Slider

บทความล่าสุด

อาจารย์รุ่นใหม่สนใจจิตตปัญญา

จิตตปัญญาศึกษาชื่อนี้ฟังดูเข้าใจยากและห่างไกลคนหนุ่มสาวที่อยู่ในวัยแสวงหาความรื่นรมย์ในชีวิต ทว่าสำหรับอาจารย์หนุ่มรุ่นใหม่ ดร.สุปรียส์ กาญจนพิศศาล หรืออาจารย์แบต กลับเลือกสมัครเป็นอาจารย์ประจำศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล แทนการสอนสาขาที่ดูทันสมัยใกล้ชิดกับสังคมยุคใหม่มากกว่านี้

 “ผมเริ่มสนใจด้านนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะคุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติธรรม “สนใจเองด้วยแล้วก็พ่อกับแม่ด้วยครับ ที่บ้านก็จะสวดมนต์นั่งสมาธิ ฟังธรรม เราก็ติดรถไปที่วัดบ่อย ๆ เกิดความสนใจว่าการปฏิบัติธรรมมันดียังไง เริ่มจากตอนที่ไปบวชเณร พอสึกออกมาก็มาไล่อ่านหนังสือกฎแห่งกรรม พออ่านหนังสือพุทธศาสนาก็เกิดความอยากรู้ว่าแต่ละศาสนาสอนยังไง เกิดการขยายความสนใจจากการอ่านหนังสือ”

อ่านต่อ...

ความสุขของอาจารย์สอนภาษาไทยยุคสังคมดิจิทัล

หากถามคนเป็นครูว่าความสุขในชีวิตของการเป็นครูอยู่ที่ไหน คำตอบของคนส่วนใหญ่น่าจะออกมาในทางเดียวกัน คือการได้เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสุขของ ครูเมย์ หรือ ดร.ชนกพร พัวพัฒนกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีมากกว่านั้น 

“ความสุขของเราคือการที่ได้มอบประสบการณ์ในห้องเรียนที่ดี ที่น่าจดจำให้เด็ก บางคนเมื่อเวลาผ่านไปเขาอาจจะจำเรื่องที่เรียนไม่ได้ แต่เขายังจำเรื่องราวในห้องเรียนและจำวันที่เขาเรียนเรื่องนั้นได้ จำได้ว่าเขาทำอะไร ถามอะไร คิดอะไร และรู้สึกอย่างไร อันนี้คือความสุขเกิดจากการใช้เวลาเรียนส่งมอบคุณค่าบางอย่างให้เด็กของเรา ความสุขอีกอย่างหนึ่งคือการได้เป็นที่พักพิงทางใจให้เด็กๆ ที่ผ่านมาเราเลือกใช้พื้นที่ในสื่อสังคมอย่างเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ถ่ายทอดเรื่องราว ความคิด และมุมมองของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา หลายครั้งก็จะแบ่งปันเรื่องที่เราทำผิดพลาดไปและได้เรียนรู้ เล่าในเชิงขำๆ ไม่ได้ระวังรักษาภาพลักษณ์อะไร แต่ก็พยายามจะสื่อสารอย่างสุภาพนะ (หัวเราะ) จนตอนหลังมาพบว่าการที่เราเป็นครูที่ไม่สมบูรณ์แบบนี่ ทำให้เด็กกล้าที่จะเดินเข้ามาหาเรามากขึ้น บางคนเรียนจบไปหลายปีแล้วมีปัญหากลุ้มใจเล่าอะไรให้ใครฟังไม่ได้เลย วันหนึ่งเขาทักถามมาในกล่องข้อความตอนดึกมากแล้วว่า อาจารย์ผมขอคุยได้ไหมผมไม่ไหวแล้ว เออ อย่างน้อยในวันที่เขาไม่มีใคร เขายังรู้สึกว่าเราเป็นคนหนึ่งที่เขาไว้ใจ การที่มีคนให้เกียรติเรา ให้เราเป็นคนที่ได้รับฟังเขา นี่คือความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง”

อ่านต่อ...

จุดไฟเรียนรู้คนรุ่นใหม่ด้วยเถื่อนเกมกับ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด

“จุดสำคัญคือความรู้สึก มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะคุ้นเคยกับการทำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ต้องย้ำว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่เราไปทำเรื่องของคนอื่น มองดีๆ มันเป็นเพราะโอกาสที่เราได้มี โอกาสที่เราเกิดคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ถ้าไม่มีโอกาสนั้นเราก็ทำแต่เรื่องของตัวเราเอง  โอกาสจะมากขึ้นด้วยความรู้สึก ฉะนั้นในห้องเรียนจะทำยังไงให้ความรู้สึกเหล่านั้นปรากฏ มันมีหน้าที่เหล่านั้นอยู่ในห้องเรียน มันได้ทำให้ความรู้ถูกใช้ไปในลักษณะที่มันแตกต่าง ทำไมนักเศรษฐศาสตร์ถึงคิดแต่ตัวเลขไม่ค่อยได้สนใจเรื่องอื่น ต้องตอบว่าเพราะเราใส่ความรู้สึกไปไม่มากพอในเนื้อหา ความรู้สึกมันทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเรา ความรู้สึกนี่แหละที่มันสำคัญและเป็นสิ่งที่ขาดไปในการเรียนการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์”

ข้อความข้างต้นคือ “ความรู้สึก” ของเดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีต่อการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ในบ้านเราที่ให้ความสำคัญแต่กับความรู้ หลงลืมความรู้สึก จนสร้างนักเศรษฐศาสตร์ที่สนใจแต่ตัวเลขไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นไปอื่นในสังคม เขาพยายามสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในห้องเรียนเพื่อให้เกิดนักเศรษฐศาสตร์สายพันธุ์ใหม่ที่มองเห็นโลกว้างไกลกว่าตัวเลข และเครื่องมือที่เขาหยิบมาใช้เพื่อเติมเต็มกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนของเขาคือเกม ที่เขาเรียกว่า “เถื่อนเกม” ที่ทำให้เนื้อหายากๆ กลายเป็นการเรียนรู้ด้วยความสนุก เต็มด้วยกระบวนการที่ไม่เพียงส่งเสริมให้เกิดความรู้ แต่รวมถึงมุมมอง ทัศนคติ และความคิดที่เปลี่ยนแปลงไป

อ่านต่อ...

เยียวยากายและใจด้วยอาชาเพื่อนรัก

เมื่อเอ่ยชื่อครูอุ้ย-อภิสิรี จรัลชวนะเพท คนในวงการศึกษาทางเลือกต่างเคยได้ยินชื่อเสียงของเธอกันมานานกว่าสามสิบปี เพราะเธอคือผู้ก่อตั้งอนุบาลบ้านรัก และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแนววอลดอร์ฟรุ่นบุกเบิกของเมืองไทย  รวมทั้งยังได้รับรางวัลอาโชก้า ในฐานะ "นักบริหารงานเพื่อสร้างสรรค์สังคม” และได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรด้านการศึกษามานับไม่ถ้วน

ภาพความสำเร็จในชีวิตของผู้หญิงผมสั้นสีสีดอกเลาท่าทางทะมัดทแมงคนนี้ ก้าวเข้ามาในชีวิตตั้งแต่เธอเรียนจบปริญญาตรีไม่นาน วงรอบชีวิตการทำงานของเธอหมุนเร็วกว่าเพื่อนวัยเดียวกันทั่วไป เพราะเธอทำทุกอย่างด้วยหัวใจและทุ่มเทจนสุดกำลัง

ทว่า ความสำเร็จที่ได้เปรียบเสมือนเหรียญสองด้านที่สามารถทำให้ชีวิตพลิกผันได้เสมอ เมื่อโชคชะตาเล่นตลกกับผู้หญิงทะมัดทแมง ทำอะไรคล่องแคล่วว่องไว ใจเดินเร็วกว่าสองเท้า ต้องกลายเป็นคนที่ถูกบังคับให้เดินช้าลงและทรมานจากอาการเจ็บปวดตั้งแต่กระดูกก้นกบ สะโพก เข่า ลงมาจนถึงปลายขา  ครูอุ้ยจึงเริ่มมองหาหนทางบำบัดเยียวยาร่างกายของตนเองให้กลับสู่สมดุลอีกครั้ง โดยเลือกเส้นทางของอาชาบำบัด...บนเส้นทางสายนี้ เธอได้ค้นพบ “เพื่อนรักสี่ขา” ที่พร้อมช่วยพยุงร่างกายและหัวใจของเธอให้ก้าวข้ามความหวาดกลัวต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้า เรียนรู้การสื่อสารผ่าน “ภาษากาย” ไปด้วยกันจนกระทั่งเธอและอาชาเพื่อนรักเคลื่อนไหวกลายเป็นหนึ่งเดียว 

อ่านต่อ...

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!