อบขนมด้วยรัก ส่งความสุขด้วยใจ

ตอนนั้นปีพ.ศ.2551 ภรรยาผมได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ ผมเลยตัดสินใจลาออกจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วเราก็หอบลูกน้อยวัย 6 เดือนออกเดินทางสู่เมืองเชฟฟิลด์ด้วยกันวันหนึ่งผมไปทำงานถูพื้นที่พิพิธภัณฑ์ แล้วเหลือบเห็นข้อความที่ Barista (นักชงกาแฟฝีมือดี) ในร้านกาแฟเขียนไว้ทำนองว่า วันนี้ฉันจะทำฟองนมที่ดีที่เจ๋งที่สุดให้ได้ มันทำให้เรารู้สึกถึง Passion (ใจรัก) ในการทำงานของคนเหล่านี้ ซึ่งบันดาลใจให้เรารู้สึกว่า เขาทำงานในตำแหน่งนี้แต่เขามี passion ขนาดนี้ มันคือที่สุดของเขา เรารู้สึกว่าเขาเคารพตัวเอง งานของเขาจะต้องทำให้คนมีความสุข

เริ่มต้นหันมาสนใจการทำขนมได้อย่างไร

เริ่มจากทำอาหารก่อน คือวันแรกที่เดินทางไปถึง กำลังรื้อกระเป๋าจะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน มีเพื่อนแวะเอาข้าวมันไก่มาให้ เราก็เฮ้ย! ทำได้ไง มันเปิดโลกเรื่องการทำอาหารของเราแล้วเขาบอกมันมีเว็บไซต์ครัวไกลบ้านก็เลยเริ่มสะสมองค์ความรู้ มันมีหลายสูตร อันไหนอร่อยเราก็จดบันทึก แล้วก็เรียนรู้เรื่องเครื่องเทศบ้าง โชคดีบ้านอยู่ใกล้กับร้านวัตถุดิบเครื่องเทศซึ่งมาจากทั่วโลก ดังนั้นเวลาเราอยากทำอะไรก็จะมีค่อนข้างครบ ก็เลยไม่ยาก

พอจบเรื่องอาหารก็เป็นขนม ค่อยๆต่อกันมา ด้วยความที่เราไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ ก็เลยต้องหาซื้อหนังสือ แล้วหนังสือที่โน่นมันก็มีหลากหลายให้เราเลือกอ่าน ไปห้องสมุดก็ยืมมาได้ทีละ 12 เล่ม ของลูก 8 เล่ม ที่เหลือของเรา คือแค่ในเว็บไซต์มันเริ่มตอบคำถามเราไม่ได้ เลยเริ่มค้นเริ่มหา ก็เหมือนตอนเราเรียนหนังสือ แล้วก็เริ่มอ่านศาสตร์การทำขนมอบ การผสม เกิดปฏิกิริยาเคมีอะไรบ้าง อะไรที่ทำให้เค้กฟู ซึ่งเดี๋ยวนี้เขามีเขียนไว้หมดแล้ว มันทำให้เราได้เรียนรู้จากพื้นฐาน

พอเรารู้ตรงนี้ปุ๊บ เราพร้อมจะบินได้แล้ว หมายความว่าเราพร้อมที่จะ Mix and Matchคือจับคู่เล่นกับรสชาติ ซึ่งจริงๆเรื่องของรสชาตินี่เราไม่ได้เป็นคนคนแรกที่คิดค้นการกินมะม่วง หรือคิดค้นการกินช๊อคโกแลต มันมีมานานแล้ว เราจับคู่ให้คำแรกกินเข้าไปแล้วรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกถัดมาอยากให้รู้สึกแบบนี้ คือมันจะมีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทุกความรู้สึกมันจะเป็นองค์ประกอบของขนม เวลาเคี้ยวฐานที่มันกรอบ กรอบต้องกรอบยังไง มันขึ้นกับวัตถุดิบที่เราใช้

 

ความสามารถในเชิงออกแบบ นำมาปรับใช้กับการทำขนมได้อย่างไร

มันมาจากองค์ประกอบของศิลปะที่เราเรียน ในงานทัศนศิลป์เราก็นำเรื่องสี รูปร่าง รูปทรงมาใช้อยู่แล้ว รวมถึงเรื่องสัดส่วนการจัดวางด้วย อย่างการเรียงมะม่วงเราจะเรียงอย่างไรให้มันสวย นั่นคือองค์ประกอบศิลปะ จุดเด่นคืออะไร จุดรองคืออะไร เปิดมาคนจะเจออะไรก่อน ซึ่งอันนี้ก็อย่างที่บอกมันนำมาใช้กับเรื่องรสชาติด้วย ทานเข้าไปแล้วจะได้รสอะไรก่อน ตามด้วยอะไร มันก็คือองค์ประกอบของศิลปะนั้นแหละมันไม่มีอะไรฉีกออกมาหรอก มันก็คือของเดิมนั่นแหละ เพียงแต่เราเอามาปรับแต่งใหม่หยิบใส่ให้มันเป็นไปตามครรลอง หรือวัตถุดิบบางชนิด ของไทยหลายๆอย่าง มันมีคุณค่า มันยังต้องการการพัฒนาต่อยอด เราก็ไม่ปิด ไม่เป็นชาล้นแก้ว

 

ความสุขหลังงานสำเร็จ

ตอนทำงานสถาปัตยกรรม ถามว่ามีความสุขไหม ก็มีเวลาผลงานออกมาแล้วมีคนชื่นชม มีลูกค้าบอกต่อ บางงานมันใช้เวลาประมาณปีหรือสองปี…นานเหลือเกิน พอมันสำเร็จลุล่วง ทุกคนมีความสุข เราก็มีความสุข อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอาชีพสถาปนิกแล้วเวลารับการสั่งงานจากลูกค้ามา อยากทำงานให้เขาดีๆ ในขณะที่ข้อจำกัดก็มีหลายด้าน บางทีมันก็ฟุ้ง คือเราเป็นคนคิดเยอะ คิดไปเรื่อย คิดแล้วมันไม่หลุด ไม่วาง เลิกงานเราก็ยังอยู่กับมัน

แต่ทำขนมนี่ต่างไป อาจเป็นเพราะมันมีสูตรของมันมาอยู่แล้ว เราวิเคราะห์แล้ว ถึงตอนที่เราจะทำ คือตอนเริ่มเปิดเตาทุกอย่างต้องพร้อม เราก็ทำตามกระบวนการไป แล้วมันก็เสร็จภายในระยะเวลาที่เรากำหนด มันเสร็จแล้ว มันกินได้แล้ว กินปุ๊บแล้วมันได้รับผลตอบกลับมา ทันทีที่ลูกค้าตักเข้าปาก ก็มีปฏิกิริยาส่งคืนกลับมาแล้ว เราก็มีความสุข

 

ความสุขขณะทำงาน

เมื่อก่อนเวลาทำงานออกแบบ ต้องเปิดเพลงฟัง เดี๋ยวนี้ก็เปิดแต่ไม่ได้ฟัง สิ่งที่เราจดจ่อคือตีไข่ได้ที่หรือยัง เสียงของเครื่องตีแต่ละช่วงไม่เท่ากัน ถ้าตีนานเกินไปเค้กจะกระด้าง การที่เราจดจ่อกับสิ่งใด และมีความต่อเนื่อง สิ่งนี้ก็คือสมาธิบางช่วงที่ทำขนมเยอะๆ ทำตั้งแต่เช้าไปถึงเย็น ก็ต้องแบ่งต้องบริหารเวลาไปรับลูก ขนมที่ทำก็มีหลายประเภท ต้องบริหาร พอเปิดเตาปุ๊บก็อุ่นเตา อบเสร็จก็เอาโน่นออก ต่อด้วยอันนี้ เราต้องอยู่กับมัน พอสมาธิเกิด เราก็จะเกิดความอิ่มเอม ถ้าในใจเรามันไม่มีความสุข เราจะถ่ายทอดความสุขออกไปได้อย่างไรเวลางานที่เราทำออกไปแล้วไม่สมบูรณ์ เราก็ไม่อยากนำเสนอออกไป มันเสียชื่อ ปากต่อปากเป็นอะไรที่สำคัญกับธุรกิจงานอะไรก็ตามที่เราทำแล้วมีผลตอบแทนที่เราอยู่ได้ เป็นงานที่เรารัก เป็นงานที่ทำแล้วเราเกิดความภาคภูมิใจ มันเป็นแรงให้เราทำมันต่อไปได้ แม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่ถ้าเราเคารพตัวเอง ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ ไม่ต้องให้ใครมาบังคับ งานของเรามันเป็นงานที่อยากทำให้คนมีความสุขอาจพูดได้ว่าทุกวิชาชีพ หากทำด้วย Passion เราก็จะมีความสุข แม้มันจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ถ้าคนในประเทศเราคิดอย่างนี้ ประเทศเราก็น่าจะเจริญขึ้น

 


สนใจติดตามผลงานคุณตั้วได้ที่

  • www.facebook.com/thepantrybakewithlove
แชร์เลย~
0
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา