บทความรายเดือน:

มาตาภาวนา…ธรรมะพักใจผู้หญิงเมืองกรุง

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก บางคนต้องรับบทเมีย  แม่ และลูกสาวยอดกตัญญูดูแลพ่อแม่ยามแก่ชราไปพร้อมกัน  ยิ่งผู้หญิงในสังคมเมืองกรุงที่ต้องเผชิญกับรถติดบนท้องถนนร่วมด้วยแล้ว ถึงไม่มีภาระครอบครัว พอกลับถึงบ้านปุ๊บ หัวก็แทบฟุบสลบคาหมอนเลยทีเดียว โอกาสปลีกวิเวกเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมแบบ 5 วัน 7 วันจึงยากจะได้สัมผัส ทว่า หลังจากสวนโมกข์กรุงเทพย่านจตุจักรเปิดต้อนรับคนเมืองกรุงให้เข้าไปสัมผัสธรรมะเมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็น “ที่พักใจ” ของคนเมืองทุกช่วงวัย เพราะมีกิจกรรมแนวธรรมะหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาให้ผู้คนได้เข้าร่วมทุกสัปดาห์ หนึ่งในนั้นคือกิจกรรมธรรมะสำหรับผู้หญิง 18 ชั่วโมงภายใต้ชื่อ “มาตาภาวนา” ทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ออกแบบกิจกรรมเพื่อผู้หญิงเมืองกรุงโดยเฉพาะเลยทีเดียว เพราะกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเสาร์จนถึงรุ่งเช้าวันอาทิตย์ ใครทำงานวันเสาร์ครึ่งเช้ายังสามารถมาร่วมกิจกรรมได้ทัน พอถึงสายๆ วันอาทิตย์ก็ได้กลับบ้านไปซักผ้าและนอนเอกเขนกได้อีกครึ่งวัน ก่อนกลับไปเริ่มต้นทำงานเช้าวันจันทร์ด้วยหัวใจที่เต็มอิ่ม หลังจากได้ชาร์ตแบต เทขยะทางจิตออกไปตลอดเวลาเกือบหนึ่งวัน อ่านต่อ...

โกเอนก้าเด็ก คอร์สบ่มเพาะธรรมะเมล็ดพันธุ์รุ่นจิ๋ว

ธรรมะ คือ ความสงบนิ่ง...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพาเด็กที่ชอบวิ่งซุกซน ติดเกมออนไลน์ อยากพูดอะไรก็พูดมาเข้าคอร์สธรรมะ หลับตานั่งสมาธิ ปิดวาจา ปิดโทรศัพท์มือถือในชั่วเวลาหนึ่งวัน ณ สวนโมกข์กรุงเทพฯ สถานที่พักใจกลางกรุงติดกับสวนสาธารณะจตุจักร เด็กหญิงเด็กชายวัยแปดปีขึ้นไปจนถึงมัธยมต้นกำลังนั่งหลับตาเฝ้ามองลมหายใจเข้าออกของตนเอง ไม่มีเสียงเจี้ยวจ้าวตามประสาเด็กเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน อาจมีเสียงขยับตัวไปมาตามประสาเด็กอยู่นิ่งไม่เป็น และเกิดอาการเหน็บชาจากท่าขัดสมาธิที่ไม่คุ้นชิน เพราะกำลังอยู่ในคอร์สปฏิบัติธรรม “โกเอนก้าเด็ก” “คิดถึงเราตอนเป็นเด็กถ้าได้สมาธิสักเล็กน้อย สามารถควบคุมจิตใจตนเองได้ ก็จะไม่เถลไถล ไม่เกเร เด็กมันเกเรอยู่แล้วแต่ก็ไม่นอกลู่นอกทาง ยังสามารถเป็นเด็กที่พัฒนาได้” อ่านต่อ...

สายใยรักกลางชุมชนแออัด

เมื่อเอ่ยคำว่า “ชุมชนแออัด”  ภาพที่คนทั่วไปนึกถึงคือเด็กหน้าตามอมแมม บ้านมุงสังกะสีเรียงต่อกันเป็นแนวยาว ผู้ใหญ่มีอาชีพหาเช้ากินค่ำ เด็กส่วนใหญ่เรียนหนังสือแค่จบชั้นประถมก็ต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน หลายคนมีลูกตั้งแต่วัยทีน ทิ้งให้ปู่ย่าตายายเลี้ยงหลาน เมื่อเงินไม่พอใช้ก็เข้าสู่วงจรของยาเสพติดวนเวียนเป็นวัฎจักรเช่นนี้จนเป็นเรื่องธรรมดา โอกาสที่เด็กสักคนจะหลุดพ้นออกจากวังวนปัญหาเหล่านี้จึงเปรียบได้กับแสงเทียนริบหรี่ที่พร้อมจะถูกลมพัดให้วูบดับในชั่ววินาที ชุมชนวัดดวงแขข้างสถานีรถไฟหัวลำโพงนับเป็นชุมชนที่มองหาแสงสว่างแห่งความหวังสำหรับเด็กเยาวชนให้ก้าวเดินออกจากวัฎจักรของเด็กวิ่งยาจนกลายเป็นทาสยาเสพติดได้ยาก  แต่ด้วยเพราะมีผู้หญิงสองคนที่คอยช่วยดูแลสอดส่องให้ความรู้และความรักกับเด็กๆ แทนพ่อแม่ที่ไม่มีเวลาเอาใจใส่   จนเด็กๆ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คิดดี พูดดี ทำดี เปลี่ยนภาพลักษณ์ “เด็กสลัม” ด้อยโอกาสทางการศึกษาสู่รั้วมหาวิทยาลัยไปแล้วหลายคน อ่านต่อ...