8 เส้นทางสู่ความสุข

‘ซ โซ่ อาสา’ พลังขับเคลื่อนสังคมด้วยความรัก

sorso8 (1 of 1)

ห่วงเหล็กชิ้นเล็กๆ เพียง 1-2 ชิ้นคงไร้ความหมาย แต่หากนำมาร้อยต่อกันเป็นเส้นยาว จะกลายเป็นสายโซ่อันแข็งแกร่ง เช่นเดียวจิตอาสาหากจับมือร่วมกัน ย่อมมีพลังขับเคลื่อนและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อชุมชนและสังคม

ท่ามกลางความเจริญอย่างไม่หยุดยั้งของกรุงเทพมหานคร ยังมีพื้นที่เล็กๆ ของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มักถูกละเลยและมองข้ามอยู่เสมอ นั่นคือเด็กที่มาจากครอบครัวในชุมชนแออัด ครอบครัวคนไร้บ้าน ที่แม้ความพรั่งพร้อมทางวัตถุจะอยู่ใกล้เพียงปลายจมูก แต่กลับยากเกินกว่าจะไขว่คว้าถึง

และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ครูปู่ – ธีระรัตน์ ชูอำนาจ อดีตคุณครูวัยย่าง 82 ปี ได้ก่อตั้งกลุ่ม ‘ซ โซ่อาสา’ ขึ้นตั้งแต่เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ด้วยจุดประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลาง ที่จะช่วยรวมพลังชาวจิตอาสาเข้ามาดูแลและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้

“กรุงเทพฯ ยังมีเด็กด้อยโอกาสอีกเยอะ เขาด้อยโอกาสทั้งเรื่องของปัจจัย 4 ด้อยโอกาสในการเข้าถึงความรู้ การอบรม และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ด้อยโอกาสที่จะสัมผัสความรัก ความอบอุ่น” ครูปู่กล่าวถึงปัญหาเด็กด้อยโอกาสในกรุงเทพมหานคร

กลุ่ม ซ โซ่อาสา เลือกวิธีการส่งมอบโอกาสให้เด็กๆ และครอบครัวคนด้อยโอกาส ผ่านบทบาท ‘ครูอาสา’ ในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร สวนกระแสภาพครูอาสาในพื้นที่ห่างไกลที่คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่คุ้นชิน

“มีคนถามเสมอว่าทำไมเราไม่ทำงานครูอาสาบนดอย หรือในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเรามักจะตอบเสมอว่า การทำงานในพื้นที่ห่างไกลนั้นก็ดี แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้เราไปได้เพียงครั้งคราว อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานจิตอาสาเฉพาะกิจ แต่สำหรับ ซ โซ่ อาสา เราทำงานกับมนุษย์ เป้าหมายเราอยากให้เกิดความรัก ความเอื้ออาทรระหว่างกันและกัน ถ้าทำครั้งเดียวแล้วหายไป ความผูกพันทางใจมันไม่เกิด งานแบบนี้ต้องทำต่อเนื่องและยั่งยืน” ครูปู่กล่าว

จิตอาสาในกลุ่ม ซ โซ่อาสา มีตั้งแต่เด็กวัยนักศึกษาไปจนถึงผู้ใหญ่วัยเกษียณ หลากหลายอาชีพ หลากหลายที่มา แต่ทุกวันเสาร์อาทิตย์กลุ่มคุณครูอาสาเหล่านี้จะมารวมตัวกันทำกิจกรรม ทั้งระดมทุนเลี้ยงอาหารและสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ด้อยโอกาสและครอบครัวของพวกเขา ในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร เช่น ชุมชนแออัดบางซื่อ ชุมชนใต้สะพานย่านสวนลุมพินี คลองหลอด และอรุณอัมรินทร์

แม้กิจกรรมภายนอกของกลุ่ม ซ โซ่อาสา จะเป็นการสอนหนังสือ แต่ลึกลงไปสิ่งที่ครูอาสากลุ่มนี้ทำไม่ใช่เรื่องของวิชาการ แต่เป็นการมอบความรักความอบอุ่นอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมอบให้มนุษย์อีกคนหนึ่งอย่างเท่าเทียม

sorso5 (1 of 1)

“บางครั้งไปสอน เด็กมีแค่ 2-3 คน ก็มีคนถามว่า มีเด็กแค่นี้ไปทำไมเสียเวลา ก็เลยถามเขากลับไปว่า ถึงจะมีเด็กแค่คนเดียว เราจะทิ้งเขาเหรอ? จะไม่มีใครเหลียวแลเขาเหรอ? สำหรับครูปู่ ถ้าครูอาสาจะมีมากกว่าเด็กเป็นเรื่องดีเสียอีก พ่อแม่เขาจะเห็นว่ามีคนมาหาเขาเยอะจัง เขาจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า พอมนุษย์เราเห็นตัวเองมีคุณค่า ก็จะเห็นตัวเองมีความสำคัญ คิดในสิ่งที่ดี เรามองจุดนี้จุดเดียวเลย” ครูปู่กล่าว

วันนี้งานของครูปู่และทีม ซ โซ่อาสา ออกดอกผลเป็นรอยยิ้มและความสุขใจของทั้งผู้ให้และผู้รับ เป็นความสุขที่เกิดจากการได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อผู้อื่นด้วยความไม่คาดหวัง เด็กหลายคนในชุมชนมีโอกาสกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ไม่ดำเนินชีวิตไปบนความเสี่ยงและอบายมุขอย่างที่ครอบครัวเคยเป็น แต่ก็ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ชีวิตยังคงเดินซ้ำรอยความผิดพลาด ซึ่งครูปู่และทีมก็ไม่เคยคิดโกรธ ท้อแท้หรือเสียกำลังใจ

“เราสอนเด็กร้อยคน ได้ดีสักคนเราก็ดีใจแล้ว มีเด็กอยู่คนหนึ่ง จากที่เคยลักวิ่งชิงปล้น ขายบริการทางเพศ เขาก็เปลี่ยนชีวิตกลับมาเป็นคนดี จบ ป.4 แต่ทำงานสุจริต แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว เราคงจะคาดหวังไม่ได้ที่จะให้เขาเรียนสูงๆ ทำงานดีๆ ถ้าคาดหวังแบบนั้นเราจะเป็นทุกข์ งานจิตอาสาต้องทำโดยไม่คาดหวัง ความสุขอยู่ที่การได้ทำสิ่งดีๆ  ผลมันจะเป็นอย่างไร ขอให้เราได้ปล่อยวาง มองเป็นเรื่องธรรมชาติว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง แค่นี้ใจเราก็เป็นสุข คือความสุขแท้อันเกิดขึ้นได้จากปัญญา” ครูปู่สรุป

sorso3 (1 of 1)

วันนี้กลุ่ม ‘ซ โซ่ อาสา’ ยังคงเดินหน้าเรียงร้อยเชื่อมโยงชาวจิตอาสา เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนความดีงามสู่สังคมต่อไป ใครสนใจอยากร่วมเป็น 1 กำลังของโซ่อาสาแห่งความรักและเมตตาเส้นนี้ สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดและติดต่อได้ที่ www.sorsovolunteer.org

เพราะห่วงเหล็กชิ้นเล็กๆ เพียง 1-2 ชิ้นคงไร้ความหมาย แต่หากนำมาร้อยต่อกันเป็นเส้นยาว ก็จะกลายเป็นสายโซ่อันแข็งแกร่ง มีพลังขับเคลื่อนและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อชุมชนและสังคมได้อย่างแน่นอน

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!