ความสุขลงตัวเมื่อเจอจุดสมดุล

ธันวา พงษ์วุฒิประพันธ์ นักออกแบบผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบตราสินค้าและภาพลักษณ์บรรจุภัณฑ์ ให้กับสินค้าชี่อดังหลากหลายในนามบริษัท FiF House ผ่านการเดินทางบนเส้นทางนักออกแบบมาแล้วกว่า 20 ปี จนเริ่มตกผลึกความคิด เข้าใจแก่นของอาชีพนักออกแบบ และนำมาถ่ายทอดผ่านบทสนทนาในวันนี้

ตอนนี้ทำงานตำแหน่งอะไร

เมื่อก่อนเคยมีนะครับตำแหน่ง เขาเรียก Design Director คือนอกจากจะทำงานออกแบบเองแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ดูแลคนอื่นๆ ในทีมด้วย ซึ่งในตอนนั้นมีน้องๆ ทีมงานหลายคน เราก็มีภาระหน้าที่ต้องทำให้ทีมคิดงานออก ทำงานได้ ตอนนั้น 30 ต้นๆ อะไรดูดีไปหมด งานก็เยอะเรียกว่าทำกันแทบไม่ทัน ที่ทำงานก็เก๋ไก๋ บ้านก็สวย รถดีๆ ก็มีขับ ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ดูดีใหญ่โต มันเลยทำให้เกิดความคิดว่า หรือนี่จะเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่าการประสบความสำเร็จ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ นะ หรือเราจะเก่งจริงๆ

ต้องขอขอบคุณความเปลี่ยนแปลงที่มาเยือน วันที่สภาพตลาดเปลี่ยนแปลง วันที่งานเริ่มลดลง ขาลงมาเยือน คล้ายๆ ลูกคลื่นในทะเล มีขึ้นก็ต้องมีลง ว่างเลยทีนี้ ก็เลยมีเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง ปลูกต้นไม้บ้าง ตามแฟนไปเรียนโยคะบ้าง ไปเจอผู้คนใหม่ๆ บ้าง แต่ละจุดมันก็เป็นจุดเชื่อมโยงให้ได้ไปเจอเรื่องใหม่ๆ ต่อไป สุดท้ายจบลงที่ไปเรียน ZEN

ผมคิดว่าขาลงในวันนั้นมันกลายเป็นโอกาสนะ มันทำให้เราได้ออกไปเรียนรู้เรื่องอื่นๆ มากขึ้น ไปเจอนั่นเจอนี่มากขึ้น มุมมองมันเปิดกว้างขึ้น มันทำให้ได้ย้อนกลับไปมอง ใคร่ครวญกับอาชีพการงานที่เราทำอยู่ได้ลึกซึ้งขึ้น ในแง่มุมที่ต่างออกไป กลับมาเรื่องตำแหน่ง ทุกวันนี้ทำงานกันแบบไม่มีตำแหน่งแล้ว พอเรามีเวลาคุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น อะไรมันก็ง่ายขึ้น ทุกคนรู้หน้าที่ รู้มือกัน ไว้ใจกัน คุยกันคำสองคำก็รู้เรื่องกันแล้ว ตำแหน่งมันแทบไม่จำเป็นแล้ว มีไว้คร่าวๆ เรียกว่าสามารถทดแทนกันได้หมด ความไว้ใจนั่นแหละคือตำแหน่งหน้าที่

 

มุมมองต่ออาชีพนักออกแบบ

ทำงานมานานแล้วนิสัยไม่ดีขึ้นนี่ผมว่ามันยังไม่ใช่นะ ผมเลยใช้การทำงานนี่แหละเป็นตัวฝึก เป็นตัวสร้างนิสัยให้ตัวเอง เคล็ดลับคือต้องกล้าลดตัวเองลงเยอะๆ แล้วหัดฟังให้มากขึ้น ก็ต้องขอบคุณอาชีพนี้อีกนั่นแหละ เพราะมันฝึกนิสัยเราเยอะมาก ข้อแรกเลยคือ การที่เรามีโจทย์ให้ต้องคิดต้องทำอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อย ทำให้เรากล้าคิดนอกกรอบ มันต้องมีมุกใหม่ๆ อยู่เสมอ ซ้ำรอยไม่ค่อยได้ เวลาคิดงานมันต้องกล้าทดลอง แล้วงานมันก็พัฒนาไปได้จากการลองผิดลองถูกนี่เอง ข้อที่สองคือ งานมันละเอียดถึงขนาดวัดหน่วยกันเป็นมิลลิเมตร มันต้องใช้ความละเอียดบวกความอดทนสูง พลาดนิดเดียวงานมันฟ้องเลย เวลาเราเรียกคนไหนว่าถึกมาก นี่คือคำชมว่าคนคนนี้มีฝีมือ เนี้ยบ และอึดมาก ข้อสุดท้ายคือ งานออกแบบมันเป็นงานสื่อสาร ต้องคุยกันเยอะ ทั้งกับลูกค้าทั้งกับทีม การทำงานมันต้องสื่อสารทำให้เข้าใจกัน ไม่อย่างนั้นเหนื่อยกันหมด แต่สิ่งที่ผมเรียนรู้กลับเป็นเรื่องการฟัง ฟังกันเยอะๆ ฟังความรู้สึกกัน แล้วงานมันก็จะไปได้เอง

มีคนเคยพูดให้ผมฟังว่า ไม่ว่าจะทำงานอาชีพอะไร เราต้องทำจนเข้าให้ถึงแก่นของมัน ประโยคเดียวนี่หากันนานเลย ถึงวันนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องของความสมดุลนะ ผลงานที่เราเห็นมันเป็นแค่ผลลัพธ์ แต่ระหว่างทาง มันมีองค์ประกอบอีกมากมาย มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหลากหลายฝ่าย จะทำอย่างไรให้มันสมดุล ให้งานออกมาดี คนทำงานก็มีความสุข มันไม่ง่ายนัก เคล็ดลับหนึ่งที่ผมค้นพบคือ ต้องฝึกลดตัวเองลงเยอะๆ หัดฟังให้มากขึ้น ตอนนี้ก็กำลังฝึกอยู่

 

ความสุขในการทำงาน

ความสุขมันเหมือนเวลาเดินบนแผ่นไม้แคบๆ ข้ามท้องร่อง ถ้าเรากลัวเราจะไม่เดิน ถ้าเราเครียดมันจะเกร็ง แต่ถ้าเราผ่อนคลายมันจะสมดุล ผมคิดว่าความสุขเกิดจากความสมดุล มันเหมือนงานออกแบบ ตอนเริ่มต้นต้องหาแนวทางความเป็นไปได้หลายๆ แบบ มันยังเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา หน้าที่ของนักออกแบบคือเราจะจัดการมันอย่างไรให้มันลงตัว มันต้องผ่านกระบวนการลองผิดลองถูก ลองเติมตรงนี้ ลองเอาตรงนั้นออก อันนั้นใหญ่ไป อันนี้เล็กไป กว่าจะลงตัวมันต้องผ่านการทดลอง ผ่านการขัดเกลากันเหนื่อยทีเดียว ผมพบว่าผมคิดงานออกบ่อยๆ ตอนอาบน้ำ ตอนที่เราผ่อนคลาย มันคงลงตัวตอนนั้นพอดี จากการที่อยู่กับมันมามากพอ ผ่านการทำ ผ่านการทดลองมามากพอ ความคิดดีๆ มันจะไหลออกมาตอนที่เราผ่อนคลาย ผ่อนคลายแล้วมันจะสมดุล

สรุปคือเรื่องของความสุขผมว่ามันก็เป็นเรื่องของความเป็นกลางๆ เวลาทำงานเราก็ทำเต็มที่สุดฝีมือ พยายามเต็มที่แต่ก็ไม่พยายาม คือทำเต็มที่แต่ไม่เครียด เชื่อใจกัน เชื่อในกระบวนการที่ฝึกฝนมา ผ่อนคลายแล้วสนุกไปกับมัน งานมันก็จะออกมาดีของมันเอง แล้วความสุขมันจะไปไหนเสีย มันก็อยู่ตรงนั้นนั่นแหละ

แชร์เลย~
2
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา