ความสุขสีเขียวบนดาวเคราะห์มอส  

“คนเมืองอย่างเรา ๆ นั่นแหละที่โหยหาธรรมชาติ”

แดดอ่อนๆ ยามเช้า ส่องผ่านเข้ามาภายในห้องกระจกสีขาวของร้านลิตเติ้ลทรีการ์เด้นทำให้ภายในอบอุ่นและถูกเติมแต่งไปด้วยสีเขียว แปลกที่ยามเช้าในวันธรรมดาของคนกรุงอย่างเราๆ สนใจจดจ้องมองแค่หน้าปัดนาฬิกาและวิ่งไล่ล่ารถเมล์สายสำคัญเพียงเพื่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน หากแต่บนพื้นที่สีเขียวกว่า 4 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ เสมือนดึงเราให้หันกลับมาใส่ใจนาฬิกาธรรมชาติที่อยู่รอบตัว

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง หรือวิทย์ ชายเจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์วัย 45 ปี ที่มี “ลูกๆ” มากมายกว่าหนึ่งพันกระถาง ยังไม่นับพืชพรรณในสวน รวมถึงเจ้ามอสบอล หรือ “โคเคะดามะ” บนจานสีสวยตรงหน้า

สิ่งมีชีวิตสีเขียวรูปทรงกลม เข้ากันดีกับต้นไม้ใบละเอียด รวมไปถึงการจัดวางเก๋ๆ ที่ทำให้เจ้าต้นเล็กดูซุกซน น่ารัก ให้ความรู้สึกสนุกเหมือนได้กลับไปสู่วัยเด็ก

“มันทำได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักจัดสวน ไม่ต้องปลูกต้นไม้เป็น แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็ยังทำได้”

สแฟกนั่มมอส หรือ มอสอบแห้งถูกดึงแยกออกจากก้อน มือเรียวเคลื่อนไหวอย่างทะนุถนอมก่อนจะนำไปชุบน้ำให้ชุ่ม และเริ่มต้น ค่อย ๆ ปั้นให้เป็นก้อนกลม

“นักจัดสวนเราเริ่มมาจากใจรัก แม้ว่าเรียนจบนิเทศน์และไม่ได้เรียนเรื่องออกแบบหรือแลนสเคป แต่เพราะเราโตมากับต้นไม้ เป็นเด็กบ้านสวน คุณพ่อเลี้ยงกล้วยไม้มาก่อน คุณแม่ก็ปลูกดอกไม้เต็มพื้นที่หน้าบ้าน จึงมีความรู้สึกว่าเห็นต้นไม้มาแต่เล็กแต่น้อย แรกทีเดียวไม่ได้มองว่าเป็นอาชีพ หรือต้องมาต่อยอดจากคุณพ่อ แต่มันเป็นความบังเอิญที่วันหนึ่ง คนที่ได้มาเห็นพื้นที่ที่บ้านเราแล้วมีความสุขที่ได้มา เขาอยากได้พื้นที่แบบนี้”

พื้นที่สีเขียวที่ถูกระบายอย่างละเอียด ฉาบทาทุก ๆ ย่างก้าว เม็ดหิน ดินร่วน กรวดเล็ก ๆ หรือจะเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่ถูกจัดวางอย่างลงตัวในสวน คือสิ่งที่วิทย์จัดวางอย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้รูปสวนที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนั้นได้รับรางวัล และทำให้มีหลายคนหันมาสนใจสวนสไตล์อังกฤษจากเขา

ต้นไม้ต้นเล็กที่ถูกเลือก ถูกนำออกมาจากกระถางให้ยังพอมีดินอยู่ หุ้มด้วยสแฟกนั่มมอสที่ปั้นเตรียมไว้ ค่อยๆ กดให้แน่นและบังคับรูปทรงเป็นก้อนกลมๆ

“อย่างการเลือกต้นไม้ ถ้าเราอยากให้ตีม(theme)เป็นญี่ปุ่น เราก็จะเลือกต้นไม้ให้ดูเป็นญี่ปุ่นหน่อย เป็นตีมที่เราอยากจะทำในวันนั้น เราต้องแยกคาแรกเตอร์ให้ได้ เช่น อังกฤษ โมเดิร์นหรือวินเทจ เราต้องตีความต้นไม้และเลือกรูปทรงให้เข้ากัน ไม้ใบเล็ก ใบใหญ่ก็ให้ความรู้สึกต่างกัน เป็นศิลปะและเรื่องละเอียดอ่อนที่คนอาจมองข้ามไม่ได้ให้ความสำคัญ”

สำหรับคนรักต้นไม้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเมื่อเรามองเห็นและสามารถแสดงเอกลักษณ์ของต้นไม้ที่เรามี ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนขวด มอสบอล การปลูกต้นไม้ลงกระถาง หรือการจัดสวน ซึ่งเมื่อเราแสดงออกได้ชัดเจนและแตกต่าง จึงกลายเป็นสไตล์แบบที่ทุกคนจดจำได้

“เสน่ห์ของมอสบอลอยู่ที่สีเขียวของมอส”

มอสน้ำแบบแผ่นถูกคลี่ออกมาห่อหุ้มสแฟกนั่มมอสไว้ตามรูปทรง ต้นไม้ต้นเล็กในมือก็กลายร่างเป็นมอสบอลสีเขียว วิทย์หยิบเส้นเอ็นเล็กๆ และค่อยๆ พันมอสไปเรื่อยๆ

“ถ้าอยากให้น่ารัก เราสามารถหาเชือกที่เป็นสีมาพันให้เกิดลวดลายบนมอสได้ ตามความชอบ เส้นมันจะทับเส้นแล้วมันก็จะแน่นไปเอง เราสามารถประยุกต์ใช้ได้ ก็เหมือนอย่างต้นไม้ในสวนแบบอังกฤษที่เราจัด เราสามารถหาไม้ในเขตร้อนชื้นมาทดแทนได้ แต่ยังสะท้อนภาพรวมแบบที่เราอยากให้เป็นอยู่”

คนเมืองอาจมองต้นไม้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง คอนโด บนโต๊ะทำงาน หรือจริงๆ เขาแค่อยากรับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตที่เติบโต และแตกยอดในทุกๆ วัน แม้ว่าจะไม่มีเวลาดูแลมาก

“ก่อนจะเป็นมอสบอลเราทำสวนขวดมาก่อน ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะจำเจแล้ว และมอสบอลก็ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ที่อยู่คอนโด วิธีปลูกต้นไม้แบบนี้อย่างน้อยๆ ทำให้คนที่ปลูกมีความรู้สึกว่าชีวิตยังได้อยู่กับต้นไม้ แม้ว่าทุกวันนี้เมืองจะห่างจากธรรมชาติขึ้นทุกวัน แต่สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ความรู้สึกหรือจิตใจผ่อนคลายได้ แม้จะต้นเล็กๆ แต่ช่วยสร้างความสุขระหว่างวัน และคนรุ่นใหม่ยังนิยมสะสมต้นไม้ เช่น แคตตัส ที่มีหลายรูปทรง ก็เป็นความสุขเล็กๆ ของคนเลี้ยงต้นไม้”

ความโชคดีที่เกิดมาในบ้านสวน ทำงานกับสิ่งที่รัก และทำให้คนมีความสุขจากสิ่งที่เราถนัด เป็นแพทชั่นหรือแรงผลักดันที่ทำให้เขายังคงพัฒนา และไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

จริงๆ เราไม่ได้รู้จักต้นไม้ทุกต้น เพียงแต่อะไรที่อยู่ในบ้าน ที่เราปลูก เราก็ควรจะรู้จักมันนะ เราต้องคอยสังเกตและเรียนรู้ ต้องมีความอดทนรอ บางทีปลูกแต่เล็กๆ มันก็ไม่ได้สวยเลย แต่เมื่อยิ่งมีอายุมันจะยิ่งสวย ยิ่งให้คุณให้ความงาม ให้ดอก ให้รูปทรง ต้นไม้ทุกต้นมีความสวยงาม

และมันทำให้เขาเปลี่ยน

“พอเราเหนื่อย เครียด แล้วเราออกมาเดิน มานั่งกับธรรมชาติ เราก็รู้สึกนิ่งขึ้นเย็นขึ้น ได้ชาร์จแบตและสูดอากาศดีๆ ได้กลับไปทำงานอย่างมีพลังและความสุข ต้นไม้ทำให้รู้สึกอบอุ่น มีความเคลื่อนไหว เสียงของลม ใบไม้ที่ถูกลมพัดทำให้เกิดความสุนทรีย์ เหมือนเป็นปัจจัยที่ 5 เพราะต้นไม้สำหรับเราคือสิ่งที่เติมเต็มความสุข”

มอสบอลที่ถูกพันจนแน่นดีแล้ว ถูกจัดวางลงบนจานเซรามิกลวดลายเก๋ ๆ เมื่อนำมาจัดวางรวม ๆ กัน ก็เป็นเหมือนสวนขนาดย่อมๆ การดูแลต่อจากนี้ก็แค่หมั่นนำไปแช่น้ำหรือตากแดด ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากหรือเป็นภาระมากมายเลย

ทำเองเราก็รู้สึกภูมิใจ สามารถนำไปเป็นของขวัญของฝากแก่ผู้อื่น คุณค่าที่เกิดขึ้นอย่างน้อย ๆ ก็คือเราได้เริ่มต้นปลูกต้นไม้ วันหนึ่งที่เรามีเนื้อที่ก็ค่อยขยับขยายไปปลูกต้นไม้ใหญ่ขึ้น เรื่องนี้หากเราปลูกฝังแต่เด็กให้รู้ถึงความสำคัญต่อต้นไม้ เห็นคุณค่าในต้นไม้ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เป็นคนมีจิตใจอ่อนโยน หัดมองสภาพแวดล้อม รวมไปถึงเห็นคุณค่าของสิ่งรอบๆ ตัวอื่นๆ

“ทุกวันนี้พ่อก็ยังขยายพันธุ์ต้นไม่อยู่ แม่ก็มาช่วยเราเรื่องทำขนม ทำอาหารที่ถนัด ช่วยจัดดอกไม้ พี่สาวก็มาสร้างโรงเรียนสอนภาษาและศิลปะเด็กที่นี่ ส่วนเราก็ปรับปรุงพื้นที่บ้านให้รองรับสิ่งเหล่านี้ เรียกว่าทุกคนมาอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ใครถนัดอะไรก็ทำกันไป กลายเป็นอาชีพและธุรกิจตลอดสิบปี ค่อยๆ เติบโตจากร้านเล็กๆ ที่เรายั่งมุ่งมั่น รัก และยังทำอยู่ ไม่ว่าทำอะไรมันก็ยังเกี่ยวข้องกับต้นไม้ นี่คือความผูกพันและเรายังต้องมีต้นไม้”

ดาวเคราะห์สีเขียวของวิทย์ไม่ใช่มีเพียงสิ่งมีชีวิตสีเขียวเท่านั้น

หากแต่คือบ้าน ที่รวมครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน

“เป็นพื้นที่แห่งชีวิต” ที่ไม่มีพื้นที่อื่นใดในจักรวาลมาทดแทนได้

 

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...