับช่วงกระแสโลกที่กำลังกังวลว่าโลกจะแตกหรือไม่ในปี พ.ศ. 2555

ทีมงาน New Heart New World สัมภาษณ์คนยี่สิบกว่าคน เช่น อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ศจ.ระพี สาคริก โจน จันได เป็นต้น ว่าจุดเปลี่ยนในใจที่ทำให้แต่ละคนเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อไหร่และอย่างไร ผลิตผลออกมาเป็นหนังสือและคลิปเผยแพร่ในยูทูป ปีนั้น Social Media เพิ่งเริ่มมีกระแสในเมืองไทย ทำให้โครงการนี้เป็นที่รู้จัก น้องๆ ที่ผลิตเนื้อหาดังกล่าวก็มีความสุขเพราะได้เรียนรู้และได้แรงบันดาลใจระหว่างทำงาน

ดอกผลจากการทำงานครั้งนั้นทำให้เขาอยากทำต่อ จึงขอทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และทำ New Heart New World 2 ในประเด็น ‘ตื่นเพื่อตัวเอง ตื่นเพื่อผู้อื่น’ เนื่องจากทีมงานพบสมการว่า พอใจคนเปลี่ยนเขาจะทำเรื่องดีต่อทั้งตัวเองและคนอื่น จึงได้สัมภาษณ์คนที่เข้าข่ายดังกล่าวอีก 26 คน ได้แก่ นายแพทย์ประเวศ วะสี สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ มาโนช พุฒตาล มกุฏ อรฤดี ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ทิชา ณ นคร เป็นต้น ซึ่งก็ได้เนื้อหาที่ดีและเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชม

ปี พ.ศ. 2558 เขาทำ New Heart New World 3 ในหัวข้อ ‘หัวใจตื่นรู้’ เพื่อยกระดับเนื้อหา พูดถึงเรื่องที่ใหญ่ขึ้นว่าด้วยเส้นทางการตื่นรู้ โดยมีทีมทำงาน 4 ส่วน ได้แก่ 1. สัมภาษณ์บุคคล 13 คนผลิตเป็นคลิป 2. ผลิตสารคดีที่พาคนคนรุ่นใหม่ 5 คน มาเจอกับคุรุ 5 ท่าน (กำลังอยู่ในช่วงหาช่องทางการเผยแพร่) 3. เวิร์คช้อป Wake up Experience ที่ชวนนักออกแบบและศิลปินสิบกว่าคนมาเรียนกับคุรุ 3 ท่าน หลังจากนั้นให้เวลา 2 เดือนทำชิ้นงานเพื่อสะท้อนการเรียนรู้ดังกล่าว ผลิตออกมาเป็นนิทรรศการ 4. หนังสือไกด์บุ๊ค ‘หัวใจตื่นรู้’

 

หัวใจตื่นรู้

ในหนังสือ ‘หัวใจตื่นรู้’ นี่เองที่ธรากรได้มีส่วนร่วมในการทำงานเยอะเป็นพิเศษ เพราะมันไม่ใช่แค่งานสัมภาษณ์ แต่พวกเขากำลังทำไกด์บุ๊ค (หนังสือแนะแนวทาง) เล่มใหญ่ที่รวบรวมและเรียบเรียงภูมิปัญญาทั้งเก่าและใหม่ เรื่องเล่า บทสัมภาษณ์ ฯลฯ ออกมาให้ผู้อ่านเห็นภาพเส้นทางการตื่นรู้อย่างเข้าใจง่าย ข้ามพ้นรูปแบบศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เมื่อจัดทีมนักเขียน ทีมบรรณาธิการ ทีมภาพประกอบแล้ว ก็ใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อทำหนังสือเล่มดังกล่าวออกมา โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ภาค ได้แก่

  1. Sleep : หลับใหลในความไม่รู้ (ไม่รู้ หลง กลัว)
  2. Awareness : จุดเริ่มต้นของหัวใจตื่นรู้ พบจุดเปลี่ยนตั้งคำถาม
  3. Awakening : แสวงหาคำตอบ ลงมือปฏิบัติ เริ่มเห็นความจริง
  4. Oneness : เห็นความจริง เห็นว่าทุกสิ่งคือหนึ่งเดียวกัน ไม่แบ่งแยก

ครูบาอาจารย์บอกว่าพอเราก้าวข้ามได้แล้ว มันจะเหมือนเดินมาถึงยอดเขา แล้วก็รู้ว่ามันมีทางเดินขึ้นตั้งหลายทาง ไม่มีทางที่ถูกหรือผิดเลย

หากการไปบวชคือการเรียนต่อ หนังสือเล่มนี้ก็อาจคล้ายวิทยานิพนธ์ที่เขารวบรวมทำงานวิจัย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสื่อสารและพาคนมาสู่ ‘Awakening’ (แสวงหาคำตอบ ลงมือปฏิบัติ เริ่มเห็นความจริง) เพื่อพาโลกใบนี้พ้นจากวิกฤตการณ์

ผมคิดว่าคนในสังคมยังอยู่ในโหมดวัตถุนิยมและการแข่งขันเยอะ สังคมเราต้องการคนที่ตื่นมากขึ้นทั้งเรื่องศาสนา สังคม และวัฒนธรรม ฉะนั้นหากอ่านเล่มนี้แล้ว ชอบคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านไหนก็อยากชวนให้ศึกษาลงลึกต่อ

เมื่อถามถึงความสุขของการทำงานนี้มากว่า 6 ปีเต็ม เขามองย้อนกลับถึงวันที่เขาบวช เขาได้รับบรีฟ (โจทย์งาน) ใหญ่จากพระพุทธเจ้า ทุกวันนี้เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นรูปธรรมบางอย่างออกดอกผล และขอบคุณปัจจัยแวดล้อมที่อำนวยให้เขาได้ทำงานนี้ และอำนวยให้งานสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อที่ชื่อว่า ‘หัวใจตื่นรู้’ เป็นไปได้จริง

แรงบันดาลใจหลักของพี่มาจากท่านพุทธทาส ท่านเอาพระไตรปิฎกมาอ่านเอง ตีความเอง วันหนึ่งท่านลุกขึ้นมาบอกว่า ‘นับแต่บัดนี้ เราขอใช้ชีวิตถวายงานพระพุทธองค์ บัดนี้ชื่อของเราคือพุทธทาส’ นี่คือสิ่งยิ่งใหญ่ ท่านตั้งชื่อให้ตัวเอง แล้วหลังจากนั้นความคิด พฤติกรรม งานทุกอย่างที่ท่านทำเป็นไปเพื่อสิ่งนี้ ผมคิดว่าถ้าเรารักบางเรื่องอย่างลึกซึ้ง เราจะมีพลังบางอย่างเหมือนท่าน ขอให้เราหาสิ่งที่เรารักอย่างลึกซึ้งให้เจอ อาจจะรักป่า รักสัตว์ รักเด็ก ผูกพันกับหมู่บ้านบางหมู่บ้าน หรือครอบครัวของเราก็ได้ พอเรารักตัวเอง รักทั้งหมดที่เป็น เราก็เอาความรักที่มีไปทำงานที่เรารัก

หมายเหตุ : ปัจจุบัน ธรากร กมลเปรมปิยะกุล เป็นผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร สถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งทำงานด้านการศึกษาทางเลือก การเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม

 


สนใจติดตามเนื้อหาของ New Heart New World ได้ที่

  • facebook : www.facebook.com/newheartnewworld
  • website : www.newheartawaken.com
  • youtube : www.youtube.com/user/NewHeartNewWorld
Do NOT follow this link or you will be banned from the site!