คำถามถึงความสุข

Q: รู้สึกว่าทำงานเต็มที่ให้กับออฟฟิศ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์แล้ว พอมีงานเข้าวันเสาร์อาทิตย์จะอารมณ์เสียทุกที ผมควรจะคิดหรือทำยังไงดีครับ

Q: รู้สึกว่าทำงานเต็มที่ให้กับออฟฟิศ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์แล้ว ทำตั้งแต่เช้าถึงค่ำ บางครั้งก็ดึก พอมีงานเข้าตอนวันเสาร์อาทิตย์จะอารมณ์เสียทุกที ไม่มีอารมณ์จะทำเลย เพราะคิดว่ามันควรเป็นวันพักผ่อนของเรา ทำไมผมถึงรู้สึกอย่างนี้ครับ และผมควรจะคิดหรือทำยังไงดีครับ

A: ก่อนอื่นขอชื่นชมเจ้าของคำถามนะครับ ที่ตั้งโจทย์ย้อนมาที่ตัวเองเพราะทำให้มีโอกาสได้พัฒนาตนเอง ถามว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ คำตอบคือเพราะมีความคาดหวังว่าวันหยุดต้องได้พักเนื่องจากทำงานวันธรรมดาอย่างเต็มที่แล้ว พอใจเรายึดมั่นกับความคาดหวังและข้อสรุปว่าวันหยุดต้องได้พักเสียแล้ว การต้องไปทำงานในวันหยุดก็เลยไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง กลายเป็นปัญหา เกิดความคับข้อง โกรธ ไม่พอใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ต้องไปทำอยู่ดี นึกดูนะครับ ถ้าเราทำอะไรภายใต้อิทธิพลของความโกรธ ความไม่พอใจ ไม่อยากทำ ทำไปอารมณ์เสียไป ระหว่างทำคงแต่มีความเครียดอึดอัด คับข้องใจ พอทำเสร็จก็ไม่ได้มีความสุขความภูมิใจ ได้แค่รู้สึกโล่งอกที่ทำเสร็จ แล้วก็เผลอไปคิด ไปคาดหวังอีกว่า “อย่าให้เจออย่างนี้อีกนะ เจออีกจะลาออก” ฯลฯ สะกดจิตตอกย้ำตัวเองไว้แบบนี้ซ้ำ ๆ พอเจอแบบเดิมเอาไม่อยู่แน่นอนใช่ไหมครับ

สรุปคือทุกข์เพราะคาดหวังอะไรแล้วความจริงไม่เป็นอย่างนั้น พิจารณาดูนะครับว่า ถ้าเราไม่มีความคาดหวัง หรือมีธงในใจว่า ทำงานหนักวันธรรมดา วันหยุดต้องได้พัก วางใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า วันธรรมดาทำงานเต็มที่ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะรอดปลอดจากงานฉุกเฉินในวันหยุด เปิดใจไว้กว้าง ๆ พร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่ชอบ ไม่อยาก ยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข พอทำไปแล้วมีเผลอเบื่อบ้าง เซ็งบ้างก็ไม่เป็นไร มันเป็นธรรมดาแบบนี้

อ่านถึงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ จบไหมครับ พร้อมจะกลับไปทำงานวันหยุดโดยไม่ได้พักด้วยจิตใจที่ดีขึ้นไหมครับ ผมเดาว่า คงจะยังไม่แน่ใจ อาจจะนึกในใจ “ก็ไม่เห็นว่าคำแนะนำอะไรใหม่ รู้กันอยู่แล้ว” หรือ “พูดง่ายแต่ทำยาก” ถูกต้องเลยครับว่า ไม่มีอะไรใหม่ และทำยากถ้าไม่ได้ฝึกฝน การรู้จักบริหารความคาดหวัง รู้จักวางใจให้เหมาะสมเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้และฝึกฝน ไม่ใช่แค่คิด แค่อ่าน แค่ฟังแล้วจะทำได้ ลองทบทวนดูซิครับ เคยได้รับการแบ่งปันข้อความดี ๆ สไลด์หรือคลิปที่ให้แค่คิดดี ๆ อ่านแล้วดูแล้วซาบซึ้ง หลังจากนั้นชีวิตเราเปลี่ยนแปลงดีขึ้นกว่าเดิมไหม ได้ทำอย่างที่ได้อ่าน ได้ดูบ้างไหม แทบจะไม่มีเลยใช่ไหมครับ สิ่งที่อยากเชิญชวนคือ หันมาเรียนรู้ฝึกฝนจิตใจให้มีสติรู้เท่าทันความคาดหวัง ความรู้สึกโกรธ ความเบื่อหน่าย รู้แล้วไม่หลงตาม ให้มีสติรู้สึกตัวกลับมาอยู่ที่ปัจจุบัน อาจจะรู้ลมหายใจเข้าออกไปสบาย ๆ หรือรู้ตัวว่านั่ง ว่ายืน ว่าเดิน เผลอไปโกรธนึกได้ก็กลับมารู้ลมหายใจ ฝึกใหม่ ๆ โกรธนิด ๆ หน่อย ๆ พอจะเอาอยู่ แต่ถ้าแรง ๆ ก็เอาไม่อยู่ อันนี้เป็นธรรมดา อย่ารีบด่วนใจร้อนต้องทำให้ได้อย่างนั้นอย่างนี้ ฝึกไปนานเข้า ๆ จิตใจก็เข้มแข็ง ตั้งมั่นขึ้น อารมณ์แรง ๆ ก็แค่รู้แล้วผ่านไปได้ ย้ำนะครับว่า เราไม่ได้ฝึกให้ไม่มีความโกรธ แต่ฝึกให้รู้ทันความโกรธ รู้ทันแล้วเลือกได้ว่า ควรจะทำอะไร ไม่ควรทำอะไร จะเริ่มฝึกอย่างไร? เริ่มด้วยการหมั่นสังเกตตัวเองบ่อย ๆ อย่างตอนนี้สังเกตไหมครับว่านั่งอยู่ ดูคอมพิวเตอร์อยู่ พออ่านจบ ก็รู้ขึ้นมาว่าใช่ นั่งอยู่ ดูคอมพิวเตอร์อยู่ แต่ก่อนหน้านี้ไม่รู้ใช่ไหมครับว่า นั่ง ว่าดูคอมฯ นี่แหละครับตัวยอย่างของการขาดสติ   มีสติขึ้นมาเมื่อไหร่ ลมหายใจก็ปรากฏ ยืน เดิน นั่ง นอนก็ปรากฏ ลมหายใจหรืออิริยาบทยืนเดินนั่งนอนปรากฏได้ด้วยการเอาใจใส่ลมหายใจ เอาใจใส่อิริยาบท ง่าย ๆ แค่นี้ครับ ต้องฝึกนะครับ เช้ามาแปรงฟัน ใจลอยไปนึกได้ก็กลับมาใส่ใจกับการแปรงฟัน อาบน้ำใจลอยไปคิดเรื่องงานเรื่องอดีต อนาคต นึกได้ก็กลับมาใส่ใจกับการอาบน้ำ ฝึกได้ทุกที่ทุกเวลานะครับ ฝึกให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัวไว้เสมอ ๆ ต่อไปสติจะเกิดไว้ขึ้น แล้วต่อไปจะสามารถระงับ ยับยั้ง ปล่อยวางอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนาได้ ลองฝึกดูนะครับ ได้ผลประการได้ช่วยเข้ามาแบ่งปันด้วยนะครับ

พื้นที่จำกัดถ้าอยากทำความเข้าใจเรื่องสติมากยิ่งขึ้นเชิญอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://mindfullivings.wordpress.com

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!