Slider

บทความล่าสุด

เรียนรู้นิทานธรรมผ่านศิลปะบนตาลปัตร

เมื่อพูดถึงธรรมะ คนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ยิ่งการสอนธรรมะให้เด็กด้วยแล้ว โอกาสที่เด็กจะง่วงหงาวหาวนอนจึงมีมากกว่าจะเข้าใจแก่นธรรมะ ทว่า หากธรรมะถูกนำมาบอกเล่าผ่านนิทานสนุกๆ พร้อมภาพวาดสวยงาม การฟังธรรมะก็คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

เมื่อ 20 ปี ก่อน พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ ช่วยครูบาอาจารย์ที่วัดจัดโกดัง พบตาลปัตรเก่ามากมายที่ต้องนำออกมาเผาทิ้ง ก็คิดหาทางว่าจะนำมาใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง “ตอนหลังมีโอกาสไปสวนโมกข์ เห็นอาจารย์พุทธทาส ท่านเอาตาลปัตรมาเขียนว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรม เขียนหลายอย่าง เราพอจะวาดภาพเป็นบ้าง ชอบศิลปะ มีการเอาภาพมาวาดบนตาลปัตร ภาพวาด 8 ภาพมีคนชื่นชม หลังจากนั้นมีเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยภาพในตอนนี้”

อ่านต่อ...

Folk Rice ตลาดข้าวอินทรีย์ในมือคนรุ่นใหม่

เขียนโดย เพ็ญนภา หงษ์ทอง

“เพราะทุกคนมีความฝัน และมีสิทธิ์ที่จะเดินตามฝันโดยไม่ต้องเดินตามคนอื่น” คือสิ่งที่อนุกูล ทรายเพชร ชายหนุ่มวัย 30 เชื่อมาตลอด และเพราะความเชื่อมั่นในพลังแห่งความฝันทำให้เขามีเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เพราะฝันของเขาไม่มีใครเหมือน  

จากเด็กนักเรียนโรงเรียนวัด ลูกชาวนาจังหวัดสุรินทร์ที่ขอให้แม่ขายที่นาเพื่อส่งให้ตัวเองเรียนวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ฯ ในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง แต่วุฒิการศึกษาที่ติดมือกลับบ้านกลายเป็นปริญญาตรีด้านสังคมศาสตร์ ก่อนจะกลับบ้านพร้อมด้วยบาดแผลในใจที่สุดท้ายต้องกลับมาเช่าผืนนาคนอื่นปลูกข้าวเพื่อทำข้าวอินทรีย์หลากหลายพันธุกรรมและทำการตลาดโดยผ่าน IT ภายใต้ชื่อ Flokrice ที่มีออเดอร์จากต่างประเทศบางครั้งสูงถึงหลักพันตัน พร้อมกับเปิดเวทีให้มี sommelier หรือการชิมข้าวหลากหลายสายพันธุ์

อ่านต่อ...

ปลูกจิตสำนักรักษ์นก รักษ์ป่าเมืองน่านผ่านสามเณร

สามเณรชนเผ่า เด็กในพื้นที่ห่างไกล และเด็กเมือง กลุ่มเยาวชน 3 กลุ่มที่ถูกหล่อหลอมด้วยระบบการศึกษาและบริบททางสังคมที่แตกต่างกันของจังหวัดน่าน ได้รับโอกาสที่ผู้ใหญ่ใจดีจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโครงการเรียนรู้มาพาพวกเขาให้เดินทางออกจากโลกของตนเองที่อาจแตกต่างเหลื่อมล้ำกับโลกของคนอื่น แล้วร่วมกันสร้างโลกแห่งการเรียนรู้ใบใหม่ที่มีธรรมชาติเป็นห้องเรียนและครูผู้สอน

อ่านต่อ...

ความสุขไร้กรอบเพศภาวะของอวยพร เขื่อนแก้ว

เมื่อเอ่ยชื่ออวยพร เขื่อนแก้ว นักสตรีนิยมในสังคมไทยคงคุ้นหูกันดี เพราะผู้หญิงคนนี้ก้าวเดินบนถนนสายนักต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศมานานกว่าสามสิบปีแล้ว ความสนใจเรื่องประเด็นผู้หญิงของเธอเริ่มขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน ตอนที่รัฐบาลออกนโยบายตั้งกลุ่มแม่บ้านทั่วประเทศ ทำให้เกิดคำถามในใจว่า “รัฐบาลตั้งกลุ่มแม่บ้านนี่มันส่งผลต่อชีวิตผู้หญิงไหม คำตอบที่พบคือมันไม่ได้ช่วย แต่มันผลักให้ผู้หญิงไปอยู่ในกรอบการเป็นภรรยาเป็นแม่ที่ดี ไม่ได้สนับสนุนผู้หญิงให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ทางการเมือง สังคมและการทำงานที่ดีขึ้น”

นโยบายนั้นจุดประกายให้เธอหยิบหนังสือเกี่ยวกับสิทธิสตรีขึ้นมาอ่าน “นั่นเป็นครั้งแรกที่อ่านหนังสือเฟมินิสต์ พออ่านก็ยิ่งชัด เราเห็นความไม่เป็นธรรมทางเพศมาตั้งแต่เล็กๆ ได้เรียนรู้กับเพื่อนเฟมินิสต์ตะวันตกที่เขาจริงจังเรื่องขบวนการเคลื่อนไหวทางสิทธิสตรี ซึ่งบ้านเรายังไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวเรื่องนี้เลย สังคมเรามีการกดขี่ผู้หญิงอยู่ในทุกระบบ”

อ่านต่อ...

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!