บทความรายเดือน:

ยางยืดเปลี่ยนชีวิต

   ว่ากันว่าคนเราทุกคนจะต้องมี 'จุดเปลี่ยน' และเมื่อถึงจุดนั้น ก็อาจนำพาชีวิตของเราให้เปลี่ยนไปตลอดกาล..... ดร.เมธี ธรรมวัฒนา หรือ อาจารย์เม เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ทำงานหาเงิน ซื้อของแพงๆ  ไปเที่ยวต่างประเทศ ชีวิตประจำวันคือการดูซีรี่ย์ เขี่ยมือถือ ถ่ายรูปอาหารโชว์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนทำไปเพื่อตัวเอง จนเมื่อได้พบจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ถึง 3 ครั้ง ที่ส่งผลให้ชีวิตพลิกผันไปอีกด้านอย่างสิ้นเชิง จุดเปลี่ยนที่ 1 จุดเปลี่ยนครั้งแรกในชีวิตของอาจารย์เม มาพร้อมกับอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 วันหนึ่งขณะที่ปั่นจักรยานลุยน้ำออกมาเพื่อหาอาหาร ก็มีรถกระบะคันหนึ่งขับมาปาดหน้า พอรถจอดปุ๊บ คนขับก็โดดลงมาจากรถพร้อมกับข้าวเหนียวหมูทอด 2 ห่อยื่นให้พร้อมกับบอกว่า "พี่เอาไปกินให้อิ่มนะ" วินาทีนั้นเองที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้อาจารย์เมหันมาฉุกคิดมองคุณค่าของชีวิตในแง่มุมใหม่ “เวลานั้นของกินหายากมาก คิดว่าเขาเองก็คงจะโดนน้ำท่วมเหมือนกัน แต่ก็ยังมีใจที่คิดจะแบ่งปันให้คนอื่น ผมเลยมาคิดว่าตัวเราเองก็น่าจะช่วยคนอื่นได้เหมือนกัน แล้วทำไมไม่ไปช่วย หลังจากนั้นก็เริ่มออกไปช่วยผู้ประสบภัยตามศูนย์ต่างๆ เป็นจุดเริ่มต้นเลยที่ทำให้กลับมามองว่าตัวเรามีประโยชน์นะ" อาจารย์เมเล่าถึงจุดเปลี่ยนแรกของชีวิต อ่านต่อ...

ฉันมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เมื่อไม่มีทั้งมือและเท้า

 

Corinne Hutton เสียทั้งมือและเท้าเมื่อสองปีก่อน เธอไม่คร่ำครวญว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน" แต่กลับคิดว่า ดีแล้วที่ไม่เกิดกับคนอื่น และทุกวันนี้เธอยังคงเปี่ยมไปด้วยความสุขและความหวัง และทำสิ่งต่างๆ ที่เธอรัก เช่น ปีนเขา ขับเครื่องบิน และตั้งองค์กรการกุศล เมื่อสองปีที่แล้ว Corinne มีชีวิตการงานและครอบครัวที่ยุ่งเหยิง งานที่ทำมีความเครียดสูง แต่เธอก็ทน ๆ ตรากตรำ ในตอนนั้นเธอยังมีสองมือสองเท้าครบถ้วน ต่อมาเธอล้มป่วย โดยเริ่มจากอาการไอและกลายเป็นปอดบวม และขณะที่รักษาตัวในโรงพยาบาลเธอก็ติดเชื้อไวรัสที่แขนขา มือของเธอเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินและดำในที่สุดเธอก็เสียมือและเท้าไป แต่เธอไม่ได้ "เสียใจ" อ่านต่อ...

เปิดโลกกว้างผ่านความทุกข์

"ผมลาออกจากงาน ใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายมาทำธุรกิจส่วนตัว แต่กลับโดนโกงไปหมด เศรษฐกิจซบเซา ไม่เป็นท่า มองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องเครียด แต่การออกมา 'ให้' ในวันนี้ ทำให้ผมมองเห็นโลกกว้างมากขึ้น เห็นว่ายังมีอะไรที่ทุกข์กว่าเราอีกตั้งมากมาย"   อ่านต่อ...

เปลี่ยนชีวิตได้ด้วย ‘การรู้คุณ’

  ใครเคยอ่านนิทานเรื่อง 'เสื้อแห่งความสุข' ของนักประพันธ์เอกชาวรัสเซีย ลีโอ ตอลสตอย บ้างยกมือขึ้น.... นิทานเรื่องนี้เล่าถึงพระราชาที่สุดแสนจะร่ำรวย แต่ก็พบว่าตัวเองยังไม่มีความสุขเสียที จึงได้เรียกเหล่านักปราชญ์มาปรึกษาหาวิธีที่จะทำให้พระองค์มีชีวิตที่มีแต่ความสุข ประชุมกันอยู่นานก็มีนักปราชญ์คนหนึ่งแนะนำขึ้นมาว่า พระราชาจะต้องออกตามหาผู้ชายที่มีแต่ความสุข แล้วนำเสื้อของเขามาสวมไว้เท่านั้นเอง เรื่องเหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่าย เพราะไม่ว่าจะออกตามหาเท่าไร ก็ไม่พบผู้ชายที่มีแต่ความสุขเลยสักคน ทุกคนล้วนมีความทุกข์ในชีวิตไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง จนกระทั่งทหารของพระราชาได้เดินผ่านกระท่อมซอมซ่อหลังหนึ่ง พลันได้ยินเสียงชายในกระท่อมร้องออกมาอย่างปิติว่า "โอ...ข้าขอขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ข้าได้ทำงานของข้าเสร็จแล้ว ได้กินอาหารพอกับที่ท้องต้องการ และสามารถพักผ่อนอย่างสงบสุข ข้าจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกเล่า” เมื่อทหารของพระราชาได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจมาก รีบเปิดประตูกระท่อมเข้าไป แต่ทุกคนกลับต้องตกตะลึง เพราะพบว่าภายในนั้น มีเพียงชายที่ยากจนมากจนกระทั่งไม่มีเสื้อสวมติดกายแม้สักตัวเดียว น่าเสียดายแทนพระราชาในนิทานเรื่องนี้ที่ไม่ได้เสื้อแห่งความสุขตามที่ต้องการ แต่น่าดีใจกับพวกเราทุกคนมากกว่า ที่ได้เรียนรู้ 1 ในเคล็ดลับสำคัญแห่งความสุขจากนิทานเรื่องนี้ นั่นก็คือมุมมองและทัศนคติที่มีต่อชีวิต ชายยากจนในนิทานขอบคุณที่วันนี้เขามีเรี่ยวแรงทำงาน มีอาหารกินอิ่ม นอนหลับได้อย่างสบาย นี่คือการมองชีวิตอย่าง'รู้คุณ' ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่นำชีวิตไปสู่ความสุขของชีวิตที่เที่ยงแท้ อ่านต่อ...

Q : ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่จากไป ทุกครั้งที่มีความสุข ก็จะเกิดความทุกข์เสมอ ว่าทำไม ท่านทั้งสอง ถึงไม่อยู่กับเราในเวลานี้ แล้วทำไมต้องเป็นเรา ที่ต้องเสียท่านทั้งสองไป ความทุกข์นี้มันทรมาน และไม่มีหนทางแก้ไขเลยรึครับ

A : ขณะที่เกิดความทุกข์ ให้คิดว่า ความทุกข์นี้ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียว บุคคลมากมายในโลกนี้ต่างสูญเสียผู้ที่เขารัก ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ สามี ภรรยา บุตรชาย บุตรสาว ฯลฯ การสูญเสียและพลัดพรากไม่ได้เกิดกับเราเพียงคนเดียว เคยมีนิทานทิเบตเรื่องหนึ่งที่เด็กหญิงคนหนึ่งสูญเสียพ่อแม่แล้วกลายเป็นขอทาน เธอโศกเศร้า เหงา ว้าเหว่ แต่วันหนึ่งมีลุงคนหนึ่งนำรูปพระโพธิสัตว์ผู้หญิงมาให้ แล้วบอกว่าให้คิดว่านี่คือคุณแม่ของเธอ อ่านต่อ...

ท้าทายกับความทุกข์

เป็นปกติทุกสัปดาห์ที่คุณป้าพรภินันท์จะมาเรียนการใช้ Tablet ที่สมาคมบ้านปันรัก ที่นี่จะมีอาสาสมัครหนุ่มสาวมาช่วยสอนกันหลายคน วันนี้อาสาสมัครที่มาช่วยสอนคุณป้าเป็นคนใหม่ เพิ่งเจอกันครั้งแรก พอเอ่ยทักทายกันคุณป้าก็สะดุดใจที่เสียงหวานแหลมของเขาที่ 'ไม่เหมือนใคร' แต่ก็เป็นแค่แว้บเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นสิ่งที่ 'เด่นชัด' กว่าคือความตั้งใจและความปรารถนาดีที่เขานำมามอบให้กับคุณป้า โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ คุณบิล – สิงหราช รัตนพันธ์ เป็นหนึ่งในผู้โชคดีจากแคมเปญทุก(ข์)ชีวิตมีค่า เว็บไซต์ความสุขประเทศไทย แรงผลักดันที่ทำให้คุณบิลตัดสินใจส่งความทุกข์เข้ามาในแคมเปญนี้ มาจากความรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากสังคมที่อยู่ “ผมมีความทุกข์เก็บไว้ในใจตั้งแต่ยังเด็ก เพราะผมสับสนกับตัวเอง เสียงของผมนั้นหวานเหมือนผู้หญิงตั้งแต่เด็กจนโตก็ไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงรูปร่าง.....ตอนเด็กๆผมโดนกลั่นแกล้งแทบทุกวัน.....ปัจจุบันผมแทบไม่มีเพื่อนคบด้วยเลย.......หลายครั้งที่กลับมานอนร้องไห้อยู่คนเดียวว่าทําไมเราถึงไม่เกิดมาเหมือนคนปกติ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในชีวิตมากนัก...." อ่านต่อ...

เปลี่ยนความทุกข์เป็นโอกาส

การให้ คือ โอกาสที่ทำให้เธอเข้าใจความทุกข์ ที่สามีต้องจากไป ในขณะที่เธอกำลังจะมีลูก อ่านต่อ...

Q : หลายคนพยายามค้นหาความสุขด้วยวิธีต่างๆ ที่แตกต่างกัน เช่น บางคนขยันทำงานหาเงิน เพื่อซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้กับตัวเอง ในขณะที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตาเข้าวัด สวดมนต์ ทำบุญ เพื่อให้จิตใจสบาย และมีความสุข แล้วที่แท้นั้นความสุขจริงๆอยู่ที่ไหน แล้วจะหามันพบได้อย่างไร?

A :  หากนำคำถามนี้ไปสุ่มถามความเห็นจากผู้คนบนโลกใบนี้ ผลสำรวจคงออกมาหลากหลายจนเราตาลาย

ทั้งที่ประชากรบนโลกต่างก็เพื่อนมนุษย์เหมือนๆ กับเรา แต่ทำไมนิยามความสุขของผู้คนถึงหลากหลายได้ขนาดนั้น บางครั้งคนโน้นก็บอกว่าต้องครอบครองสิ่งนั้น ต้องกินนั่น ต้องไปเที่ยวที่นี่ จึงจะมีความสุขแต่บางคนกลับบอกอีกอย่างตามความเชื่อและค่านิยมของเขา จนหนทางไปสู่ความสุขของคนเราดูจะไม่ไปในทางเดียวกัน ช่างน่าสับสน ความสุขที่แท้จริงเหมือนจะกระจายอยู่ที่โน่นที่นี่จนคล้ายกับเราต้องเหนื่อยเพื่อวิ่งไล่ไขว่คว้าไปทั้งชีวิต หากท่านต้องการได้คำตอบจากคำถามนี้จริงๆ มันจะดีมากกว่าหากไปถามเอาจากผู้ที่ศึกษา เรื่องความสุขความทุกข์ มาเกือบตลอดทั้งชีวิตของท่าน "องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า" อ่านต่อ...

ชีวิตที่ลงตัวของ การทำงาน เงิน และความสุข ของ อ้อม สุนิสา

ชีวิตที่สมดุลและมีความสุข ต้องมีทั้งการให้และรับ การทำงานและการพักผ่อน มาฟังแนวคิดของคุณอ้อม สุนิสากัน...

"...พูดแล้วน่าอาย เพราะในภาวะที่ทุกคนทำงานเป็นเกลียว แต่อ้อมขับรถไปอยุธยา ชมวิว กินก๋วยเตี๋ยวไก่ นั่งเรือรอบเกาะ หรือถ้าอยู่กรุงเทพสามารถหาอ้อมได้ตามร้านกาแฟ หรือไม่ก็อ่านหนังสือนิ่งๆ อยู่บนโซฟาที่บ้าน บางคนอาจคิดว่าอ้อมเหมือนคนไม่ทำงาน แต่สำหรับอ้อมมองว่านี่เป็นชีวิตที่ดี เพราะเลือกแล้วว่าจะทำแบบนี้

อ้อมโชคดีที่ทำงานตั้งแต่เด็ก ได้ใช้เงินอย่างพังทลายเร็ว จึงเรียนรู้ที่จะหยุดได้เร็ว ช่วงหลายปีหลังอ้อมไม่ได้ทำงานเยอะ จึงไม่มีเงินเก็บอู้ฟู้เหมือนหลายคนในวงการบันเทิง แต่ก็ไม่ได้มีชีวิตที่ขี้เหร่ ตอบได้เลยว่า สุขมาก...

อ่านต่อ...

ให้ความทุกข์เป็นสะพาน

เรียนไม่จบ ตกงาน ต้องอดมื้อกินมื้อ ชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ของเขา ได้นำพาเขามาพบกับเด็กตาบอด จากการส่งเรื่องราวความทุกข์มาชิงโชค กับโปรโมชั่น ทุก(ข์)ชีวิตมีค่า และการมาเที่ยวทะเลครั้งนี้ ก็ช่วยเติมเต็มชีวิตของทั้งคู่ให้สมบูรณ์ขึ้น   อ่านต่อ...

คนนับร้อยเฮโลช่วยกันซ่อมบ้านให้ชายชรายากจน

  ผู้คนนับร้อยจากทั้งใกล้และไกล ลงแรงช่วยกันซ่อมบ้านเยิน ๆ ให้ชายชรา หลังจากวัยรุ่นปากเสียพูดเข้าหูว่า ควรจะเผาบ้านอุบาทว์นี้ทิ้งเสีย Josh Cyganik โบกมือทักทาย Leonard Bullock ชายชราอายุ 75 ปีที่อาศัยอยู่ในบ้านเก่า ๆ ในโอเรกอนทุก ๆ เช้าเป็นเวลา 4 ปีมาแล้ว เขาทำงานอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามบ้านของชายชราที่ใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านหลังเก่าที่มีสีลอกกระดำกระด่างและมีหน้าต่างและประตูพัง ๆ ที่ปะไว้ด้วยเศษกระดาษ เพราะชายชราไม่มีเงินพอจะซ่อมแซม เมื่อเดือนที่แล้ว Josh ได้ยินวันรุ่นสองคนพูดถึงบ้านของชายชราว่า บ้านหลังนี้มันน่าขยะแขยงและน่าจะเผาทิ้งเสีย คำพูดนี้ทำให้ชายชราคอตกด้วยความเสียใจ Josh บอกว่าเขาไม่สามารถลืมสีหน้าเศร้า ๆ ของชายชราได้เลย ตอนนั้นเขารู้สึกโกรธและอยากพูดอะไรบางอย่างกับเด็กวัยรุ่นปากเสียสองคนนั้น แต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนความโกรธให้เป็นพลังเพื่อสร้างสรรค์แทน เขาวางแผนที่จะทำบางอย่าง ที่จะทำให้ไม่มีใครมาต่อว่าบ้านของ Leonard ได้อีกต่อไป อ่านต่อ...

ความสุข (ก็) วิ่งได้

การวิ่งช่วยสลัดความทุกข์ในใจ และได้ความคิดใหม่ๆ ที่สดใสเข้ามาแทนที่ - อ.ณรงค์ เทียมเมฆ - ที่ปรึกษาสมาพันธ์ชมรมเดิน – วิ่งสุขภาพไทย  นักวิ่งผู้ริเริ่มจอมบึงมาราธอน


  'กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำตนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะละล้า...' เนื้อเพลงกราวกีฬาที่เราร้องคุ้นเคยกันจนติดปากตั้งแต่อนุบาล เวลาร้องเพลงนี้ทีไร ส่วนใหญ่ก็จะมุ่งปลุกใจนักกีฬาให้ฮึกเหิม เอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้จงได้ จนบางทีลืมไปว่า จุดประสงค์ของกีฬาที่แท้จริง ไม่ใช่เพื่อเอาชนะคะคานกันแต่เพียงอย่างเดียว แต่กีฬายังหมายถึงกระบวนการฝึกและขัดเกลาให้คนแต่ละคนละซึ่งอัตตา ความเห็นแก่ตัว รู้จักความอดทน มีวินัย เสียสละ รู้แพ้รู้ชนะ เพื่อที่จะ 'ทำตนให้เป็นคน' เหมือนดังที่ท่านพระยาธรรมศักดิ์มนตรีท่านได้เขียนเอาไว้ในเพลงนี้ ปัจจุบัน เรื่องของยาวิเศษที่จะช่วยขัดเกลาจิตใจของเรา อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในแวดวงเฉพาะการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีทางเลือกที่กว้างขึ้นผ่านสิ่งที่เรียกว่า 'กิจกรรมทางกาย' อันมีความหมายกว้างขวางครอบคลุมตั้งแต่การขยับตัวยืดเหยียดแขนขา การออกกำลังกาย ตลอดไปจนถึงการเล่นกีฬาหนักๆ  ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมทางกายที่ว่ากันว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดกิจกรรมหนึ่งก็คือ  'การวิ่ง' นั่นเอง อ่านต่อ...

ชีวิตใหม่ของม้าชรา…ด้วยใจเมตตาของเด็กชายตัวน้อย

เราทำงานหนักมาทั้งชีวิต การเกษียณอายุการทำงานของมนุษย์ หมายถึง การหยุดทำงาน แต่สำหรับสัตว์บางชนิดนั้นหมายถึงความตาย โชคยังดีที่โลกใบนี้ยังมีคนใจเมตตา...เป็นเด็กชายตัวน้อย ๆ ที่สละเงินของขวัญวันเกิด เพื่อช่วยชีวิตม้าแข่งเกษียณอายุ ที่จะถูกนำไปฆ่า แทนที่จะใช้เงินที่ได้ในวันเกิดซื้อของเล่นหรือเกมเหมือนเด็กส่วนใหญ่ Karazan เป็นม้าแข่งอายุ 17 ปีที่ปลดประจำการและถูกพ่อค้าเนื้อซื้อตัวไปเพื่อฆ่า และได้มีการประกาศขอความช่วยเหลือผ่านทางอินเทอร์เน็ต เมื่อ Brandon Hayman วัย 9 ขวบรู้เรื่องนี้จากแม่ เขาบอกแม่ว่า "แม่ครับ วันเกิดผมกำลังจะมาถึง เอาเงินวันเกิดให้พวกเขาไปเถอะครับ ผมไม่อยากให้ม้าตาย" อ่านต่อ...